หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 2 มิถุนายน 2569

วันที่ 3 มิถุนายน 2569 เวลา 05:36 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 2 มิถุนายน 2569


>> เรือสปีดโบ๊ทชนกับเรือใหญ่ กลางทะเลระหว่างเกาะลอยกับเกาะสีชัง มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย จ.ชลบุรี

06.55 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างประทีป ศรีราชา ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุทางทะเล เป็นเรือสปีดโบ๊ทชนกับเรือใหญ๋ ช่วงบริเวณร่องน้ำระหว่างเกาะลอยกับเกาะสีชัง ห่างจากเกาะลอยประมาณ 1 ไมล์ทะเล พื้นที่รับผิดชอบ สถานีตำรวจน้ำศรีราชา กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจน้ำ

นายมาโนชย์ อุ่นตระกูลทอง ประธานหน่วยกู้ภัยสว่างประทีป ศรีราชา (ประทีป1) สั่งการให้ทีมปฏิบัติการฉุกเฉินพร้อมรถพยาบาล02 และรถพยาบาล03 เร่งรัดสนับสนุนที่ปลายท่าเรือเกาะลอยศรีราชา

ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างประทีป ศรีราชา สั่งการให้ทีมอาสาสมัคร เร่งรัดไปยังจุดเกิดเหตุ โดยในที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บ 2 ราย โดยมีเรือลำเลียงเข้าปลายท่า รายแรก เป็นผู้ชาย มีบาดแผลฉีกขาดที่ศีรษะ มีอาการเจ็บปวดต้นคอและแผ่นหลัง รู้สึกตัวดี ทีมหน่วยกู้ภัยสว่างประทีป ศรีราชา ให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนรถพยาบาล02 ให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จฯ ณ ศรีราชา

และ รายที่สอง ผู้บาดเจ็บเป็นชาย มีอาการเจ็บปวดต้นคอ ฟกช้ำตามร่างกาย รู้สึกตัวดี ทีมหน่วยกู้ภัยสว่างประทีป ศรีราชา ให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนรถพยาบาล03 ให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จฯ ณ ศรีราชา


>> จ.ปัตตานี รถรับส่งนักเรียนย้อนศร เฉี่ยวชนรถหลายคัน หน้ามัสยิดบ้านปรีกี เจ็บหลายราย

07.40 น. พนักงานสอบสวน สภ.ยะรัง รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์หลายคัน บริเวณถนนสาย 410 ปัตตานี-ยะลา หน้ามัสยิดบ้านปรีกี หมู่ 3 ต.กระโด อ.ยะรัง จ.ปัตตานี มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงรุดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า รถรับส่งนักเรียนคันหนึ่งได้ขับสวนเลนหรือย้อนศร ก่อนเฉี่ยวชนรถกระบะที่จอดอยู่ริมทาง 1 คัน และพุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่จอดซื้อของอยู่ริมถนนอีก 9 คัน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 16 ราย เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลยะรังเพื่อรักษาอาการ ขณะเดียวกันมีทรัพย์สินได้รับความเสียหายหลายรายการ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้ พร้อมฝากเตือนประชาชนให้ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาท และเคารพกฎจราจร เพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น


>> ทบ. แจงเหตุทหารกัมพูชา พยายามขัดขวางการวางลวดหนามบริเวณพื้นที่ช่องบก ล่าสุดสถานการณ์คลี่คลายแล้ว หลังฝ่ายกัมพูชาถอยออกจากพื้นที่

09.00 น. พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาว่า วันนี้ กองทัพบกได้รับรายงานจากกองกำลังสุรนารี ขณะปฏิบัติภารกิจเฝ้าตรวจและปรับปรุงที่มั่นด้วยการวางแนวลวดหนาม เพื่อเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในแนววางกำลังของฝ่ายไทย บริเวณพื้นที่ช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี

ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ฝ่ายไทยตรวจพบกำลังพลทหารกัมพูชาจำนวน 5 นายพร้อมอาวุธ เข้ามายังบริเวณพื้นที่ปฏิบัติงาน ก่อนจะมีการเพิ่มกำลังพลรวมเป็นประมาณ 20 นาย โดยทหารกัมพูชากลุ่มดังกล่าวได้ส่งเสียงดังและพยายามเข้าขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ไทย

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ทหารไทยได้ปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างรัดกุม โดยเข้าควบคุมสถานการณ์และเจรจาชี้แจงข้อเท็จจริง จนกระทั่งเวลาประมาณ 11.30 น. สถานการณ์จึงคลี่คลายลง โดยกำลังทหารกัมพูชาได้ยอมถอยออกจากพื้นที่ดังกล่าว ปัจจุบันเหตุการณ์ในพื้นที่ได้กลับสู่สภาวะปกติแล้ว อย่างไรก็ตาม หน่วยกำลังในพื้นที่ยังคงเตรียมความพร้อมและเฝ้าตรวจความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เพื่อปกป้องอธิปไตยและรักษาความมั่นคงในพื้นที่ตามกรอบข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วมอย่างเข้มงวด

โฆษกกองทัพบก เน้นย้ำว่า การปรับปรุงที่มั่นและวางแนวลวดหนามของทหารไทย เป็นการปฏิบัติภายในแนววางกำลังของฝ่ายไทยอย่างถูกต้อง และสอดคล้องกับข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) อย่างเคร่งครัด สืบเนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่กำลังของทั้งสองฝ่ายวางอยู่ใกล้ชิดกัน ฝ่ายไทยจึงจำเป็นต้องดำเนินมาตรการป้องกันพื้นที่เพื่อความปลอดภัย


>> นายกฯ ร่วมรณรงค์สร้างความเท่าเทียมระหว่างเพศ เนื่องใน Pride Month หนุนไทยสู่เจ้าภาพ WorldPride 2030

10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย รับการติดเข็มกลัด Road to Bangkok WorldPride 2030 จากคณะผู้แทน Pride City Network เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมรณรงค์สร้างความเท่าเทียมระหว่างเพศในสังคม เนื่องในเดือนแห่งการเฉลิมฉลองความภาคภูมิใจ Pride Month และการสนับสนุนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัดงาน WorldPride 2030

ทั้งนี้ กิจกรรมที่จะจัดขึ้นตลอดช่วงเดือนมิถุนายนนี้ สะท้อนความพร้อมของทุกภาคส่วนในการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศให้เกิดในประเทศไทยอย่างจริงจัง และร่วมกันสร้างสังคมที่โอบรับทุกความแตกต่างหลากหลายทางเพศ พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นเจ้าภาพจัดงาน WordPride ในปี 2573 (ปี ค.ศ. 2030)


>> ผู้บัญชาการฯ ภูธรภาค 5 แถลงจับยาเสพติดรายสำคัญ 5 คดี ของกลาง ยาบ้า 15.64 ล้านเม็ด ยาไอซ์หนัก 254 กิโลกรัม รถยนต์ 7 คัน

10.30 น. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.จิตร์พิสุทธิ์ อิ่มสงวน ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, ปปส.ภาค 5, ฝ่ายปกครอง และ ฝ่ายทหาร ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 5 คดี ได้ผู้ต้องหาจำนวน 7 คนของกลาง ยาบ้า 15.64 ล้านเม็ด ยาไอซ์หนัก 254 กิโลกรัม รถยนต์ 7 คัน พร้อมกันนี้ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการลักลอบ ผลิต และจำหน่ายยาเสพติด “พอดเค (เอโทมิเดด) ”โดยนำไปเร่ขายในสถานบันเทิงในจังหวัดเชียงใหม่ จับกุมผู้ต้องหาจำนวน 3 คน เป็นชาวจีน 1 คน

สำหรับเส้นทางและพฤติการณ์ของขบวนการค้ายาเสพติดทั้ง 5 คดีนี้ เจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับได้ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มต้นจากการสกัดกั้นที่ด่านตรวจแม่โถ พื้นที่ สภ.แม่เจดีย์ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ โดยเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดไอซ์ล็อตใหญ่หนัก 254 กิโลกรัม พร้อมรถยนต์ 1 คัน ได้เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 ก่อนจะขยายผลยึดยาบ้าได้อีกถึง 5.8 ล้านเม็ด พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 3 คน และรถยนต์ 3 คัน ในจุดเดียวกันเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม

นอกจากนี้ ขบวนการค้ายาเสพติดยังได้พยายามเปลี่ยนเส้นทางลำเลียงเข้าสู่พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ไม่รอดพ้นสายตาเจ้าหน้าที่ โดยเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ตำรวจ สภ.ไชยปราการ สามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 คน พร้อมยาบ้า 3.34 ล้านเม็ด และรถยนต์ 1 คัน ได้ในพื้นที่ตำบลศรีดงเย็น จากนั้นเพียงวันเดียว ในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ยังคงเอ็กซเรย์พื้นที่อย่างต่อเนื่องจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้อีก 1 คน พร้อมยาบ้า 5 ล้านเม็ด และรถยนต์ 1 คัน ที่ตำบลแม่แดด อำเภอกัลยาณิวัฒนา และในวันเดียวกันนั้น ตำรวจ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ก็ได้ปิดจ๊อบคดีที่ 5 ด้วยการจับกุมผู้ต้องหา 1 คน พร้อมยาบ้าอีก 1.5 ล้านเม็ด และรถยนต์ 1 คัน ในพื้นที่ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งรายละเอียดเชิงลึกและแนวทางการขยายผลถึงนายทุนใหญ่


>> เพลิงไหม้โรงงานยางพาราเมืองมุกดาหาร ระดมรถดับเพลิง 5 พื้นที่สกัดไฟวุ่น เร่งฉีดน้ำลดความร้อนเตาอบยาง หวั่นปะทุซ้ำ

10.55 น. ศูนย์วิทยุสื่อสาร ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้รับการประสานขอรับการสนับสนุนรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลโพนทราย หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงงานยางพาราแห่งหนึ่ง ในพื้นที่

เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการฉีดน้ำลดความร้อนบริเวณเตาอบยางพารา ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้ความร้อนสะสมจนเกิดการลุกไหม้ซ้ำและลุกลามไปยังส่วนอื่นของโรงงาน

เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง โดยจะมีการประเมินความเสียหายและสรุปรายละเอียดอย่างเป็นทางการอีกครั้งหลังสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ


>> พายุงวงช้าง จากกลางทะเลช่องช้าง พัดเข้าฝั่งพื้นที่ชุมชนแหลมงอบ บ้านประชาชน โรงเรียนชุมชนแหลมงอบ สภ.แหลมงอบ เสียหาย

12.50 น. ศูนย์นิรภัย รับแจ้งจาก ปภ.ตราด รายงานเหตุสาธารณภัยในพื้นที่ เกิดเหตุพายุงวงช้างพัดหมุนพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลแหลมงอบ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด ส่งผลให้สถานที่ราชการ 3 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนวัดแหลมงอบ สถานีและวัดแหลมงอบได้รับความเสียหาย บ้านเรือนประชาชนประมาณ 16 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่หลังคาบ้านถูกพายุเสียหาย ไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ

เบื้องต้นเทศบาลตำบลแหลมงอบ อำเภอแหลมงอบ การไฟฟ้า และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะได้ดำเนินการสำรวจความเสียหายเพิ่มเติมต่อไป


>> รวบ "เติ้ล หนองปรือ" 1 ใน 6 ผู้ต้องหาร่วมกันปล้นทรัพย์

13.38 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นายเติ้ล (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชลบุรี ฐาน “ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธติดตัวไปด้วย โดยใช้ยานพาหนะฯ เพื่อให้พ้นการจับกุม” โดยจับกุมได้บริเวณจุดพักคอยผู้โดยสารสถานีรถไฟกรุงเทพอภิวัฒน์ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ซึ่งผู้ต้องหาเป็นหนึ่งในกลุ่มดังกล่าว ได้ร่วมกันวางแผนปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย โดยผู้ต้องหาเคยอาศัยอยู่กับผู้เสียหายมาก่อน และทราบว่าผู้เสียหายมีเงินสดเก็บไว้กับตัว ต่อมาผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ได้ร่วมกันขับรถยนต์กระบะมายังบริเวณใกล้บ้านของผู้เสียหาย และเรียกผู้เสียหายให้ออกมาพบที่หน้าบ้านเกิดเหตุ เมื่อผู้เสียหายเดินออกมาพูดคุยกับกลุ่มผู้ต้องหา และหนึ่งในผู้ต้องหา ได้หยิบท่อนไม้ที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุใช้ตีบริเวณศีรษะของผู้เสียหายจำนวน 1 ครั้ง จนผู้เสียหายล้มลง

หลังจากนั้น ผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ได้ร่วมกันใช้กำลังทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย โดยการชกต่อยและใช้เท้าเตะ จากนั้นได้ค้นตัวผู้เสียหาย และนำเงินสดที่ติดตัวมาจำนวน 8,000 บาท ซึ่งผู้เสียหายซุกซ่อนไว้ในกางเกงชั้นในไป ภายหลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหาทั้งหมดได้โดยสารรถยนต์กระบะคันดังกล่าวหลบหนี และนำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดมาแบ่งกัน เวลาต่อมาผู้เสียหายได้แจ้งความ

จากการสืบสวนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุทั้ง 6 ราย และส่งดำเนินคดีต่อศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชลบุรี โดยศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดี อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาบางรายมิได้มารายงานตัวตามกำหนดนัดของศาลและได้หลบหนีไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า นายเติ้ลผู้ต้องหารายนี้ จะเดินทางไปหานายจ้างในพื้นที่จังหวัดชุมพร โดยจะเดินทางโดยสารด้วยขบวนรถไฟ จึงได้วางแผนจับกุมตัวและนำส่งศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชลบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> รวบอดีตสามี - ภรรยา เปิดร้านคาราโอเกะ บังคับเด็กสาวค้ากาม ท้าทายกฎหมาย พบมีประวัติเคยถูกจับคดีค้ามนุษย์ ยังทำซ้ำ

14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ร่วมกันจับกุม น.ส.สอ (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี และ นายนอ (นามสมมุติ)อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นอดีตสามีภรรยากัน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 2 ธ.ค. 2568 ในความผิดฐาน “สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ฯ” โดยสามารถจับกุมตัว น.ส. สอ ได้ที่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง หมู่ที่ 4 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และดักซุ่มจับกุม นายนอได้ที่บริเวณหน้าร้านดังกล่าวในเวลาต่อมา

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคม. ร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิ International Protection Alliance (IPA) และมูลนิธิ Our Rescue ประเทศไทย เข้าช่วยเหลือเด็กสาวอายุ 16 ปี จำนวน 2 ราย ซึ่งตกเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์ จากการสืบสวนและซักถามผู้เสียหายทราบว่า เมื่อช่วงกลางปี 2567 ขณะที่ผู้เสียหายทั้งสองอายุเพียง 15 ปี ได้ถูกชักชวนให้มาทำงานที่ร้านคาราโอเกะในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยนายนอ ทำหน้าที่ขับรถกระบะไปรับส่งเด็กมายังร้าน เมื่อลูกค้าเข้ามาใช้บริการและต้องการซื้อบริการทางเพศ จะต้องจ่ายเงินให้กับ น.ส.สอเจ้าของร้าน โดยตกลงค่าตัวครั้งละ 1,500 บาท ทางร้านจะหักค่าหัวคิว 300 บาท และเหลือให้เด็ก 1,200 บาท ซึ่งเงินส่วนนี้ น.ส.สอ จะรวบรวมไว้และจ่ายเป็นเงินเดือนทุกสิ้นเดือน โดยมีการหักค่าน้ำค่าไฟเพิ่มเติมอีก 200 บาท

