วันที่ 2 มิถุนายน 2569 เวลา 20:35 น.
วันนี้ (2 มิถุนายน) ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ พระบรมราชโองการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2569 มีผลบังคับใช้วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา (3 มิถุนายน) มีเนื้อหากำหนดหลักเกณฑ์ลดโทษ พักโทษ และปล่อยตัวผู้ต้องขังบางประเภท เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ขณะที่คดีร้ายแรงหลายประเภทไม่ได้รับการอภัยโทษ
ในพระราชกฤษฎีการะบุว่า การพระราชทานอภัยโทษครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ต้องราชทัณฑ์ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ ได้กลับตัวเป็นพลเมืองดีและกลับคืนสู่สังคม อันจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป
สาระสำคัญของพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผู้ต้องขังบางกลุ่มได้รับการลดวันต้องโทษ ปล่อยตัว หรือได้รับสิทธิประโยชน์ด้านการคุมประพฤติและพักการลงโทษ ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กรมราชทัณฑ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด โดยให้ความสำคัญกับผู้ต้องขังที่มีความประพฤติดี ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้ต้องขังที่มีลักษณะพิเศษตามที่กฎหมายกำหนด
อย่างไรก็ตาม พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ยังระบุบัญชีลักษณะความผิดที่ไม่ได้รับสิทธิอภัยโทษหรือได้รับการพิจารณาอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษ โดยครอบคลุมคดีร้ายแรงหลายประเภท อาทิ
ทั้งนี้ ในหมายเหตุท้ายพระราชกฤษฎีการะบุว่า เหตุผลของการตรากฎหมายฉบับดังกล่าว เนื่องจากโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี นับเป็นวาระสำคัญของประเทศ จึงสมควรพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เพื่อเปิดโอกาสให้กลับไปประพฤติตนเป็นพลเมืองดีและเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติต่อไป
หมายเหตุ: พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาอภัยโทษ ไม่ได้หมายความว่าผู้ต้องขังทุกคนจะได้รับการปล่อยตัวทันที แต่ต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนดเป็นรายกรณี

2 มิถุนายน 2569
2 มิถุนายน 2569