24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 8 มิถุนายน 2569
>> ปภ. สนับสนุนทีมเผชิญสถานการณ์วิกฤต ระงับเหตุเพลิงไหม้ย่านพระราม 6
07.51 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้รับรายงานจากกรุงเทพมหานคร เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยพระรามที่ 6 ซอย 15 ถนนพระรามที่ 6 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน เพลิงได้ลุกไหม้บ้านและอาคารพาณิชย์ และได้ลุกลามไปยังพื้นที่ข้างเคียง เจ้าหน้าที่ดับเพลิง กทม. อาสาสมัครมูลนิธิ และเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต ERT จาก ปภ. พร้อมเจ้าหน้าที่ด้านอำนวยการ ได้ร่วมควบคุมเพลิง และอพยพประชาชนไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว ณ โรงเรียนวัดสระบัว
หลังเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว ตรวจสอบเบื้องต้น มีบ้านเรือนเสียหาย 5 หลัง อาคารพาณิชย์ 1 หลัง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ประสานกับกรุงเทพมหานคร เร่งตรวจสอบความเสียหายและให้ความช่วยเหลือประชาชนตามระเบียบหลักเกณฑ์ต่อไป
ขณะเดียวกัน ศูนย์วิทยุพระราม199 เเจ้งขณะนี้ได้มีการจัดตั้ง จุดรับลงทะเบียนของผู้ประสบภัยและสามารถไปลงทะเบียนได้ที่ จุดโรงเรียนวัดสระบัว ถนนรองเมือง แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
>> เพลิงไหม้บ้านเรือน และลุกลามข้างเคียงเสียหายวอด 2 หลัง ที่บ้านท่าสวรรค์ จ.ขอนแก่น
09.21 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิร่วมกตัญญูจุดมัญจาคีรี ว่ามีเหตุ เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่ บ้านท่าสวรรค์ ต.ท่าศาลา อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น จึงได้แจ้งอาสาสมัครออกตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ พบว่าเพลิงกำลังไหม้บ้านหลังต้นเพลิง และลุกลามหลังข้างเคียง ทางทีมดับเพลิงจึงได้ระดมฉีดน้ำ จนสามารถคุมเพลิงและเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา ตรวจสอบพบ มีบ้านได้รับความเสียหายทั้ง 2 หลัง และรถจักรยานยนต์ จำนวน 4 คัน ถูกเพลิงไหม้เสียหาย ขณะเกิดเหตุยังไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มัญจาคีรี
>> นายกฯ และคณะเดินทางถึงกรุงฮานอยแล้ว พร้อมเริ่มภารกิจทันที พบผู้นำระดับสูงเวียดนามและภาคเอกชนทั้ง 2 ประเทศ
10.00 น. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยานายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยมีนายเหงียน ดิ่ญ คาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงชาติพันธุ์และกิจการศาสนาเวียดนามในฐานะรัฐมนตรีเกียรติยศให้การต้อนรับ
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีพร้อมเริ่มภารกิจทันทีภายหลังเดินทางถึง โดยในช่วงเช้าจะพบหารือกับภาคเอกชนไทยที่ดำเนินธุรกิจในเวียดนาม และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนเอกสารความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ ก่อนหารือกับภาคเอกชนเวียดนาม เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกัน
สำหรับในช่วงบ่าย จะเป็นกำหนดการเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี ซึ่งประกอบด้วยพิธีวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน และสุสานประธานโฮจิมินห์ จากนั้นจะเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ณ ทำเนียบรัฐบาลเวียดนาม และการหารือเต็มคณะระหว่างสองฝ่าย ก่อนเข้าเยี่ยมคารวะประธานสภาแห่งชาติเวียดนาม และเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำซึ่งนายกรัฐมนตรีเวียดนามเป็นเจ้าภาพเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีไทย
>> กาชาดอ่างทอง ลงพื้นที่มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย อ.สามโก้ ด้าน ทต.มงคลธรรมนิมิต เตรียมสร้างบ้านให้ใหม่
10.00 น. คณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดอ่างทอง นำโดย นางสาววนัสนันท์ สุธาพจน์ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดอ่างทอง ภายใต้การอำนวยการของนางมนัสวี มนตริวัต นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอ่างทอง ลงพื้นที่ให้กำลังใจและให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย หมู่ที่ 2 ตำบลมงคลธรรมนิมิต อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง พร้อมด้วย พมจ.อ่างทอง ปภ.อ่างทอง นายอำเภอสามโก้ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมตรวจเยี่ยม
เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ส่งผลให้โครงสร้างส่วนใหญ่เสียหายทั้งหลัง ไม่สามารถอยู่อาศัยได้ แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยเหล่ากาชาดจังหวัดอ่างทอง ได้ให้กำลังใจครอบครัวผู้ประสบภัย พร้อมมอบมอบเงิน ช่วยเหลือจำนวน 5,000 บาท พร้อมถุงยังชีพ เครื่องอุปโภค/บริโภคและอุปกรณ์ของใช้ในชีวิตประจำวัน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอ่างทองมอบถุงยังชีพ และพิจารณาช่วยเหลือเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้ประสบปัญหาสังคม
ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอ่างทองมอบชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัยครอบครัวอาเซียน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น และจากนี้ทางเทศบาลมงคลธรรมนิมิต อ.สามโก้ จะพิจารณาการช่วยเหลือซ่อมแซมและสร้างที่อยู่อาศัยให้ใหม่ต่อไป
>> รถกระบะไหลทับคนขับริมทุ่งนา ที่จังหวัดแพร่ คาดว่าจะเสียชีวิตนานกว่า 10 ชั่วโมง
10.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เด่นชัย ได้รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถกระบะบรรทุกไม้ ทับร่างคนขับเสียชีวิต ริมถนนข้างทุ่งนา ในพื้นที่ ม.5 ต.ป่งป่าหวาย อ.เด่นชัย จ.แพร่
ในที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 49 ปี อยู่ใต้ท้องรถกระบะ โตโยต้า สีเทา ป้ายทะเบียน 1468 แพร่ คาดว่าจะเสียชีวิตนานกว่า 10 ชั่วโมง
เบื้องต้นขณะเกิดเหตุไม่มีผู้เห็นเหตุการณ์ เนื่องจากผู้เสียชีวิตมาคนเดียว แต่มีลักษณะ สภาพที่เกิดเหตุ คล้ายรถติดหล่ม มีรอยล้อรถ จึงสันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตได้ขับรถมาในที่เกิดเหตุ อาจจะเกิดติดหล่มเนื่องจากคืนที่ผ่านมามีปริมาณฝนตก พอรถขึ้นได้แล้ว นำไฟฉายมาส่องใต้ท้องรถแล้วรถเกิดไหลลงทุ่งนาทับผู้เสียชีวิต เนื่องจากรถหนักมีไม้บรรทุกมาเต็มรถ และในมือผู้เสียชีวิตยังถือไฟฉายคาดไว้แน่นมือ เบื้องต้นผู้เสียชีวิตไม่มีประกันชีวิต ญาติไม่ติดใจสาเหตุของการเสียชีวิตเป็นอย่างอื่น เจ้าหน้าที่ร้อยเวรและแพทย์เวรส่งร่างให้ญาติดำเนินพิธีการทางศาสนาต่อไป
>> ภูธรภาค 1 แถลงจับกุมเครือข่ายทีมลำเลียงยาเสพติด “หนุ่ม โน้ต ป.หางยาว ปทุมธานี” ของกลางมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท
11.00 น. ที่ สถานีตำรวจภูธรธัญบุรี อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงผลการสืบสวนจับกุม ผู้ต้องหาทีมลำเลียงเสพติดกลุ่มเครือข่าย “หนุ่ม โน้ต ป.หางยาว ปทุมธานี” โดยจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย เป็นชาย อายุ 43 ปีเท่ากัน ภูมิลำเนา เป็นคน จ.ปทุมธานี ทั้งสองคน พร้อมของกลาง ได้แก่
ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) น้ำหนักประมาณ 166 กิโลกรัม, วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (เคตามีน) น้ำหนักประมาณ 299 กิโลกรัม, โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้ในการติดต่อเรื่องยาเสพติด จำนวน 2 เครื่อง พร้อมตรวจยึดรถยนต์ 2 คัน มูลค่า 1,000,000 บาท
พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 เปิดเผยว่า ตำรวจภูธรภาค 1 บูรณาการการปฏิบัติร่วมกับ จนท.หน่วยข่าวกรองทางทหาร ศูนย์ปฏิบัติการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ขกท.ศปก.นสศ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการข่าว ร้อย ตชด.237 โดยร่วมกันขยายผลการจับกุมกลุ่มที่พักยาเสพติดและทีมลำเลียงยาแสพติดเรื่อยมา จนกระทั่งทราบว่ามีกลุ่มทีมพักยาเสพติดเพื่อนำมากระจายให้กับกลุ่มผู้รับในพื้นที่ตอนในของประเทศไทย จนกระทั่งวันที่ 5 มิถุนายน 2569 พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้ จึงเข้าจับกุมทั้ง 2 คนได้บริเวณริมถนนสุสวาท ม.3 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เวลาประมาณ 19.15 น. พร้อมของกลางยาเสพติดจำนวน 9 กระสอบ แบ่งเป็นไอซ์ น้ำหนักประมาณ 166 กิโลกรัม และเคตามีน น้ำหนักประมาณ 299 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์ยี่ห้อเชฟโลเลต แคปติว่า สีเทา ซึ่งยาเสพติดเหล่านี้ หากถูกนำออกขายสู่ท้องตลาดจะมีมูลค่ากว่า 100,000,000 บาท
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะได้ขยายผลถึงกลุ่มลูกค้า ผู้สั่งการ และบุคคลในเครือข่ายยาเสพติด รวมถึงทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด โดยจะนำมาตรการสมคบ สนับสนุนช่วยเหลือ ฟอกเงิน และยึดทรัพย์สิน มาใช้ดำเนินการกับบุคคลในเครือข่ายยาเสพติดต่อไป
>> รถนั่งส่วนบุคคล ชนกับรถกระบะขนน้ำแข็ง มีผู้บาดเจ็บหลายราย ก่อนจะมีเสียชีวิตที่โรงพยาบาล จ.อุดรธานี
12.43 น. อาสาสมัครจุดบริการสว่างเมธาบ้านดุง ร่วมกับสมาคมกู้ภัยศรีสุทโธบ้านดุง ร่วมตรวจสอบอุบัติเหตุรถนั่งส่วนบุคคล ชนกับรถกระบะส่งน้ำแข็ง และมีผู้บาดเจ็บติดภายในยานพาหนะ กลางถนนบ้านเหล่าอุดม ในพื้นที่ ต.บ้านจันทน์ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า ซีวิค สีเทา ป้ายทะเบียน อุดรธานี จอดอยู่บนถนนสภาพหน้ารถพังเสียหาย ติดกับ พบรถกระบะส่งน้ำแข็ง โตโยต้า แชมป์ สีขาว ป้ายทะเบียน อุดรธานี สภาพหน้ารถพังเสียหายเช่นกัน
จากการตรวจสอบ พบว่ามีผู้ได้บาดเจ็บ ทั้งหมด 6 ราย เป็นผู้หญิง 5 และชาย 1 ราย โดยมีบางรายร่างติดค้างในยานพาหนะ อาสาสมัครต้องงัดรถ เพื่อช่วยเหลือและนำตัวออกมา ก่อนจะดำเนินการนำส่งโรงพยาบาลบ้านดุง และได้รับแจ้งว่า มีผู้บาดเจ็บ 1 รายที่มีอาการสาหัส และได้เสียชีวิตในเวลาจ่อมา เป็นหญิงไทย อายุประมาณ 50 - 60 ปี เป็นผู้โดยสารที่มากับรถเก๋ง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดุง
>> หญิงสาว ขับขี่รถจักรยานยนต์ เฉี่ยวชนและถูกล้อรถพ่วงทับ เสียชีวิตกลางถนนสายบุรีรัมย์ - นางรอง จ.บุรีรัมย์
13.35 น. รับแจ้งจาก กู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ เฉี่ยวชนกับรถพ่วง และมีผู้เสียชีวิต กลางถนนหมายเลข 218 เยื้องๆ ห้างแม็คโคร ในพื้นที อ.เมือง จ.บุรีรัมย์
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ล้มคว่ำอยู่บนถนน ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้หญิง สภาพถูกทับด้วยล้อรถพ่วง ไม่ทราบรายละเอียด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ พร้อมแพทย์เวรร่วมตรวจสอบ ก่อนมอบให้รถกู้ชีพดำเนินการนำร่างส่ง รพ.บุรีรัมย์ เพื่อชันสูตร และรอญาติรับไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป
>> บุกจับ แก๊งสแกมเมอร์ชาวจีน เช่าบ้านหรูในไทยเป็นฐาน หลอกเหยื่อชาวจีนด้วยกัน เอง
13.47 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ บูรณาการกำลังร่วมกับกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 และชุดปฏิบัติการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ นำหมายค้นของศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านพักหรูจำนวน 2 หลัง ในพื้นที่ ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ หลังสืบทราบว่าเป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งสแกมเมอร์หลอกลวงเงิน โดยกลุ่มผู้ต้องหาทุ่มเงินเช่าบ้านพักหรูดังกล่าวในราคาสูงถึงเดือนละ 80,000 บาท เพื่อใช้เป็นที่ปักหลักทำงานนานกว่า 2 ถึง 3 เดือน
จากการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว สามารถจับกุมคนต่างด้าวสัญชาติจีนได้รวม 10 คน แบ่งเป็นชาย 9 คน และหญิง 1 คน พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กและโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการก่อเหตุรวมกว่า 100 เครื่อง ส่วนบ้านหลังที่ 2 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นพบผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 5 คน เป็นชาย 4 คน และหญิง 1 คน ประกอบด้วยชาวจีน 1 คน และชาวเมียนมาอีก 4 คน รวมยอดผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้จากทั้งสองจุดทั้งหมด 15 คน
พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่า ขบวนการนี้ใช้ประเทศไทยเป็นฐานตั้งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์และส่งข้อความไปแฮ็กข้อมูลก่อนหลอกให้เหยื่อในต่างประเทศโอนเงิน โดยกลุ่มผู้ต้องหาได้ค่าจ้างเป็นเงินคริปโตเดือนละประมาณ 35,000 ถึง 40,000 กว่าบาท ซึ่งการตรวจสอบเส้นทางพาสปอร์ตพบว่ามีทั้งกลุ่มที่ใช้วีซ่านักท่องเที่ยว กลุ่มที่อยู่เกินกำหนดระยะเวลาหรือโอเวอร์สเตย์ และบางส่วนไม่มีข้อมูลในระบบตรวจคนเข้าเมือง ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปสอบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> บุกโรงงานบุหรี่ไฟฟ้าลอบผลิตแบรนด์ดัง จ.ชลบุรี พบอุปกรณ์ - น้ำยาพร้อมส่งขายเพียบ
14.30 น. นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง พร้อมด้วย พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง เรืออากาศตรีกิตติคม คงสมโภชน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 2 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ชุดปฏิบัติการพิเศษ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ DSI รวมกว่า 30 นาย เข้าตรวจค้นโกดังต้องสงสัยแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังสืบทราบว่าใช้เป็นแหล่งผลิตบุหรี่ไฟฟ้าขนาดใหญ่
จากการตรวจสอบพบว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นโกดังขนาดใหญ่เนื้อที่รวมกว่า 5 ไร่ มีการล้อมรั้วสังกะสีโดยรอบ พร้อมแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน ทั้งโซนผลิตและที่พักพนักงาน ภายในพบแท่นอัดน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ากลิ่นผลไม้หลากหลายชนิด เครื่องซีลบรรจุภัณฑ์ ชิ้นส่วนบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมาก รวมถึงสินค้าที่บรรจุเสร็จพร้อมจัดส่ง และบางส่วนอยู่ระหว่างกระบวนการผลิต เบื้องต้นพบว่าเป็นโรงงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้ายี่ห้อดัง ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจนับของกลาง จึงยังไม่สามารถประเมินจำนวนและมูลค่าของกลางได้
สำหรับการเข้าตรวจค้นครั้งนี้ สืบเนื่องจาก ด.ต.กฤษณะ ระวิชัย ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.บางละมุง สังเกตเห็นรถกระบะตู้ทึบยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหลัง ขับออกมาจากโกดังดังกล่าวในลักษณะมีพิรุธ จึงแสดงตัวขอตรวจค้น พบ นายวอ (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี เป็นผู้ขับขี่ และภายในตู้ทึบพบกล่องกระดาษบรรจุบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงประสานกำลังเสริมเข้าตรวจสอบโกดังทันที ระหว่างการเข้าปฏิบัติการ พบแรงงานต่างด้าวจำนวนมากวิ่งหลบหนีออกทางด้านหลังโรงงาน เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในจึงพบว่า สถานที่แห่งนี้ถูกใช้เป็นโรงงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้าขนาดใหญ่ครบวงจร
จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่าโกดังดังกล่าวเคยใช้เป็นสถานที่เพาะปลูกกัญชามาก่อน ก่อนถูกดัดแปลงเป็นโรงงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้า นอกจากนี้ ภายในอาคารสำนักงานยังพบบัตรตอกเวลาพนักงานจำนวน 39 ใบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว อีกทั้งบริเวณทางเข้าพบกระเป๋าเดินทางจำนวน 2 ใบ ติดแท็กสายการบิน โดยหนึ่งในนั้นระบุชื่อบุคคลสัญชาติจีน
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ประเมินว่าบุหรี่ไฟฟ้ายี่ห้อดังกล่าวมีต้นทุนการผลิตประมาณชิ้นละ 70 บาท ก่อนนำไปจำหน่ายในราคาประมาณ 300-400 บาทต่อชิ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลเพื่อติดตามตัวผู้เป็นเจ้าของกิจการ ผู้เกี่ยวข้อง และนายทุนที่อยู่เบื้องหลัง หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
>> ทหารกองกำลังผาเมือง ปะทะขบวนการขนยาเสพติดที่ฝาง เชียงใหม่ จับตายอีก 2 ศพ ของกลางยานรกเพียบ เผย ตั้งแต่ต.ค.68 ปะทะแล้ว 55 ครั้ง กลุ่มแก๊งยาเสียชีวิต 41 ราย
14.30 น. พล.ต.สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง มอบให้ พ.อ.อำนาจ วชิรศักดิ์โสภานะ ผบ.หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เข้าตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ ทหารกองร้อยทหารม้าที่ 4 หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ กองกำลังผาเมือง ร่วมกับ กองร้อยทหารพรานที่ 3207 กองบังคับการ ควบคุมทหารพราน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 และ หมวดลาดตระเวนระยะไกล กองกำลังผาเมือง รวมจำนวน 3 ชุดปฏิบัติการ ลาดตระเวนเฝ้าตรวจเพื่อป้องกันและสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดและสิ่งของผิดกฎหมาย ในพื้นที่ ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่
โดย เจ้าหน้าที่ทหารตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยประมาณ 3 – 4 คน เดินมาตามเส้นทางจึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่กลุ่มชายฉกรรจ์ใช้อาวุธปืนยิงใส่จนเกิดการยิงปะทะกันขึ้นนานประมาณ 5 นาที สิ้นเสียงปืนฝ่ายทหารปลอดภัยจึงประสานหน่วยจัดกำลังเพิ่มเติมเข้าควบคุมบริเวณพื้นที่ และเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ พบร่างชาย 2 รายถูกยิงเสียชีวิต พร้อมของกลาง กระสอบดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลัง 2 กระสอบ ภายในบรรจุยาบ้า 2 แสนเม็ด ฝิ่นดิบ 3.2 กิโลกรัม และไอซ์ 1 กิโลกรัม
>> จับตัวเป้งคอลเซ็นเตอร์ไทยรับใช้ทุนจีน หลอกสูบเงินเพื่อนร่วมชาตินับล้านบาท ยึดทรัพย์ได้กว่า 8 ล้านบาท
14.35 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.3 บก.ปอท. ร่วมกันจับกุมผูต้องหา 2 ราย คือ นายเอ (นามสมมุติ) และ น.ส.บี (นามสมมุติ) ฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันเป็นอั้งยี่, โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” โดยจับกุมได้ในพื้นที่ จ.นนทบุรี
สืบเนื่องจาก ตำรวจ กก.3 บก.ปอท. ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่ามีเพจเฟซบุ๊กชื่อว่า “เคลียร์ตู้ ถุงแบรนด์เนมแท้” ส่งลิงก์ให้กดไปยังแอปพลิเคชันไลน์ เป็นกลุ่มเกี่ยวกับการลงขายสินค้า คนร้ายใช้ข้ออ้างว่าจะต้องสร้างเครดิตหน้าร้านค้า ให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะรู้ตัวว่าถูกมิจฉาชีพหลอกและไม่สามารถถอนเงินได้ จึงได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท.
จากการสืบสวนเส้นทางการเงินของผู้ต้องหารายหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่กดเงิน, จัดหาบัญชีม้าโดยโพสต์หาคนเปิดบัญชีในเฟซบุ๊ก และขับรถพาคนไปกดเงินได้รับค่าจ้าง 5,000 บาท จึงได้เข้าจับกุมและตรวจยึดทรัพย์สินได้แก่ โทรศัพท์มือถือ, บัตรกดเงินสด และทะเบียนรถเป็นจำนวนมาก
จากนั้นได้ขยายผลจับกุมผู้ร่วมกระบวนการคือนายเอ และ น.ส.บี ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคอยสั่งการให้หาบัญชี/กดเงิน และเป็นตัวกลางติดต่อชายชาวจีนที่เป็นตัวการใหญ่คอยสั่งการและเป็นผู้รับผลประโยชน์ ยังพบอีกว่านายเอ เคยต้องโทษคดีอาญา ทำร้ายร่างกาย และ พ.ร.บ. คนเข้าเมืองอีกด้วย
>> รวบ "โบ้ สวนหลวง" แก๊งเงินกู้ดอกเบี้ยโหด พฤติกรรมสุดเถื่อน บุกรุมทำร้ายลูกหนี้
15.21 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามร่วมกันจับกุม นายโบ้ (ฉายา) อายุ 27 ปี ฐาน "ร่วมกันทวงถามหนี้โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย, ร่วมกันทวงถามหนี้กับบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่ลูกหนี้, ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นฯ" โดยจับกุมได้บริเวณบ้านพัก บนถนนประชาอุทิศ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
โดยคดีเกิดขึ้นในพื้นที่ สน.ลาดกระบัง เมื่อเดือนธันวาคม 2566 ผู้เสียหายได้กู้ยืมเงินนอกระบบจาก "โบ้ สวนหลวง" จำนวน 20,000 บาท โดยถูกเรียกเก็บเงินต้นและดอกเบี้ยสูงถึงวันละ 600 บาท (รวมยอดที่ต้องชำระ 24,000 บาท ภายใน 24 วัน) ต่อมาขณะที่นายโบ้และพวกเข้ามาตามทวงหนี้บริเวณวัดลานบุญ ถนนลาดกระบัง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบพอดี กลุ่มนายโบ้จึงหลบหนีไป
ต่อมาช่วงเดือนกรกฎาคม 2567 กลุ่มผู้ต้องหา 4 คน ยังไม่เลิกพฤติกรรม ยังได้โทรศัพท์ข่มขู่ทวงหนี้ และบุกไปหาผู้เสียหายก่อนร่วมกันรุมทำร้ายร่างกายจนผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ใบหน้า และตาขวา แล้วหลบหนีไป ผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความที่ สน.โชคชัย จนนำมาสู่การออกหมายจับในคดีนี้ กระทั่งจับกุมผู้ต้องหาได้ในครั้งนี้
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหายังมีหมายจับติดตัวอีก 1 หมาย ฐาน "ประกอบกิจการให้สินเชื่อบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้" จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหารับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
>> เพลิงไหม้เครื่องจักรภายในโกดังเก็บเหล็ก ซอยบางกระดี่ 32 เครื่องจักรเสียหายวอด
15.24 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยบางกระดี่ 32 ถนนบางกระดี่ แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุ อาคารชั้นเดียว โครงสร้างเหล็กหลังคาเมทัลชีท ประกอบกิจการผลิตเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต เพลิงลุกไหม้เครื่องจักร สาเหตุเกิดจากการเชื่อมเหล็กบริเวณเครื่องจักรทำให้สะเก็ดไฟหล่นใส่สายไฟและท่อน้ำมันไฮดรอลิคเกิดความร้อนสะสมจนทำให้เกิดการลุกไหม้ เสียหายเฉพาะเครื่องจักร ไม่ส่งผลกระทบต่อตัวอาคาร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก การเชื่อมเหล็กบริเวณเครื่องจักรทำให้สะเก็ดไฟ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ พื้นที่ัผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนเทียน
>> ปิดฉากมือยิง “ป้อนข้าว” สาวดาวติ๊กต๊อก ปลิดชีพตัวเองคารถคอก ระหว่างหลบหนี
15.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณี “ป้อนข้าว สาวพีที” สาวดาวติ๊กต๊อก อายุ 25 ปี ถูกคนร้ายลวงออกมายิงเสียชีวิตริมถนน บริเวณใกล้ปั๊มแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.สระบุรี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งเป้าการสืบสวนไปที่ประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวและปัญหาความหึงหวง โดยผู้ก่อเหตุ คือ นายสุทัศน์ อายุ 42 ปี อดีตแฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิต ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด ชุดสืบสวน ทราบว่า นายสุทัศน์ หลบหนีไปกบดานที่บ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไปติดตามตัว แต่ นายสุทัศน์ ไหวตัวทันขับรถกระบะมีคอก ยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ สีเทา หลบหนีไปบนถนนมิตรภาพ เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด เมื่อไปถึงบริเวณช่วง ต.มะเกลือเก่า อ.สูงเนิน นายสุทัศน์ เห็นว่าหนีไม่พ้นแล้ว จึงได้ตัดสินใจใช้อาวุธปืนลั่นไกปลิดชีพตัวเองเสียชีวิตในระหว่างขับรถหลบหนี
จากการตรวจสอบ เบื้องต้น พบอาวุธปืน ขนาด 9 มม. ตกอยู่บนรถจำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน และพบร่าง นรายสุทัศน์ ผู้เสียชีวิตนอนหงายอยู่บนรถ คาดว่าเมื่อ นายสุทัศน์ ลั่นไกปลิดชีพตัวเอง แล้วรถกระบะที่ขับเกิดเสียหลักพุ่งไปชนแบร์ริเออร์ข้างทาง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานภาค 3 ลงพื้นที่ไปเก็บข้อมูลตามพยานหลักฐานอย่างละเอียดแล้ว
>> งดเข้าพื้นที่ “เขาเจ็ดยอด” ช่วงฤดูฝน หลังเกิดเหตุนักท่องเที่ยวเสียชีวิต
15.57 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 (สบอ.) จ.สงขลา ได้ออกประกาศชี้แจง เรื่องมาตรการระงับการเข้าพื้นที่เส้นทางศึกษาธรรมชาติเป็นการชั่วคราว เพื่อแจ้งไปยังไกด์เดินป่า และผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว (กิจกรรมเดินป่า) ระบุว่า สืบเนื่องจากเหตุการณ์นักท่องเที่ยวพลัดหลงและประสบเหตุเสียชีวิต บริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติเขาเจ็ดยอด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด โดยมีเหตุเกิดในพื้นที่ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง นั้น
ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของนักท่องเที่ยวทุกคน สบอ.6 สงขลาได้มีคำสั่งและแนวทางปฏิบัติคือ ให้ชะลอและงดการเข้าพื้นที่ โดยขอให้ไกด์เดินป่า และผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว ชะลอและงดการยื่นขออนุญาตเข้าพื้นที่เส้นทางศึกษาธรรมชาติในช่วงฤดูฝนนี้ สำหรับคำขออนุญาตที่ยื่นมาก่อนหน้านี้แล้ว สบอ.6 สงขลา ยังไม่อนุญาตให้มีการเดินทางเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด และขอให้หยุดการเข้าพื้นที่ไว้ก่อน
อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวจะมีค่าผลบังคับใช้ไป จนกว่าทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด จะดำเนินการจัดประชุมร่วมกับไกด์เดินป่า และผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว เพื่อวางมาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างรัดกุม และรายงานผลให้ทาง สบอ.6 สงขลา ทราบ เพื่อชี้แจงแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนต่อไป
>> ไฟไหม้บ้านเรือนชุมชนเกาะแก้ว กลางเมืองภูเก็ต มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือนำส่ง รพ.
