หน้าแรก > อาชญากรรม

คอมมานโดบุก รวบชายวัย 40 ปี ลวงเยาวชนหญิงย่ำยีข้ามจังหวัด อ้างสนิทน้าสาว - เจ้าตัวยังให้การภาคเสธ

วันที่ 4 มิถุนายน 2569 เวลา 23:40 น.


คอมมานโดบุก รวบชายวัย 40 ปี ลวงเยาวชนหญิงย่ำยีข้ามจังหวัด อ้างสนิทน้าสาว - เจ้าตัวยังให้การภาคเสธ

วันที่ 2 มิ.ย.69 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. สั่งการให้ พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. และ พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังเจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ปพ.

ร่วมกันเข้าจับกุมตัว ชายไทย อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดภูเขียว ที่ 109/2569 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ในข้อหา “ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้, พรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปีไปเสียจากผู้ปกครองดูแล โดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วย, พาบุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่ออนาจาร, และข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ หลายกรรมต่างกัน” โดยจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าปากซอย 2 บ้านเอื้ออาทรฯ ในพื้นที่ ต.บ้านสร้าง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปี 2567 ขณะนั้น น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ผู้เสียหาย อาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รู้จักกับ ชายคนดังกล่าว ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน และมีความสนิทสนมกับน้าสาวของผู้เสียหายที่เป็นช่างทำผม ทำให้ ชายคนดังกล่าว แวะเวียนมาหาบ่อยครั้งจนเกิดความคุ้นเคย ก่อนจะอาศัยความไว้ใจชักชวนผู้เสียหายไปเที่ยวและทำกิจกรรมร่วมกัน จนความสัมพันธ์พัฒนาไปในเชิงชู้สาว และแอบมีความสัมพันธ์ทางเพศกันเรื่อยมา

ต่อมาผู้เสียหายได้ย้ายไปพักอาศัยอยู่ที่ จ.ชัยภูมิ แต่ผู้ต้องหายังคงเดินทางตามไปหาและมีความสัมพันธ์ทางเพศกันอย่างต่อเนื่อง กระทั่งต่อมามีพลเมืองดีพบเห็นความผิดปกติ ประกอบกับมีคลิปวิดีโอหลุดเผยแพร่ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา น้าสาวของผู้เสียหายทราบเรื่องจึงเค้นสอบถาม จน น.ส.เอ ยอมรับสารภาพทั้งน้ำตาว่าถูก ชายคนดังกล่าว ย่ำยีมาตลอด แต่ที่ผ่านมาไม่กล้าบอกใครเพราะอับอายและหวาดกลัว น้าสาวจึงพาเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดี

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า ชายคนดังกล่าว ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเอื้ออาทร  อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงนำกำลังลงพื้นที่ซุ่มโปร่ง กระทั่งพบ  ชายคนดังกล่าว ปรากฏตัวอยู่บริเวณหน้าปากซอย 2 จึงแสดงตัวพร้อมหมายจับเข้าทำการจับกุมตัวได้ในที่สุด

สอบสวนเบื้องต้น ชายคนดังกล่าว ให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่ารู้จักกับน้าสาวและผู้เสียหายจริง เคยพาผู้เสียหายไปเที่ยวและให้เงินใช้บ้าง รวมถึงเคยเดินทางไปเที่ยวที่ จ.ชัยภูมิ ด้วยกันจริง แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีเพศสัมพันธ์หรือล่วงละเมิดทางเพศผู้เสียหายตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ เนื่องจากขัดแย้งกับพยานหลักฐานและคำให้การของผู้เสียหาย จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม