วันที่ 8 มิถุนายน 2569 เวลา 23:11 น.
ปฏิบัติการ CASH OUT ตัดวงจรเครือข่ายสแกมเมอร์ ฟอกเงินผ่านการซื้อสินค้าจากห้างดัง
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.สั่งการ พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท. พ.ต.อ.นิธิ ตรีสุวรรณ รรท.ผกก.2 บก.ปอท. นำกำลังจับกุม นายสุข (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี และ นายสัน (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 30 เม.ย.69 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ,สมคบกันฐานฟอกเงิน, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั่งยี่” ได้ในพื้นที่ จ.นนทบุรี และ จ.สมุทรสาคร
สืบเนื่องจากได้มีผู้เสียหายรายหนึ่ง แจ้งความว่า มีคนร้ายได้โทรศัพท์มาแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์รายหนึ่ง ออกอุบายหลอกลวงว่า ผู้เสียหายได้นำบัตรประชาชน ไปเปิดหมายเลขโทรศัพท์ที่จังหวัดเลย และหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวถูกนำไปใช้โทรหลอกผู้เสียหายคนอื่น จากนั้นคนร้ายได้ให้ผู้เสียหายติดต่อกับไลน์ชื่อว่า “สภ.เมืองเลย” โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พูดจาข่มขู่ผู้เสียหายว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด และให้ผู้เสียหายโอนเงินมาตรวจสอบ โดยอ้างว่าหลังจากโอนเงินมาแล้ว จะมีการโอนเงินคืนให้ ซึ่งด้วยความกลัว ผู้เสียหายจึงโอนเงินไปยังบัญชีม้าที่คนร้ายเตรียมไว้ ต่อมาภายหลังผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอกลวง จึงได้โทรแจ้ง 1441 ของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
จากการร่วมบูรณาการประสานงานกัน ระหว่างศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) กับ บริษัท โทรคมนาคม และ ธนาคาร จนทราบว่า กลุ่มคนร้ายในคดีนี้ มีการแบ่งหน้าที่กันทำ ทั้งกลุ่มที่หลอกลวง และกลุ่มที่รับฟอกเงิน โดยก่อนหน้านี้ ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดปฏิบัติการจับกุมกลุ่มคนร้ายที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับโทรหลอกลวงผู้เสียหาย รวม 3 ราย สามารถตรวจยึด เครื่องซิมบ็อกซ์, เราเตอร์ไวไฟ, โทรศัพท์มือถือ, คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผลในกลุ่มแก๊งฟอกเงิน จนกระทั่งทราบว่ากลุ่มคนร้ายมีการนำเงินที่ได้จากการหลอกลวงผู้เสียหาย ไปซื้อสินค้าตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ อาทิเหล้า เบียร์ และ บุหรี่ ก่อนนำไปขายต่อให้กับร้านขายของชำทั่วไป ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด เพื่อแปลงสภาพหรืออำพรางเส้นทางการเงิน
จากการสืบสวน มีนายสัน (นามสมมุติ) นายทุนคนไทย มีหน้าที่ติดต่อประสานงานกับ บอสชาวจีน กลุ่มฟอกเงิน ที่ใช้บัญชีม้าหรือบัญชีธนาคารที่รับโอนเงินจากผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวง เพื่อสแกนจ่ายค่าสินค้า ประเภท เหล้า เบียร์ ตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ โดยจะว่าจ้าง นายสุเมธ เป็นผู้ติดต่อสั่งซื้อสินค้ากับห้างฯ และรับขนส่งสินค้าเพื่อไปขายต่อให้กับร้านค้าทั่วไป ก่อนจะนำเงินสดที่ได้ไปส่งมอบให้กับบอสชาวจีน
ส่วนนายสุข (นามสมมุติ) มีหน้าที่ หาคนใกล้ชิด มาสมัครสมาชิกกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ เพื่อซื้อเหล้าเบียร์ และบุหรี่ เป็นจำนวนมาก โดยก่อนที่จะซื้อสินค้าจากห้างฯ นายสุเมธ จะเข้าไปติดต่อขอสั่งซื้อแล้วถ่ายภาพคิวร์อาร์โค้ด เพื่อสแกนจ่ายค่าสินค้า ให้กับนายเศรษฐวิชญ์ หลังจากนั้นจะนำสินค้าไปตระเวนขายให้กับร้านขายของชำทั่วไป ในราคาถูกกว่าปกติ และนำเงินสดไปมอบให้กับนายเศรษฐวิชญ์ จนกระทั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันจับกุม นายสุเมธ และนายเศรษฐวิชญ์ กลุ่มฟอกเงินผู้เปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สินได้ดังกล่าว
สอบสวนผู้ต้องหาให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนมีบริษัท โลจิสติกส์ รับส่งสินค้าทั่วไป ต่อมาได้รู้จักกับบอสชาวจีน ซึ่งอ้างว่ามีเงินลงทุนขนาดใหญ่จากต่างประเทศ ต้องการเลี่ยงภาษี และนำมาลงทุนในประเทศไทย จึงเสนอวิธีการ ให้นำเงินไปซื้อสินค้าประเภท เหล้า เบียร์ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่สามารถซื้อขายในท้องตลาดได้ง่าย และมูลค่าไม่ได้ลดลงไปตามกาลเวลา โดยจะเลือกสินค้าในห้างขนาดใหญ่ เพื่อความน่าเชื่อถือ โดยตนและกลุ่มบอสชาวจีน จะสร้างกลุ่มแชทเทเลเกรม เพื่อพูดคุย สั่งสินค้า สแกนจ่ายเงิน ซึ่งแต่ละครั้งจะตกลงกันว่า จะรับเหล้า เบียร์ จำนวนเท่าไหร่ และสั่งการให้นายสุเมธ ไปติดต่อสั่งซื้อกับห้างฯ แล้วถ่ายรูปคิวร์อาร์โค้ดเพื่อจ่ายค่าสินค้า จากนั้นจะส่งภาพคิวร์อาร์โค้ดต่อให้กับบอสชาวจีน หลังจากนั้น นายสุเมธ จะนำสินค้า ประเภทเหล้า เบียร์ ไปขายต่อให้กับร้านค้าทั่วไป และตนจะนัดรับเงินสดจากนายสุเมธ ภายหลังบอสชาวจีน ก็จะนัดตนไปเจอตามโรงแรม หรือสถานที่ต่างๆ ตามแต่จะตกลง เพื่อส่งมอบเงินสดให้กับบอสชาวจีน และตนจะได้ค่าดำเนินการ 5% ต่อยอดสั่งซื้อ จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท.ดำเนินคดี พร้อมขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป


