วันที่ 12 มิถุนายน 2569 เวลา 05:33 น.
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 11 มิถุนายน 2569
>> นายกฯ หารือรองประธานสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติจีน ย้ำไทย–จีน พี่น้องที่ร่วมมือกันทุกมิติ
09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับนางสาวเสียน ฮุย รองประธานสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติ สาธารณรัฐประชาชนจีน และคณะ เข้าเยี่ยมคารวะในโอกาสเยือนประเทศไทย โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือกันอย่างเป็นกันเอง สะท้อนถึงความสำคัญที่จีนให้ต่อความสัมพันธ์ไทย–จีน และความมุ่งมั่นร่วมกันในการสานต่อความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
รองประธานสภาฯ ชื่นชมบทบาทของนายกฯ ในการผลักดันความสัมพันธ์ไทย–จีนให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่ามิตรภาพระหว่างสองประเทศมีความพิเศษเสมือน “คนในครอบครัวเดียวกัน” การพบหารือครั้งนี้จึงให้ความรู้สึกใกล้ชิดและคุ้นเคย ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าความสัมพันธ์ไทย–จีนมีความพิเศษและใกล้ชิดในทุกระดับ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของ“ความไว้เนื้อเชื่อใจ” และมิตรภาพอันยาวนาน
โอกาสนี้ นายกฯ ได้ขอบคุณรัฐบาลจีนที่สนับสนุนและประสานความร่วมมือกับไทยอย่างใกล้ชิดในหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และการสนับสนุนการจัดหาปุ๋ยยูเรียให้แก่ประเทศไทย ซึ่งสะท้อนถึงมิตรภาพและความห่วงใยที่จีนมีต่อไทยในฐานะหุ้นส่วนสำคัญและพี่น้องที่พร้อมเดินหน้าร่วมกันในทุกมิติ โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันที่จะสานต่อความร่วมมือเพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันในระยะยาวต่อไป
>> สกัดโคเคนข้ามชาติ! กอ.รมน.กทม. จับมือภาคีบุกยึดพัสดุซุกยา ส่งตรงจากเยอรมนี
10.00 น. กอ.รมน.ภาค 1 โดย กอ.รมน.กทม. สนธิกำลังร่วมกับศุลกากร, ป.ป.ส., ศูนย์ไปรษณีย์ด่วนพิเศษกรุงเทพฯ (หลักสี่) และหน่วยศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) ร่วมกันวางแผนเข้าสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านระบบขนส่งโลจิสติกส์ หลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวความมั่นคงว่ามีพัสดุต้องสงสัยต้นทางจากประเทศเยอรมนี ข้ามแดนเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมีเป้าหมายเพื่อกระจายสู่กลุ่มผู้ใช้ยาเสพติดในประเทศ
จากการเข้าตรวจสอบและเปิดพิสูจน์ซองเอกสารเป้าหมาย ณ ศูนย์ไปรษณีย์ด่วนพิเศษหลักสี่ เจ้าหน้าที่ตรวจพบยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ชนิดผง น้ำหนักรวมประมาณ 30 กรัม ซุกซ่อนอย่างมิดชิดภายในซองดังกล่าว ชุดปฏิบัติการจึงได้ทำการตรวจยึดของกลางและรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง เพื่อสืบสวนขยายผลหาตัวการใหญ่และเครือข่ายผู้รับปลายทางมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
>> สตช. ตั้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลโลก 2026 รุก 3 ตัด - ตัดเว็บ ตัดการเงิน ตัดวงจร
10.00 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานแถลงเปิดศูนย์ป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลโลก 2026
ทั้งนี้ ศูนย์ป้องกันปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลโลก 2026 ได้มีการนำแบบแผนโครงสร้าง และระบบเทคโนโลยีของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) มาปรับใช้ เป็นการยกระดับขีดความสามารถให้มีความพร้อมทั้งด้านการสืบสวนทางเทคโนโลยี การวิเคราะห์เครือข่ายผู้กระทำผิด ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดและมีประสิทธิภาพ
พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ กล่าวว่า การปฏิบัติหน้าที่ของศูนย์ฯ แห่งนี้ จะเน้นปฏิบัติการเชิงรุกสกัดกั้นเว็บพนัน บัญชีม้า และการกระทำความผิดต่าง ๆ บนสื่อสังคมออนไลน์ ตามมาตรการ 3 ตัด ได้แก่ "ตัดเว็บ ตัดการเงิน ตัดวงจร" โดยมุ่งเน้นตัดเว็บไซต์การพนันออนไลน์ ตัดเส้นทางการเงิน และตัดวงจรพนันออนไลน์ทุกรูปแบบ และได้กำชับให้ข้าราชการตำรวจ ทุกนาย ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ห้ามเรียกรับผลประโยชน์หรือเกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์โดยเด็ดขาด หากพบจะมีการดำเนินการทั้งการวินัยและอาญาทุกราย
พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือพ่อแม่ผู้ปกครองรวมทั้งสถานศึกษา ช่วยสอดส่องดูแลบุตรหลาน เยาวชน ไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการพนันทายผลฟุตบอลโลกหรือการพนันออนไลน์ในทุกรูปแบบ เพื่อเป็นการป้องกันการกระทำความผิดอื่น ๆ ตามมา และเป็นการป้องกันเยาวชนไม่ให้เสียอนาคต หลงเข้าไปในวงจรการกระทำผิด
>> ระดมกวาดล้างขายบุหรี่เถื่อนและน้ำกระท่อม จำหน่ายให้เด็กนักเรียนในพื้นที่ จ.ปทุมธานี
11.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง น้ำกระท่อมต้ม และบุหรี่ หลังล่อซื้อและเข้าตรวจค้น ซอยรังสิต-นครนายก 12 อำเภอธัญบุรี จ.ปทุมธานี
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่า มีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่และน้ำกระท่อมให้แก่เด็กนักเรียนและเยาวชนในพื้นที่บริเวณซอยรังสิต-นครนายก อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีลักษณะเป็นร้านค้าข้างทางและแผงลอยตั้งอยู่ริมถนน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนหาข่าวโดยวิธีการลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพแวดล้อมบริเวณดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง กระทั่งทราบข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่ามีร้านค้าข้างทางลักษณะเป็นแผงลอยตั้งจำหน่ายสินค้าในช่วงเวลากลางวัน และมีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมบรรจุขวด และบุหรี่ให้แก่บุคคลทั่วไปจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าควบคุมพื้นที่และเข้าทำการตรวจค้นผู้กระทำความผิดในทันที ผลการตรวจค้นพบของกลาง ซึ่งอยู่ในลักษณะการจัดเก็บปะปนกับสินค้าทั่วไปเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ
สอบสวนผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่า ของกลางทั้งหมดเป็นของตนเองและมีไว้เพื่อจำหน่ายให้แก่ลูกค้าทั่วไป
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ดำเนินการสืบสวนขยายผลต่อเนื่องในทันที โดยได้ทำการลาดตระเวนตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ จนพบว่ามีร้านค้าข้างทางอีกแห่งหนึ่งมีลักษณะคล้ายกัน และมีพฤติการณ์จำหน่ายบุหรี่ให้แก่บุคคลทั่วไปและเยาวชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการจับกุม รวมจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายพร้อมของกลางทั้งหมดมาที่ ส.รน.1 กก.4 บก.รน. เพื่อจัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> ช่างขึ้นไปซ่อมหลังคาโกดัง สูง 5 เมตร ก้าวพลาด ร่วงมากระแทกพื้นเสียชีวิต จ.นนทบุรี
12.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้รับแจ้งเหตุ คนพลัดตกจากที่สูง และเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณโกดังแห่งหนึ่ง ภายใน ซ.สามัคคี 47 ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี
ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นโกดังขนาดใหญ่ (อยู่ระหว่างซ่อมแซม) พบร่างของผู้เสียชีวิต ทราบต่อมา คือ ชายไทย อายุ 58 ปี ภูมิลำเนาชาว จ.ขอนแก่น อาชีพช่างรับจ้างทั่วไป สวมเสื้อเชิ้ตลายสก็อตสีน้ำเงิน ใส่กางเกงขายาว สวมผ้าคุมศีรษะ เจ้าหน้าที่กู้ชีพช่วยกันทำ CPR แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา คาดว่าสาเหตุมาจากการถูกกระแทกอย่างรุนแรงเนื่องจากตกลงมาจากหลังคา ความสูงประมาณ 5.2 เมตร
จากการสอบถาม เพื่อนร่วมงาน เล่าว่า เหตุเกิดประมาณช่วง 11 โมง ผู้เสียชีวิตเดินขึ้นไปด้านบนหลังคา ระหว่างที่กำลังจะก้าวขาดันพลาดไปเหยียบตรงแผ่นกระเบื้องที่ไม่มีเหล็ก จากนั้นผู้เสียชีวิตก็ตกลงมาทั้งคนทั้งกระเบื้อง
โดยในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
>> ศาลสั่งประหารชีวิต อาเด็ม-ยูซุฟู คดีระเบิดแยกราชประสงค์ เมื่อ 11 ปีก่อน
13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีเหตุ คนร้ายลอบวางระเบิด ที่บริเวณศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ส.ค.2558 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 20 ราย เป็นต่างชาติ 14 ราย คนไทย 6 ราย บาดเจ็บกว่า 100 คน โดยพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยในคดี 2 ราย นายอาเด็ม คาราดัค และนายไมไรลี ยูซุฟู ซึ่งเหตุการณ์ผ่านมาเกือบ 11 ปี มีการสืบพยานโจทก์มากกว่า 400 ปาก และฝ่ายจำเลยกว่า 45 ปาก แฟ้มเอกสารคดีกว่า 10,000 หน้า
ล่าสุดศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำพิพากษาประหารชีวิต นายอาเด็ม คาราดัค และ นายไมไรลี ยูซุฟู ฐานร่วมกันก่อเหตุวางระเบิดแยกราชประสงค์ พร้อมปรับ 1,000 บาท ข้อหาพกอาวุธไปในที่สาธารณะ
ท้าวความไป คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ส.ค.2558 เวลาประมาณ 18.55 น. เกิดเหตุระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหม บริเวณแยกราชประสงค์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 20 ราย เจ้าหน้าที่ตรวจพบระเบิดทีเอ็นที ระเบิดแสวงเครื่องที่ใช้ท่อแป๊ปเป็นส่วนประกอบ เช็กวงจรปิดภายหลังพบว่าระเบิดอยู่ในกระเป๋าเป้ ถูกนำมาวางไว้ใต้เก้าอี้ในบริเวณศาลท้าวมหาพรหม
ต่อมาเจ้าหน้าที่จับกุมนายอาเด็ม คาราดัค ทำหน้าที่นำกระเป๋าเป้ ซุกซ่อนระเบิดแสวงเครื่องไปวางไว้ใต้ที่นั่งในบริเวณศาลท้าวมหาพรหม และนายไมไรลี ยูซุฟู ทำหน้าที่เป็นฝ่ายประกอบระเบิด จัดหาอุปกรณ์ และเป็นผู้นำส่งระเบิดแสวงเครื่องให้กับนายอาเด็ม ในการนำไปก่อเหตุดังกล่าว
>> DSI เรียก 6 โรงกลั่นรับทราบข้อหา ปมใบกำกับขนน้ำมัน 166 ฉบับไม่ครบถ้วน พบ 1 รายส่งทนายเข้าชี้แจง
13.16 น. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เดินหน้าดำเนินคดีกับผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือ 6 โรงกลั่นของประเทศ กรณีใบกำกับการขนส่งน้ำมันทางเรือ 166 ฉบับ มีการกรอกข้อมูลไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด โดยวันแรกของการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา มีเพียง 1 รายส่งทนายความเข้ายื่นหนังสือแทน ขณะที่พนักงานสอบสวนย้ำว่าการรับทราบข้อกล่าวหาเป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่สามารถมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทนได้ พร้อมกำหนดให้ผู้มีอำนาจของบริษัทเข้าพบภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้
DSI ระบุว่าการไม่กรอกข้อมูลสำคัญในเอกสารขนส่งน้ำมันอาจเป็นช่องทางให้เกิดการนำเอกสารไปใช้ซ้ำหรือเกี่ยวข้องกับการกักตุนน้ำมัน จึงรับเรื่องไว้เป็นคดีพิเศษ ขณะเดียวกันยังเร่งสอบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับการกักตุนน้ำมันรวม 8 คดี ทั้งกรณีคลังน้ำมัน บริษัทค้าน้ำมัน และการขนส่งทางทะเล โดยเตรียมประชุมติดตามความคืบหน้าทั้งหมดในวันที่ 12 มิ.ย. เพื่อกำหนดแนวทางขยายผลและป้องกันปัญหาด้านพลังงานในอนาคต
>> ตร.ไซเบอร์ แถลงดำเนินคดี 'เบิร์ด วันว่าง' กรณีโพสต์คลิปคอนเทนต์ "ปูนยาแนว" เจ้าตัวรับทราบข้อกล่าวหา กล่าวขอโทษบริษัทปูนยาแนว
14.17 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบช.สอท.) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่น รองผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (รอง ผบก.สอท.1 ) แถลงข่าว 'เบิร์ด วันว่าง' กรณีที่มีคอนเทนต์ในโซเชียลนำ “ปูนยาแนว” มาใช้แทนแป้ง มาเล่นปะแป้งในช่วงเทศกาลสงกรานต์พระประแดง เพื่อสร้างความเข้าใจผิดและเรียกยอดผู้ติดตาม
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ กล่าวว่า เบื้องต้นบริษัทผู้เสียหาย โดยนางสาวจุฑาทิพย์ ผู้รับมอบอำนาจ กับ ผู้กระทำผิด (เบิร์ด วันว่าง) ในความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พบว่ามีการโพสต์คลิปวิดีโอ ผ่านทางออนไลน์ ตั้งค่าสาธารณะโดยที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ได้ตลอดเวลา ในคลิปวิดีโอปรากฏภาพของ เบิร์ด วันว่าง ได้หยิบกาวยาแนวจระเข้ พร้อมทั้งใช้ถ้อยคำว่า ดินสอพอง มันถูกไป พร้อมกับหยิบจระเข้ และพูดว่า นี่แพงกว่า
หลังจากนั้น เบิร์ด วันว่าง นำยาแนวจระเข้ เทลงในถังน้ำและนำไปป้ายตามใบหน้า และร่างกายของผู้อื่น และมีการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยมีเจตนาเพื่อผลประโยชน์ ให้มีผู้ชมติดตามชมคลิปวิดีโอดังกล่าวจำนวนมาก มีการกดไลค์กดแชร์ หรือกดติดตาม หรือทำให้ประชาชนที่เห็นคลิปดังกล่าวอาจเกิดความเข้าใจผิดได้ว่า กาวยาแนวจระเข้นั้น สามารถนำมาใช้แทนดินสอพองได้ และเป็นสินค้าที่สามารถนำไปป้ายตามใบหน้า และร่างกายของผู้อื่นแทนดินสอพองได้โดยไม่เป็นอันตราย ซึ่งไม่เป็นความจริง ซึ่งผู้ที่โพสต์ แชร์หรือส่งต่อ คลิปวิดีโอดังกล่าว อาจเข้าข่ายความผิด
เบิร์ด วันว่าง กล่าวว่า ตนเองขอโทษที่ทำให้ใครเดือดร้อน แต่คำว่าขอโทษอย่างที่ผู้การแจ้บอกว่า จะขอโทษอีกประมาณหลายครั้งคงเป็นไปไม่ได้ เราต้องอยู่ที่การกระทำของตนเอง และตนเองขอโทษบริษัทยาแนวจระเข้ ที่ตนเองเอาถุงยาแนวมาทำคอนเทนต์ในโซเชียล ตนเองไม่มีเจตนาทำให้บริษัทดูไม่ดีดูแย่ เป็นที่ตัวผมเอง ไม่ใช้เป็นที่ตัวบริษัท ตนเองขอโทษบริษัทยาแนวด้วย
เบื้องต้นข้อหาความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูล คอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา แต่เป็นการกระทำต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ผู้กระทำ ผู้เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้เป็นความผิดอันยอมความได้
>> รัฐบาลเผย ยอดต่างชาติเที่ยวไทยยังแกร่ง สร้างรายได้กว่า 7 แสนล้านบาท
15.56 น. นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 - 31 พฤษภาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยจำนวน 2.35 ล้านคน ขยายตัวร้อยละ 3.54 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา สร้างรายได้ 1.08 แสนล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 12.77 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาประเทศไทย 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย จีน อินเดีย รัสเซีย และสิงคโปร์ตามลำดับ
สำหรับยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 7 มิถุนายน 2569 สร้างรายได้สะสม 701,358 ล้านบาท จากจำนวนที่เดินทางเข้ามาจำนวน 14,515,978 ล้านคน โดย 5 อันดับแรกที่เดินทางเข้าประเทศไทย ได้แก่ จีน จำนวน 2,386,714 คน มาเลเซีย จำนวน 1,839,151 คน อินเดีย จำนวน 1,103,945 คน รัสเซีย จำนวน 964,670 คน และเกาหลีใต้ 552,621 คน ทั้งนี้ ในสัปดาห์นี้ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากนักท่องเที่ยวหลายตลาดจะกลับมาท่องเที่ยวตามแนวโน้มปกติ
“จากผลกระทบความตึงเครียดจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนการเดินทางทั้งทางอากาศและภาคขนส่งปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลต่อพฤติกรรมการเดินทาง โดยมีแนวโน้มลดการเดินทางระยะไกลและควบคุมค่าใช้จ่ายมากขึ้น นอกจากรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว รัฐบาลมุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ผ่านการส่งเสริมการท่องเที่ยวระยะใกล้ เดินทางง่าย พร้อมปรับโครงสร้างการท่องเที่ยวไทย ให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ที่เน้นความยั่งยืน ประหยัดพลังงาน และคุณค่าของประสบการณ์” นางสาวพลอยทะเล กล่าว
>> คนร้ายลอบวางระเบิดขบวนรถนายอำเภอมายอ ขณะกลับจากเปิดงานกีฬา จนท. อส. บาดเจ็บหูอื้อ-แน่นหน้าอก 6 ราย
16.40 น. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ลอบวางระเบิดโจมตีขบวนรถยนต์ของ นายดนุช นาคสง่า นายอำเภอมายอ เหตุเกิดบนถนนสายชลประทานที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงก่อสร้าง ในพื้นที่บ้านโคกกอ หมู่ที่ 2 ตำบลลุโบ๊ะยิไร อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี
รายงานข่าวเบื้องต้นระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ นายดนุช นาคสง่า นายอำเภอมายอ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ ได้เดินทางไปปฏิบัติราชการเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาในพื้นที่บ้านน้ำใส ตำบลลุโบ๊ะยิไร หลังเสร็จสิ้นภารกิจจึงได้เดินทางกลับด้วยรถยนต์รวม 3 คัน โดยใช้เส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางสัญญาน
เมื่อขบวนรถแล่นมาถึงจุดเกิดเหตุบริเวณบ้านโคกกอ คนร้ายได้จุดชนวนระเบิดขึ้น แรงระเบิดส่งผลให้รถยนต์ท้ายขบวนได้รับความเสียหาย และทำให้เจ้าหน้าที่ในคณะเดินทางได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย มีอาการหูอื้อและแน่นหน้าอก รวมจำนวน 6 นาย ขณะนี้ทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในพื้นที่ เพื่อตรวจเช็กอาการอย่างละเอียดแล้ว
หลังเกิดเหตุ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลลุโบ๊ะยิไร ได้รีบแจ้งประสานไปยังหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 (ฉก.ทพ.42) และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ โดยในขั้นต้น เจ้าหน้าที่ได้ส่งโดรนขึ้นบินตรวจการณ์ทางอากาศเพื่อตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ประเมินสถานการณ์ และเคลียร์พื้นที่โดยรอบเพื่อป้องกันการลวงระเบิดซ้ำซ้อน ก่อนจะให้เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบเก็บวัตถุพยานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดต่อไป ส่วนความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบอีกครั้ง
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยโชคชัย 4 ซอย 56 รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
17.22 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยโชคชัย 4 ซอย 56 แยก 17 ถนนโชคชัย 4 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น บ้านเดี่ยวคอนกรีตชั้นเดียว ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ ภายในห้องนอน เพลิงลุกไหม้เสียหาย ฝ้าเพดาน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 2 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่เครื่องปรับอากาศ ในที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ พื้นที่รับผิดชองของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยลาดพร้าว
>> ศาลอาญา อนุญาตให้ประกันตัว "ทนายตั้ม" ด้วยวงเงินหนึ่งล้านบาท มีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาต
17.57 น. ผู้สื่อข่าวรยงาน หลังจาก ศาลอาญาพิพากษาจำคุก นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” 5 ปี 12 เดือน คดี “เจ๊อ้อย” และให้ชดใช้ค่าเสียหาย 72.5 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย
ล่าสุดเฟซบุ๊กเพจ ทนายคลายทุกข์ ของ ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ โพสต์ข้อความระบุว่า “ศาลอาญา อนุญาตให้ประกันตัวทนายตั้มวงเงินหนึ่งล้านบาทปล่อยตัวคืนนี้” ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังญาติได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ที่ดิน มูลค่า 2 ล้านบาท ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัว นายษิทรา จำเลยที่ 1 ตีราคาหลักประกัน 1,000,000 บาท โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
>> กรมวิทย์ฯ เผยผลตรวจ "ผงปริศนา" น้ำซุปก๋วยเตี๋ยวอุดรธานี พบ "ไนไทรต์" ใช้ผิดเสี่ยงอันตราย
18.16 น. ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจตัวอย่าง กรณีชาวบ้านรับประทานก๋วยเตี๋ยวจากร้านแห่งหนึ่งภายในชุมชนพรสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ระบุว่า
จากการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผลตรวจยืนยันผงสีขาว พบว่าเป็นสารไนไทรต์ ความบริสุทธิ์ ร้อยละ 99.2 ส่วนผลตรวจตัวอย่างอาเจียนผู้ป่วยพบสารไนไทรต์และไนเทรต ส่วนผลตรวจตัวอย่างน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว ตรวจพบปริมาณไนไทรต์ 2,933 มิลลิกรัมต่อลิตร
ดังนั้นการบริโภคน้ำซุปเพียงประมาณ 1 ช้อนชา จะทำให้ได้รับไนไทรต์เกินค่าปริมาณที่ยอมรับได้ต่อวัน (Acceptable Daily Intake; ADI) ที่ JECFA กำหนด (4.0 มิลลิกรัมต่อคนต่อวัน) ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพเมื่อรับประทานต่อเนื่องทุกวัน หากรับประทานในปริมาณสูงเกินกว่า 1 ลิตรหรือเทียบเท่ากับก๋วยเตี๋ยว 3 ชามในครั้งเดียว จะทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้
ทั้งนี้สารไนไทรต์ หรือที่เรียกกันว่า “เกลือถนอมอาหาร” หรือ “ผงเพรก” เป็นสารที่ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์แปรรูปเนื้อสัตว์ เช่น กุนเชียง ไส้กรอก แหนม และหมูยอ เพื่อช่วยคงสีชมพูแดงของเนื้อสัตว์ และยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียบางชนิด อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวต่ออีกว่า ไนไทรต์ไม่ใช่เกลือปรุงอาหารและไม่ควรนำมาใช้แทนเกลือบริโภคโดยเด็ดขาด เนื่องจากหากร่างกายได้รับในปริมาณสูง อาจส่งผลกระทบต่อระบบการขนส่งออกซิเจนในเลือด ทำให้เกิดอาการตัวเขียวคล้ำ หายใจหอบเหนื่อย เวียนศีรษะ หัวใจเต้นผิดปกติ และในกรณีรุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 468) พ.ศ. 2568 กำหนดให้ใช้ไนไทรต์ในการถนอมอาหารของผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ได้ไม่เกิน 80 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม โดยต้องใช้ภายใต้การควบคุมตามมาตรฐานความปลอดภัยอาหารอย่างเคร่งครัด
ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยังคงเร่งตรวจวิเคราะห์สารปนเปื้อนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด โดยเมื่อผลการตรวจสอบแล้วเสร็จ จะรีบแจ้งให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบโดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอาหารและคุ้มครองสุขภาพของประชาชนอย่างสูงสุด
>> นายกฯ ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในวันชาติรัสเซีย เน้นย้ำรากฐานมิตรภาพอันยาวนาน พร้อมต่อยอดความร่วมมือในวาระ 130 ปีสัมพันธ์ไทย–รัสเซีย
18.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วยภริยา เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสวันชาติสหพันธรัฐรัสเซีย ตามคำเชิญของนายเยฟเกนี โตมีฮิน เอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพมหานคร โดยมีคณะทูตานุทูต ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วมงานกว่า 700 คน
นายกฯ กล่าวแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันชาติสหพันธรัฐรัสเซีย พร้อมชื่นชมความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและรัสเซียที่ดำเนินมาอย่างยาวนานมากกว่า 1 ศตวรรษ และยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องบนพื้นฐานของความไว้วางใจและผลประโยชน์ร่วมกัน โดยทั้งสองประเทศเตรียมจัดกิจกรรมและการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสที่ปีหน้าจะเป็นวาระครบรอบ 130 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–รัสเซีย
ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้า นายกฯ จะเดินทางเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน–รัสเซีย ณ เมืองคาซาน ซึ่งจะเป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างรัสเซียกับอาเซียนให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น พร้อมทั้งแสดงความเชื่อมั่นว่าการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้นำจะช่วยส่งเสริมความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย
>> รถกระบะชนกันกลางถนนมลิวรรณ คุณยายวัย 70 ปีบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา จ.เลย
19.45 น. หน่วยกู้ชีพสว่างคีรีธรรม ได้จัดรถกู้ภัยและรถกู้ชีพ พร้อมรถอุปกรณ์ตัดถ่าง สนับสนุน หลังได้รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถกระบะ 2 คันชนกับรถกระบะ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ถนนมลิวรรณ ฝั่งมาจากเมืองเลย มุ่งหน้าไปทางวังสะพุง ในพื้นที่ ต.นาโป่ง อ.เมือง จ.เลย
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า สีเทา ลักษณะเกยอยู่กับเกาะกลางถนน และห่างออกไป พบรถกระบะ โตโยต้า รีโว่ สีขาว ลักษณะตกร่องข้างทาง ตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย โดยมี 1 ราย เป็นผู้หญิง อายุ 70 ปี อาการสาหัสและหมดสติ ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ - กู้ภัย เร่งช่วยเหลือปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนอีก 3 ราย ดำเนินการนำส่ง รพ.เลย ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเลย
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
04.05 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.5 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 199 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
14 มิถุนายน 2569
14 มิถุนายน 2569