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังเข้าตรวจสอบร้านคาราโอเกะดังกล่าวและจับกุม น.ส.สอ ไว้ได้ ส่วนนายนอ ทราบข่าวว่าร้านถูกจับจึงได้ขับรถมาดูในช่วงกลางดึก เจ้าหน้าที่ซึ่งวางกำลังดักซุ่มอยู่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมได้ในที่สุด ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปคม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้น น.ส.สอให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนนายนอให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่าทำหน้าที่หาเด็กและรับส่งเด็กจริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ทราบเรื่องการค้าประเวณี


>> “ไทยช่วยไทย พลัส” แรงไม่หยุด! ทะลุ 2,581 ล้านบาท แล้ว หลังเปิดใช้วานนี้ - วันนี้ 11.00 น. รวมรายการใช้จ่าย 17.71 ล้านครั้ง

14.42 น. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ว่า โครงการได้รับการตอบรับจากประชาชนและผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายและบทบาทของมาตรการภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยข้อมูล ณ วันที่ 2 มิถุนายน 2569 เวลา 11.00 น. มียอดใช้จ่ายสะสมรวมทั้งสิ้น 2,581.03 ล้านบาท 
ทั้งนี้ แบ่งเป็นการใช้จ่ายในส่วนของประชาชน จำนวน 1,078.18 ล้านบาท และภาครัฐร่วมสนับสนุนการใช้จ่าย จำนวน 1,502.85 ล้านบาท

สำหรับจำนวนผู้เข้าร่วมใช้จ่ายผ่านโครงการฯ มีแล้วกว่า 10.09 ล้านคน เกิดรายการใช้จ่ายรวม 17.71 ล้านครั้ง ขณะที่มีร้านค้าเข้าร่วมและมีการใช้จ่ายผ่านโครงการแล้วกว่า 711,000 ร้านค้า ทั่วประเทศ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าโครงการไทยช่วยไทย พลัส สามารถกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้เม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับร้านค้ารายย่อย ผู้ประกอบการท้องถิ่น และธุรกิจชุมชนทั่วประเทศ

“รัฐบาลเชื่อมั่นว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญสร้างสภาพคล่องให้กับภาคธุรกิจฐานราก และช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึงและยั่งยืน ทั้งนี้ รัฐบาลจะได้ติดตามการดำเนินการโครงการฯ เพื่อให้จัดทำเป็นข้อมูลมหภาคเพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงนโยบายต่อไป” นางสาวรัชดา กล่าว


>> เหตุ "ฟ้าผ่า" บนสะพานรัชวิภา ถูกหนุ่มไรเดอร์วัย ขับรถจักรยานยนต์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส

15.45 น.เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้รับแจ้งเหตุฟ้าผ่าบนสะพานต่างระดับรัชวิภา ถนนรัชดาภิเษกขาเข้าไปทางรัชโยธิน ถูกผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ได้บาดเจ็บสาหัส จึงรีบไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบ ชายอายุ 46 ปี อาชีพไรเดอร์ บาดเจ็บหมดสติ ร่างกายบริเวณลำคอ มีรอยไหม้ มีพระเครื่องเหรียญทองเหลืองที่ใส่หลุดจากคอ ส่วนรถจักรยานยนต์ล้มบนพื้นทาง ท้ายรถมีกล่องใส่อาหาร ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ที่บริเวณกลางหมวกกันน็อคพบร่องรอยฟ้าผ่าเป็นรอยไหม้ด้วย

สอบถามข้อมูล ทราบว่าผู้บาดเจ็บขับขี่รถจักรยานยนต์ส่งอาหารมาตามถนนรัชดาภิเษก ขาเข้า มุ่งหน้าไปทางรัชโยธิน หลังขับมาถึงสะพานต่างระดับรัชวิภา ช่วงเวลาดังกล่าวพื้นที่มีฝนตก ฟ้าคะนอง แล้วเกิดฟ้าผ่าลงมา จนรถเสียหลักล้มคว่ำ อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รถกู้ชีพจุฬาภรณ์ เข้าให้การช่วยเหลือและนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ประชาชื่น


>> 'ไชยชนก' ไม่ติดใจเอาเรื่อง หลัง 'เสรีพิศุทธ์' บุกหน้าบ้าน 'เนวิน' มั่นใจ เอกสารสิทธิ์เขากระโดง

15.44 น. นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และบุตรชายของ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เดินทางลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินการตามกฎหมายกรณีข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับผู้ถือครองเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่จำนวนมาก ว่า เรื่องเขากระโดง จุดยืนยังเหมือนเดิม มั่นใจในเอกสารและสิทธิ์ที่มี ซึ่งไม่ใช่แค่เอกสารสิทธิ์ที่ครอบครัวตนเองมี รวมถึงสิทธิ์ของประชาชนคนบุรีรัมย์ ซึ่งจุดยืนนี้ก็เหมือนเดิมเรื่องอื่นก็ไม่มีความคิดเห็น

ส่วนจะต้องดำเนินการกฎหมายในข้อหาบุกรุกหรือไม่ นายไชยชนก ระบุว่า ส่วนตัวไม่ติดใจ แต่ส่วนท่านอื่น ๆ ที่โดนบุกรุกจะคิดอย่างไร ไม่สามารถตอบได้ และเมื่อถามว่าเรื่องนี้ได้พูดคุยกับนายเนวินด้วยหรือไม่ นายไชยชนกยอมรับว่า มีพูดคุยกันนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้เป็นประเด็นอะไร


>> ‘โดรนพลีชีพ’ บินข้ามชายแดนเมียนมา ร่วงในสวนพริกฝั่งไทย คนงานชาวเมียนมา สงสัยเดินไปดู เกิดระเบิด เสียชีวิตยกครัว 3 ศพ จ.ตาก

16.00 น. พ.ต.อ.อนุสรณ์ ดังก้อง ผกก.สภ.พบพระ จ.ตาก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยงานความมั่นคง ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุระเบิดภายในไร่พริก ติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา หมู่ 1 บ้านมอเกอร์ไทย ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสหลายราย

ที่เกิดเหตุบริเวณริมถนนเลียบแนวชายแดน เจ้าหน้าที่พบโดรนพลีชีพ คล้ายเครื่องบินร่อนขนาดกลาง 1 ลำ ตกอยู่ข้างโคนต้นไม้ในสภาพสมบูรณ์ ห่างออกไปประมาณ 10 เมตร พบหลุมระเบิด 1 หลุม พร้อมร่างของ นางมะไข่ อายุ 25 ปี แรงงานเก็บพริกชาวเมียนมา เสียชีวิตในที่เกิดเหตุด้วยบาดแผลฉกรรจ์

ใกล้กันยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากสะเก็ดระเบิดอีก 4 ราย ชาวบ้านได้เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ นายตู่ยะ อายุ 37 ปี สามีนางมะไข่ และเด็กชายวัย 11 ปี ลูกชายนางมะไข่ อาการสาหัส เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย คือ นายชีโต อายุ 31 ปี และนางมะหน่าย อายุ 30 ปี ขณะนี้ถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลแม่สอด