16.00 น. สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในหมู่บ้านเจ้าฟ้าการ์เด้นโฮมเกาะแก้ว ซอย 5 ในพื้นที่ หมู่ที่ 2 บ้านบางคู ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต
ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านปูนชั้นเดียว หลังได้รับแจ้งเหตุ ได้ประสานขอสนับสนุนรถดับเพลิงจำนวน 2 คัน เจ้าหน้าที่ 10 ราย และรถพยาบาลขององค์การบริหารส่วนตำบลเกาะแก้ว จำนวน 2 คัน พร้อมเจ้าหน้าที่ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าควบคุมสถานการณ์
จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกไฟลวกจำนวน 2 ราย ได้แก่ เพศชาย 1 ราย อายุ 38 ปี นำส่งโรงพยาบาลมิชชั่น และเพศหญิง 1 ราย อายุ 74 ปี นำส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ส่วนของสาเหตุการเกิดเหตุเพลิงไหม้อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต
>> ปลัด กทม. สั่งตรวจสอบโครงสร้างอาคาร ที่ถูกไฟไหม้ ซอยพระรามหก 15
16.13 น. นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้บริเวณถนนพระราม 6 ซอย 15 ใกล้วัดบรมนิวาส เขตปทุมวัน ว่า กรุงเทพมหานครได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ตั้งแต่ช่วงเช้า โดยสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ รถดับเพลิง เครื่องจักรกล และอุปกรณ์จากสถานีดับเพลิงในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาคี มูลนิธิ และภาคเอกชน เข้าร่วมสนับสนุนการระงับเหตุอย่างเต็มกำลัง
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเพลิงลุกไหม้อาคารและบ้านเรือนภายในชุมชน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาคารเก่าและบ้านไม้ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ค่อนข้างแออัด ส่งผลให้การเข้าถึงจุดเกิดเหตุและการควบคุมเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบจุดที่อาจมีความร้อนสะสมเพื่อป้องกันการปะทุซ้ำ ในส่วนของสาเหตุเพลิงไหม้เจ้าหน้าที่จะได้เข้าตรวจสอบภายหลัง
ในส่วนของผู้ได้รับผลกระทบ กรุงเทพมหานครได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือชั่วคราวภายในโรงเรียนวัดสระบัว เพื่อรองรับประชาชนที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่ พร้อมทั้งนำผู้ได้รับบาดเจ็บเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลกลาง โดยเบื้องต้นยังไม่พบผู้เสียชีวิต มีผู้บาดเล็กน้อย 3 ราย และอาสาสมัคร 1 ราย มีอาการสำลักควัน นำส่ง โรงพยาบาลกลาง 2 ราย โรงพยาบาลหัวเฉียว 1 ราย และโรงพยาบาลตำรวจ 1 ราย
ปลัดกรุงเทพมหานคร ยังได้สั่งการให้สำนักงานเขตปทุมวัน สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสำนักการโยธา ร่วมกันตรวจสอบความเสียหายและประเมินความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร โดยจัดทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด
พร้อมทั้งมอบหมายสำนักงานเขตปทุมวัน ออกประกาศห้ามเข้าพื้นที่ และประกาศห้ามใช้อาคาร เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะเร่งสำรวจความเสียหายและจัดทำแนวทางช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
14 มิถุนายน 2569
14 มิถุนายน 2569
14 มิถุนายน 2569
14 มิถุนายน 2569