หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 3 มิถุนายน 2569

วันที่ 4 มิถุนายน 2569 เวลา 05:39 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 3 มิถุนายน 2569


>> เพลิงไหม้ภายในรีสอร์ทชื่อดัง เมืองภูเพียง จังหวัดน่าน อาคารสำนักงาน ห้องอาหาร และร้านกาแฟ เสียหายวอด

06.45 น. พนักงานสอบสวน สภ.ภูเพียง จังหวัดน่าน ได้รับแจ้ง ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ 4 ตำบลท่าน้าว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน 
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้อาคารสำนักงานของรีสอร์ท และลุกลามไปยังอาคารไม้ซึ่งเป็นห้องอาหารและร้านกาแฟภายในโรงแรม เจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิง ระดมฉีดน้ำ ใช้เวลาควบคุมสถานการณ์จนสามารถดับเพลิงได้สำเร็จในเวลา 08.23 น. และจำกัดความเสียหายไว้ในวงจำกัด ไม่ให้ลุกลามไปยังอาคารส่วนอื่นของรีสอร์ท

เบื้องต้นพบว่าอาคารสำนักงานและสิ่งปลูกสร้างบางส่วนได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ ขณะที่มูลค่าความเสียหายยังอยู่ระหว่างการประเมิน ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ คาดว่าไฟฟ้าลัดวงจร เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป


>> นายกฯ และคู่สมรส ลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

08.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมคู่สมรส ลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ ห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและคู่สมรส และเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมพิธี


>> กรมการขนส่งทางบก ขับเคลื่อน “รถเศรษฐกิจชุมชน” ปลดล็อกจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง หนุนประชาชนใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพได้อย่างปลอดภัย

09.34 น. นายฐิติพัฒน์ ไทยจงรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักวิศวกรรมยานยนต์ และโฆษกกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกพิจารณาปรับปรุงมาตรการเพื่อรองรับกลุ่ม "รถเศรษฐกิจชุมชน" เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่นๆ ซึ่งประชาชนจำนวนมากใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิต ที่อยู่คู่กับชุมชนไทยมาอย่างยาวนาน

แต่ในปัจจุบัน รถบางส่วนอาจยังไม่สามารถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนได้อย่างถูกต้อง กรมการขนส่งทางบกเห็นควรสนับสนุนวิถีชีวิตชุมชนควบคู่ไปกับความปลอดภัยทางถนน จึงได้ปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และให้รถมีความปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน

โฆษกกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่ออีกว่า กรมการขนส่งทางบกได้ปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง โดยให้รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียนต้องติดตั้งส่วนพ่วงข้างไว้ทางด้านซ้ายของตัวรถจักรยานยนต์ มีความมั่นคงแข็งแรง ไม่บดบังทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ และไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการทรงตัวหรือการควบคุมรถ 
นอกจากนี้ รถจักรยานยนต์พ่วงข้างต้องมีองค์ประกอบและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น จุดยึดพ่วงที่มั่นคง ระบบห้ามล้อที่สามารถลดความเร็วหรือหยุดรถได้อย่างปลอดภัย รวมถึงอุปกรณ์ส่องสว่างและอุปกรณ์สะท้อนแสงที่ช่วยให้ ผู้ร่วมใช้ทางสามารถสังเกตเห็นตัวรถได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะในเวลากลางคืนหรือในสภาพแสงน้อย อันจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเฉี่ยวชนและเพิ่มความปลอดภัยในการใช้รถบนท้องถนน โดยให้จดทะเบียนเป็นประเภทรถจักรยานยนต์ (รย.12) ลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้า


>> เพลิงไหม้โรงเก็บไม้ ซอยสุวินทวงศ์ 47 พื้นที่เขตหนองจอก เสียหายวอดทั้งหมด

10.24 น. สำนกป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยสุวินทวงศ์ 47 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น โครงสร้างไม้ชั้นเดียวหลังคาสังกะสี ประกอบกิจการ ใช้สำหรับเก็บไม้ อุปกรณ์ และเครื่องมือช่าง เพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 40 ตารางเมตร ประชาชนใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ใช้น้ำทำการดับถ่านและระบายความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหนองจอก


>> กองทัพเรือย้ำ “ปิดด่าน 100%” การส่งกลับผู้ต้องโทษชาวกัมพูชาเป็นภารกิจตามกฎหมาย ไม่ใช่การเปิดหรือผ่อนคลายมาตรการชายแดน

11.00 น. พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า วันนี้ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ได้สนับสนุนการปฏิบัติงานของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในการส่งกลับชาวกัมพูชาที่พ้นโทษและสิ้นสุดกระบวนการยุติธรรมของไทยแล้ว จำนวน 30 คน พร้อมผู้ติดตาม 3 คน ผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ซึ่งบุคคลกลุ่มดังกล่าวเป็นผู้ที่เคยกระทำความผิดในคดีต่าง ๆ อาทิ ความผิดเกี่ยวกับการหลบหนีเข้าเมือง ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และความผิดอาญาอื่น ๆ ซึ่งภายหลังพ้นโทษแล้ว สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีหน้าที่ดำเนินการส่งกลับออกนอกราชอาณาจักรตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 โดยเจ้าหน้าที่มีอำนาจกำหนดช่องทางและวิธีการส่งกลับที่เหมาะสมตามกฎหมาย เพราะไม่มีสิทธิพำนักอยู่ในประเทศไทยได้อีกต่อไป

กองทัพเรือขอยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นเพียงการส่งกลับบุคคลต่างด้าวหลังพ้นโทษตามกระบวนการทางกฎหมาย และไม่ใช่การเปิดด่านหรือผ่อนคลายมาตรการควบคุมชายแดนแต่อย่างใด โดยมาตรการปิดจุดผ่านแดนยังคงบังคับใช้อย่างเข้มงวด 100% ตลอดแนวชายแดนในพื้นที่รับผิดชอบ กองทัพเรือยังคงปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงชายแดน ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มกำลัง เพื่อป้องกันการลักลอบเข้า–ออกราชอาณาจักรและการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ พร้อมคุ้มครองผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติอย่างต่อเนื่อง


>> เพลิงไหม้โรงงานพลาสติกที่บางปะกง ลักลอบรีไซเคิลแบตเตอรี่เก่า โดยไม่ได้รับอนุญาต

11.30 น. ร.ต.ท.ยุทธพงษ์ วรศาสตร์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางปะกง ได้รับแจ้งเกิดเหตุไฟไหม้บริษัทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ม. 14 ต.บางปะกง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จึงประสานรถดับเพลิงเทศบาลตำบลบางปะกงพรหมเทพรังสรรค์ และพื้นที่ข้างเคียงจำนวน 12 คัน เข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบกลุ่มควันสีดำจำนวนมากที่โกดังที่ 2 บริเวณด้านหลัง โดยคนงานบอกว่าเครื่องจักรระเบิด เจ้าหน้าที่จึงได้ระดมเจ้าหน้าที่ และรถน้ำเข้าไปบริเวณด้านหลังก่อนจะพบว่าไฟกำลังไหม้กองแบตเตอรี่จำนวนมาก และพอฉีดน้ำก็ระเบิดเป็นระยะๆ ทำให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องฉีดน้ำควบคุมพื้นที่เอาไว้ตลอดเวลา ป้องกันไฟลุกรุนแรง

ด้าน นายคเชนทร์ เที่ยงมณี ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานดังกล่าวพบว่า โรงงานมีการจดทะเบียนเป็นโรงงานเกี่ยวกับเม็ดพลาสติก รีไซเคิล พลาสติก และผลิตชิ้นส่วนพลาสติก กับทางเทศบาลตำบลบางปะกงพรหมเทพรังสรรค์ แต่มีการแอบรีไซเคิลแบตเตอรี่เก่าภายในโรงงานโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ และยังไม่พบตัวเจ้าของโรงงาน ทำให้ต้องปิดโรงงานกั้นเป็นพื้นที่อันตราย และรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุต่อไป


>> ตร.บางละมุง จับยาบ้า หนุ่มหัวจ่ายกุมขมับ "2,000 เม็ดก็หนักแล้ว เอเย่นต์ดันมาแถมให้อีก 400 เม็ด ทำผมเดือดร้อนขึ้นอีก" จ.ชลบุรี

11.39 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางละมุง เปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดตามนโยบายโครงการชุมชนสีขาวปลอดยาเสพติดและการฟื้นฟูชุมชนในพื้นที่ ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ก่อนจับกุมตัว ชายไทย อายุ 45 ปี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 2,400 เม็ด

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลจากสายลับว่า ชายคนดังกล่าว มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด จึงเฝ้าติดตามพฤติกรรมมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งพบกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร บริเวณซอยโรงโป๊ะ หมู่ 3 ต.ตะเคียนเตี้ย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ

ระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมโยงกับการสั่งซื้อยาบ้าผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่ง ชายคนดังกล่าว ให้การรับสารภาพว่า ได้สั่งซื้อยาบ้าจำนวน 10 ถุง รวมประมาณ 2,000 เม็ด ในราคา 19,000 บาท ก่อนจะได้รับพิกัดให้นำไปรับของกลางบริเวณซอยสำนักงานที่ดินตำบลบางละมุง

ต่อมา ผู้ต้องหาได้นำเจ้าหน้าที่ไปยังจุดซุกซ่อนยาเสพติดตามที่ได้รับการนัดหมาย เมื่อตรวจสอบบริเวณโคนเสาป้ายภายในซอยดังกล่าว พบยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกจำนวน 10 ถุง รวมทั้งสิ้น 2,400 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่เจ้าหน้าที่นำของกลางกลับมาตรวจนับอย่างละเอียดที่ สภ.บางละมุง ปรากฏว่าจำนวนยาบ้ามีมากถึง 2,400 เม็ด ทำให้ ชายคนดังกล่าว ถึงกับแสดงอาการตกใจ พร้อมบ่นกับผู้สื่อข่าวด้วยความไม่พอใจ ตนสั่งซื้อยาบ้าไว้เพียง 2,000 เม็ด แต่กลับได้รับเพิ่มมาอีก 400 เม็ด จนทำให้ปริมาณยาเสพติดสูงกว่าที่คาดไว้ และอาจส่งผลต่อโทษทางคดี ชายคนดังกล่าว กล่าวด้วยสีหน้าหนักใจว่า “2,000 เม็ดก็หนักพออยู่แล้ว ยังมาแถมให้อีก 400 เม็ด ทำผมเดือดร้อนกว่าเดิม” พร้อมแสดงความไม่พอใจไปยังผู้ที่นำยาเสพติดมาส่งให้

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศ สปป.ลาว

12.41 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว 4.2 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศ สปป.ลาว ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ บ้านน้ำช้าง ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน ประมาณ 213 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย


>> พบร่าง "เสี่ยที่ดิน" หลังตกแพจมหายไปในเขื่อนศรีนครินทร์ นาน 4 วัน

14.24 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยทางน้ำ มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์พร้อม ทีมงานขุนเดชเมืองกาญจน์ พร้อมทีมผู้เกี่ยวข้าง ที่ออกปฏิบัติการค้นหา ผู้สูญหายในน้ำ ภายใน เขื่อนศรีนครินทร์ ตำบลหนองเป็ด อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นวันที่ 4

โดยเมื่อเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยทางน้ำ มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ ประสบความสำเร็จ พบร่างของ ชายไทย อายุ 78 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และค้าขายรถยนต์ ลอยอยู่บริเวณกลางอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์

หลังจากที่ตกจากแพ โดยไม่ได้สวมเสื้อชูชีพและจมน้ำสูญหายไปตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำร่างขึ้นฝั่ง และส่งชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

โดยก่อนหน้านี้ ปฏิบัติการค้นหาของทีมนักประดาน้ำและกู้ภัยดำเนินมาอย่างต่อเนื่องจนเข้าสู่วันที่ 4 โดยเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 2 มิถุนายน นายสุรเชษฐ์ อายุ 72 ปี ประธานสภาเกษตรอำเภอเมืองกาญจนบุรี ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิต ได้นำเครื่องเซ่นไหว้คาวหวาน ผลไม้ และเงินเหรียญ 9 บาท ใส่กระทงลอยน้ำพร้อมจุดธูปทำพิธีขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอเปิดทางให้พบร่างของเพื่อนโดยเร็ว

นายสุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิต เป็นนักธุรกิจที่ย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรีหลายปีและมักจะช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด ส่วนประเด็นที่ผู้ตายเพิ่งขายที่ดินได้มูลค่านับสิบล้านบาทก่อนเกิดเหตุนั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ตายดำเนินการอยู่แล้ว


>> “โฆษกยกนิ้ว” 2 ตำรวจจราจรฮีโร่ ปั๊มหัวใจ ช่วยชีวิตคนขับรถเมล์

16.00 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ จเรตำรวจแห่งชาติและโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปตรวจเยี่ยมมอบนโยบายข้าราชการตำรวจ สน.วิภาวดี

มี พล.ต.ต.ชัยพัชร์ ศรีประเสริฐ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผู้บังคับการตำรวจจราจร, พ.ต.อ.โรจนินทร์ ทองใบ รองผู้บังคับการตำรวจจราจร, พ.ต.อ.เสกสรรค์ ชุ่มแจ่ม ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจจราจร และข้าราชการตำรวจงานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ สน.วิภาวดี ให้การต้อนรับและรับมอบนโยบายการปฏิบัติหน้าที่

รองจเรตำรวจแห่งชาติกำชับการปฏิบัติตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และข้อสั่งการของ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ให้ผู้บังคับบัญชากำกับดูแลวินัยของผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ให้ประพฤติผิดทางอาญาและประพฤติผิดวินัยร้ายแรง ไม่เรียกรับผลประโยชน์ โดยให้ดำเนินการอย่างเข้มงวดและจริงจัง ห้ามปล่อยปละละเลยและเน้นน้ำให้ข้าราชการตำรวจทุกนายยึดมั่นในความดีและอุดมคติตำรวจอย่างเคร่งครัด

โอกาสนี้ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มอบรางวัล “โฆษกยกนิ้ว” ให้กับ “ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ ดิษฐสุ่ม” และ “จ.ส.ต.เกียรติพงษ์ กันทะลอง” 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรฮีโร่ งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจจราจร ที่เข้าช่วยเหลือคนขับรถโดยสารประจำทางปรับอากาศโดยไม่รีรอ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569

* เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจจราจร 2 นาย ร้อยตำรวจเอกชัยวัฒน์ ดิษฐสุ่ม และจ่าสิบตำรวจตรีเกียรติพงษ์ กันทะลอง ได้เข้าช่วยเหลือผู้ป่วย ซึ่งเป็นคนขับรถประจำทาง สาย ปอ.52 ซึ่งเกิดหมดสติขณะขับรถอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต ฝั่งขาออก แถวหลักสี่ โดยขณะนั้นภายในรถมีผู้โดยสารและพนักงานเก็บค่าโดยสารรวมประมาณ 15 คน ได้ช่วยทำ CPR และช่วยประสานรถพยาบาลและกู้ชีพเข้ามาในที่เกิดเหตุในเวลานั้นด้วย


>> ซื้อรถหลุดจำนำ ก่อนถูกจับคดีใช้เอกสารราชการปลอม พบรถมีประวัติแจ้งหาย

18.17 น. ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.อินทรัตน์ ปัญญา ผกก.7 บก.ทล. ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ มีมุสิก สวญ.ส.ทล.1 กก.7 บก.ทล. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.1 กก.7 บก.ทล. ดำเนินการจับกุม หญิง อายุ 66 ปี ในความผิดฐาน “ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม” โดยจับกุมได้ที่บริเวณบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 กม. 933-934 ตำบลอ่าวลึกใต้ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุดจับกุมได้ออกตรวจในพื้นที่รับผิดชอบเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ระหว่างปฏิบัติหน้าที่บนเส้นทางมุ่งหน้าจังหวัดกระบี่ สังเกตพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลขับผ่านมาด้วยลักษณะที่น่าสงสัย โดยแผ่นป้ายทะเบียนที่ติดแสดงอยู่ด้านหน้าและด้านหลังรถมีลักษณะผิดไปจากรูปแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด จึงได้เปิดสัญญาณไฟพร้อมใช้เครื่องขยายเสียงแสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจสอบ ภายหลังการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าแผ่นป้ายทะเบียนและแผ่นเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีที่ติดอยู่กับรถ มีลักษณะและตำหนิไม่ตรงตามมาตรฐาน

เมื่อตรวจสอบข้อมูลจากหมายเลขตัวถังรถยนต์เปรียบเทียบกับข้อมูลทะเบียน ปรากฏว่าข้อมูลไม่ตรงกัน จึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นเอกสารราชการปลอม อีกทั้งจากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมในระบบฐานข้อมูล พบว่ารถยนต์คันดังกล่าวมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีรถหาย โดยผู้เสียหายเคยแจ้งความรถยนต์สูญหายไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองกระบี่ เมื่อปี พ.ศ. 2556 เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย 1. รถยนต์ สีเทา จำนวน 1 คัน 2. แผ่นป้ายทะเบียนปลอม จำนวน 2 แผ่น และ 3. แผ่นเครื่องหมายการเสียภาษีปลอม จำนวน 1 แผ่น ไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่าเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ได้ซื้อรถยนต์คันดังกล่าวมาจากเพจประกาศขายรถหลุดจำนำทางสื่อสังคมออนไลน์ ในราคา 150,000 บาท โดยชำระเป็นเงินสด และได้จัดหาแผ่นเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีจากบุคคลหนึ่งในราคา 3,000 บาท เพื่อนำมาติดใช้กับรถยนต์คันดังกล่าว


>> อำเภอแม่สะเรียง คืบหน้า การให้ความช่วยเหลือ "13 ชีวิตนักท่องเที่ยว" ติดอยู่บนดอยหลักแสน หลังฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก

18.30 น. นาย วรศักดิ์ พานทอง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินป่าบริเวณดอยหลักแสน ตำบลแม่เหาะ เนื่องจากเกิดฝนตกหนักและมีน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่

ภายหลังได้รับแจ้ง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอแม่สะเรียง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งตรวจสอบพิกัดและออกเดินทางค้นหาจนพบกลุ่มนักท่องเที่ยวจำนวน 13 คน (ชาย 8 คน และหญิง 5 คน) ทั้งหมดปลอดภัยดี

เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวกลุ่มนักท่องเที่ยวมาพักรวมกันที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองแม่สะเรียง เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย ก่อนจะแยกย้ายกันเดินทางกลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพทุกท่าน


>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยร่มเกล้า 5 แยก 2-3 รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับ ก่อนจะลุกลาม

18.35 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ชุมชนออมทรัพย์ ซอยร่มเกล้า 5 แยก 2-3 ถนนร่มเกล้า แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง บริเวณส่วนต่อเติม เพลิงลุกไหม้ที่นอน ลุกลามผนัง ประตู หน้าต่าง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 10 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางชัน


>> นายกฯ นำคณะรัฐมนตรี - พสกนิกรทุกหมู่เหล่า จุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคลฯ

20.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะและพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ณ เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง โดยมีประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญพร้อมคู่สมรส คณะรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทหาร ตำรวจ พลเรือน ภาคเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

นายกฯ วางพานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน ถวายธูปเทียนแพ จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล กราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล และกล่าวนำถวายพระพรชัยมงคลหน้าพระฉายาลักษณ์ฯ จากนั้น ดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี นายกฯ และภริยา รับมอบโคมเทียนและร่วมร้องเพลงสดุดีจอมราชา และกล่าวนำว่า “ทรงพระเจริญ” 3 ครั้ง เป็นอันเสร็จพิธี


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

00.19 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว 2.0 ความลึก 5 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ประมาณ 123 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย 

 

ข่าวยอดนิยม