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ตลอดทั้งวันมีการสู้รบอย่างหนักในฝั่งประเทศเมียนมา ขณะที่กลุ่มแรงงานกำลังทำงานเก็บพริกสดอยู่ในไร่ฝั่งไทย ได้มีโดรนพลีชีพติดระเบิดบินข้ามแดนมาพุ่งชนต้นไม้ขนาดใหญ่ ก่อนตกลงริมถนน ทำให้ลูกระเบิดหลุดตกอยู่กลางไร่พริก นางมะไข่พร้อมครอบครัวและเพื่อนคนงานรวม 5 คน ได้พากันเดินเข้าไปดู ก่อนจะเกิดการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พบพระ ได้ทำการปิดกั้นสถานที่เกิดเหตุให้เป็นพื้นที่อันตราย เพื่อรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่แนวชายแดนอำเภอพบพระ หากพบวัตถุต้องสงสัยทุกชนิด ห้ามเคลื่อนย้ายหรือนำมาเล่นโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันอันตรายถึงแก่ชีวิต


>> นายกรัฐมนตรี ลั่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คลังดูแลตามเกณฑ์ ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

16.13 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการปรับหลักเกณฑ์รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) เพราะที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องจนไม่จริง ว่า เขามีหลักเกณฑ์อยู่แล้ว ก็เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทุกอย่าง ซึ่งทางกระทรวงการคลัง และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ดูแลในเรื่องนี้อยู่ เมื่อถามย้ำว่าได้สั่งการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า มีหลักเกณฑ์อยู่แล้ว ทำตามหลักเกณฑ์ ซึ่งให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เมื่อถามถึงการเรียกรัฐมนตรีหลายคนขึ้นหารือบนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลได้มีการกำชับอะไรเป็นพิเศษต่อสถานการณ์ในปัจจุบันหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พอดีตนไปต่างประเทศมาเป็นสัปดาห์ และวันนี้จะมีเรื่องของงบประมาณปี 70 ที่จะต้องผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภา จึงได้ให้ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ มาสรุปการดำเนินการเพื่อให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องได้รับรับทราบ

ส่วนมีความกังวลประเด็นใดหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่มีครับ ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบ ของวงเงินงบประมาณ ซึ่งปีนี้กำหนดงบมากกว่าปีที่แล้วถึง 7,000 ล้านบาท เพราะเรามีวงเงินจำกัด จึงต้องกำชับให้ทุกหน่วยงานใช้งบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ และกระจายไปให้อย่างทั่วถึง ประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้


>> ป.ป.ส. เปิด “ยุทธการตัดเนื้อร้าย ครั้งที่ 9” ปราบปรามและขยายผลเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด

16.27 น. พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) เปิดปฏิบัติการภายใต้ “ยุทธการตัดเนื้อร้าย ครั้งที่ 9” เดินหน้าปราบปรามและขยายผลเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งตัดวงจรเครือข่ายผู้กระทำผิดและผู้สนับสนุนการกระทำความผิดทุกรูปแบบ

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับชุดสืบสวนขยายผลคดียาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร นำกำลังเข้าจับกุม ดาบตำรวจสุ (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดชุมพร ที่ จ.178/2569 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ในข้อหาเกี่ยวกับการสมคบกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

การจับกุมครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากคดียาเสพติดสำคัญ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านมาบอำมฤต จังหวัดชุมพร ตรวจยึดยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด ซึ่งถูกบรรจุอยู่ภายในกระเป๋าเดินทางและถูกนำมาทิ้งไว้บริเวณหน้าห้องปั่นไฟภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลเขาไชยราช อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร

ภายหลังการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่สามารถเชื่อมโยงผู้ต้องหาเข้าสู่เครือข่ายการกระทำความผิดดังกล่าว จนนำไปสู่การขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดชุมพร และเข้าจับกุมตัวได้บริเวณสนามกอล์ฟ ภายในค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาเข้าตรวจค้นบ้านเช่าในพื้นที่ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการหรือผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม


>> นายกรัฐมนตรี ร่วมยินดีโอกาสครบรอบ 80 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐอิตาลี ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมิตรภาพ สะท้อนความสัมพันธ์ไทย-อิตาลีที่แน่นแฟ้น

18.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองวันชาติสาธารณรัฐอิตาลี และการครบรอบ 80 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐอิตาลี โดยมี นายเปาโล ดีโอนีซี (H.E. Mr. Paolo Dionisi) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิตาลีประจำประเทศไทย ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

งานเลี้ยงรับรองในครั้งนี้ สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและมิตรภาพอันยาวนานระหว่างไทยกับอิตาลี ซึ่งจะครบรอบ 158 ปี โดยมีความร่วมมือที่ใกล้ชิดในหลายสาขา ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวัฒนธรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือและเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนระหว่างสองประเทศให้เติบโตและก้าวหน้ายิ่งขึ้นในอนาคต


>> จ.ขอนแก่น เร่งสกัดเหตุเพลิงไหม้โกดังสินค้า ใกล้แยกโนนทัน

18.45 น. รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้โกดังขายของส่ง บริเวณใกล้กับแยกบ้านโนนทัน ตำบลในเมือง อ.เมือง จังหวัดขอนแก่น

ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นเพลิงไหม้โกดังเก็บของ ภายในพื้นที่ตลาดกลางเมืองขอนแก่น ส่งผลให้กลุ่มควันและเปลวเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว สร้างความตื่นตกใจให้กับประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยทันทีที่ได้รับรายงาน

นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้ลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ด้วยตนเอง พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระดมกำลังควบคุมเพลิง และให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลนครขอนแก่น พร้อมหน่วยงานสนับสนุนในพื้นที่ ได้เร่งนำรถดับเพลิงเข้าควบคุมสถานการณ์ พร้อมกันพื้นที่โดยรอบจุดเกิดเหตุ เพื่อป้องกันไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังอาคารข้างเคียง รวมถึงอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในย่านการค้าและชุมชนกลางเมือง มีประชาชนและผู้ประกอบการอยู่เป็นจำนวนมาก

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานอย่างเต็มกำลัง ทั้งการควบคุมเพลิงตรวจสอบความเสียหาย และการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบสาเหตุของเพลิงไหม้ และติดตามผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด

ความเสียหายเบื้องต้น อาคารได้รับความเสียหาย 1 หลัง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย และไม่มีผู้เสียชีวิต ขณะที่โครงสร้างอาคารยุบตัว อยู่ระหว่างการควบคุมเพลิง สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

21.52 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 1.8 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 87 กม.  


>> วิ่งราวทรัพย์ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซอยสุขุมวิท 38

00.19 น. ศูนย์วิทยุผ่านฟ้า ตำรวจ191 แจ้งเหตุ คนร้ายชาย 2 คน ขับขี่และซ้อนท้ายรถ จยย. ไม่ติดป้ายทะเบียน วิ่งราวกระเป๋าสตางค์ มีเงิน 20,000 บาท, เงินสกุลดอลล่าห์สหรัฐจำนวนหนึ่ง บัตรและหนังสือเดินทาง ของผู้เสียหายเป็นหญิงชาวต่างชาติ บริเวณซอยสุขุมวิท 38 แล้วหนีไปทางซอยสุขุมวิท 22 พื้นที่ สน.ทองหล่อ

พลเมืองดี เล่าเหตุการณ์ว่า ขณะเกิดเหตุ ตนเองขี่รถจักรยานยนต์ เลี้ยวเข้าซอยสุขุมวิท 38 พบเหตุคนร้าย 2 คน ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ดังกล่าว ก่อเหตุกระชากระเป๋า ของผู้เสียหาย เป็นผู้หญิงต่างชาติ ลักษณะคล้ายชาวอาหรับ แล้วหลบหนีขึ้นออกถนนสุขุมวิท ตนเองพยายามขี่ไล่ตาม แต่ไม่ทัน คลาดกันแถวซอยสุขุมวิท 22 ล่าสุด ผู้เสียหายเดินทางไปแจ้งความกับตำรวจแล้ว  

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม