วันที่ 4 มิถุนายน 2569 เวลา 23:41 น.
สมเด็จพระสังฆราชฯ ประทานพระวโรกาสให้สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะที่ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เฝ้าถวายสักการะและรับประทานพระโอวาท
วันพฤหัสบดี ที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๙ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประทานพระวโรกาสให้สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะที่ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ เฝ้าถวายสักการะและรับประทานพระโอวาท โอกาสนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระโอวาท ความว่า
“ตามที่ สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสมณศักดิ์แด่ท่าน เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี นั้น นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ และเป็นเกียรติยศอันหาที่สุดมิได้ ขอท่านเจ้าประคุณและท่านเจ้าคุณทุกรูปจงพร้อมเพรียงกัน ตั้งสัตยาธิษฐานถวายพระพรให้สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้าทั้งสองพระองค์ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงเจริญพระชนมสุขสิริสวัสดิ์ทุกประการ และขอท่านจงตั้งใจรับภารธุระการคณะสงฆ์ อย่างเต็มสติกำลังความสามารถ เพื่อฉลองพระราชศรัทธา ให้สมกับที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้
‘เกียรติยศ‘ ย่อมมาพร้อมกับ ‘หน้าที่’ การที่ท่านที่ได้รับพระราชทานเกียรติยศสูงส่งขึ้น นอกจากจะเป็นเพราะกุศลเหตุ ที่ท่านสั่งสมไว้ดีแล้วแต่ก่อนกาล ยังหมายความว่า ท่านกำลังจำจะต้องรับภารธุระเพิ่มขึ้นด้วย โดยไม่มีข้ออ้างว่าสูงวัยแล้ว หรือสุขภาพไม่ดีแลัว หรือเหนื่อยพอแล้ว เพราะการทำหน้าที่พระภิกษุในพระธรรมวินัย การทำหน้าที่พระสังฆาธิการผู้ปกครองในคณะสงฆ์ และการทำหน้าที่รับภารธุระการพระศาสนา ตามที่องค์อัครศาสนูปถัมภก ทรงอาราธนาแล้ว ย่อมไม่มีวันสิ้นสุดตราบเท่าชีวิต
การได้ลาภได้ยศนั้น เป็นโลกธรรมที่มีอยู่เป็นของคู่โลกมาแต่เก่าก่อน แต่ในขณะเดียวกัน การเสื่อมลาภเสื่อมยศนั้น ก็เป็นของที่มีอยู่เป็นของคู่โลกมาแต่เก่าก่อนด้วยเช่นเดียวกัน หากท่านไม่ครองตนเป็นสมณะที่ดีในพระธรรมวินัย ไม่ดำรงฐานะเป็นครูอาจารย์ที่ดีของศิษยานุศิษย์ ไม่ทำหน้าที่ตามที่สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ทรงไว้วางพระราชหฤทัย และตามที่คณะสงฆ์ไว้วางใจ ความเสื่อมลาภเสื่อมยศก็อาจเกิดปรากฏขึ้นได้ แก่บุคคลผู้ประมาท ไม่ใช่เรื่องพ้นวิสัยเลย
ผมจึงขอให้ท่านทุกรูปจงหมั่นเพียรในการประกอบกรณียกิจ ด้วยความสุจริต และด้วยจริยาอันซื่อตรงต่อพระธรรมวินัย เพื่อความเจริญงอกงามในพระสัทธรรมของสมเด็จพระบรมศาสดา จักได้บังเกิดมีขึ้นแก่ท่านทั้งหลายยิ่งๆ ขึ้นไป
ในนามคณะสงฆ์ ผมขอแสดงมุทิตาจิตถวายแด่ท่านทุกรูป และขออำนวยพรให้ทุกท่าน จงเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย มีสรรพกำลังพรั่งพร้อม ในอันที่จะจรรโลงพระพุทธศาสนา คณะสงฆ์ และประเทศชาติ ให้รุ่งเรืองวัฒนาสถาวรสืบไป เทอญ.“





4 มิถุนายน 2569
4 มิถุนายน 2569