วันที่ 3 มิถุนายน 2569 เวลา 11:43 น.
วันนี้ (3 มิ.ย. 69) เวลา 10.30 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือน 6 จังหวัดภาคใต้ จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 3 - 8 มิ.ย. 2569 โดยสั่งการให้จังหวัดติดตามสถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า พร้อมจัดทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงช่วงหน้าเพื่อเผชิญเหตุช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีที่เกิดภัย และจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมรองรับหากมีการอพยพประชาชน
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตกได้มีประกาศฉบับที่ 7 (21/2569) เรื่อง ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน ประกาศ ณ วันที่ 2 มิถุนายน 2569 เวลา 05.00 น. แจ้งว่า ในช่วงวันที่ 2 - 4 มิถุนายน 2569 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร และคาดหมายลักษณะอากาศในช่วงวันที่ 2 - 8 มิถุนายน 2569 ว่า บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก ยังคงมีฝนตกหนักได้ โดยมีพื้นที่คาดว่าจะเกิดฝนตกหนัก อาจเกิดน้ำป้าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ระหว่างวันที่ 3 - 8 มิถุนายน 2569 แยกเป็น
พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่ม 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และจังหวัดสตูล
พื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง 4 จังหวัด ได้แก่
จังหวัดระนอง (อำเภอเมืองระนอง สุขสำราญ และอำเภอกะเปอร์)
พังงา (อำเภอเกาะยาว ตะกั่วทุ่ง ท้ายเหมือง ตะกั่วป่า และอำเภอคุระบุรี)
ภูเก็ต (ทุกอำเภอ)
จังหวัดกระบี่ (อำเภอเมืองกระบี่ คลองท่อม เกาะลันตา เหนือคลอง และอำเภออ่าวลึก)
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสาน 6 จังหวัดภาคใต้ และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมรับมือ โดยให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงเพื่อให้เผชิญเหตุช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติโดยเฉพาะถ้ำน้ำตก ถ้ำลอด หากมีความเสี่ยงที่จะเกิดภัยให้ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นไม่ให้บุคคลเข้าพื้นที่ กรณีที่มีคลื่นลมแรงขอให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกประกาศหรือติดตั้งสัญญาณแจ้งเตือนบริเวณชายฝั่งทะเลห้ามนักท่องเที่ยวเล่นน้ำและแจ้งชาวเรือ ผู้บังคับเรือ ผู้ประกอบการเดินเรือโดยสารเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงให้พิจารณาห้ามเดินเรือเด็ดขาด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัย และช่วยเหลือประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งให้จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมรองรับหากมีการอพยพประชาชนโดยจัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของดำรงชีพให้เพียงพอด้วย และหากมีประกาศแจ้งเตือนภัยขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารแจ้งเตือนภัยที่แอปพลิเคชัน "THA DISASTER ALERT" และแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือทางไลน์ "ปภ.รับแจ้งเหตุ1784" รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป
