วันที่ 9 มิถุนายน 2569 เวลา 23:51 น.
สืบห้วยขวาง ตามแกะรอยกล้องวงจรปิด รวบ 2 โจรกระชากไอโฟน 13 สาวเมียนมา คาป้ายรถเมล์ย่านรัชดา ขยายผลตามยึดของกลางคืน สารภาพสิ้นไส้ หวังปลดล็อกเอาไว้ใช้เอง แบ่งเงินให้เพื่อนร่วมแก๊งแค่ 500 บาท
เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ศรศักดิ์ ทองมี ผกก.สน.ห้วยขวาง และ พ.ต.ท.ธเนศ ศรีจำปา รอง ผกก.สส.สน.ห้วยขวาง ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.อัครเจตต์ วันแจ้ง สว.สส.สน.ห้วยขวาง พร้อมชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุมตัว ชายไทย อายุ 39 ปี ชาวจังหวัดร้อยเอ็ด และ ชายไทย อายุ 39 ปี ชาวจังหวัดนครปฐม ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะฯ หรือรับของโจร พร้อมด้วยของกลางโทรศัพท์มือถือไอโฟน 13 สีฟ้า รถจักรยานยนต์ สีดำ-เทา หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร คันที่ใช้ก่อเหตุ และหมวกกันน็อกแบบเต็มใบสีดำอีกจำนวน 2 ใบ
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 08.00 น. เกิดเหตุคนร้ายสองคนขับขี่รถจักรยานยนต์ เข้ามากระชากโทรศัพท์มือถือไอโฟน 13 สีฟ้า จากมือของหญิงผู้เสียหายสัญชาติเมียนมา ขณะกำลังนั่งรอรถโดยสารประจำทางและเล่นโทรศัพท์อยู่บริเวณป้ายรถเมล์ ใกล้ตึกไทยประกัน ถนนรัชดาภิเษก แขวงและเขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
ก่อนที่คนร้ายจะพากันขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีมุ่งหน้าไปทางแยกเทียมร่วมมิตรอย่างรวดเร็ว ต่อมาผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อหลักฐานในการติดตามตัวคนร้ายและนำทรัพย์สินกลับคืน
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียงอย่างละเอียด จนพบเบาะแสของชายต้องสงสัยทั้งสองคนและสามารถไล่กล้องตามเส้นทางหลบหนี จนทราบหมายเลขทะเบียนรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุ ก่อนจะขยายผลสืบทราบว่าผู้ครอบครองรถ ซึ่งมีข้อมูลที่พักอาศัยอยู่ในบ้านเช่าภายในตรอกบวรรังสี ถนนตะนาว แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบและพบตัว ชายไทยคนดังกล่าว พร้อมรถจักรยานยนต์และหมวกกันน็อกที่ใช้ในวันก่อเหตุ
จากการสอบสวน ยอมรับสารภาพว่า ตนเองทำหน้าที่เป็นคนขับขี่รถจักรยานยนต์พา ชายไทย คนที่ 2 ร่วมกันก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์จริง โดยหลังเกิดเหตุได้นำโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายไปส่งซ่อมที่ร้านโทรศัพท์ย่านสนามเสือป่า เพื่อปลดล็อกระบบและตั้งใจจะนำมาเก็บไว้ใช้งานเอง โดยแบ่งเงินให้ ชายไทยคนที่ 2 ไปเพียง 500 บาท เจ้าหน้าที่จึงให้ขยายผลต่อนำทางไปจับกุมตัว ซึ่งเป็นบุคคลเร่ร่อนไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ได้ที่บริเวณด้านหลังธนาคาร ย่านบางลำพู ก่อนจะพาไปตรวจยึดโทรศัพท์มือถือของกลางกลับคืนมาจากร้านรับซ่อมมือถือได้เป็นผลสำเร็จ
เบื้องต้น ผู้เสียหายได้เดินทางมาดูของกลาง พร้อมยืนยันว่าเป็นโทรศัพท์มือถือของตนเองที่ถูกก่อเหตุจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา "ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การพากระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม หรือรับของโจร" ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

