หน้าแรก > สังคม

อย่าหาทำ! สธ.ห่วง หลังพบชาวบ้าน "จับค้างคาวด้วยมือเปล่า" ชี้ เสี่ยงรับเชื้อโรคร้ายสู่คน

วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 เวลา 09:44 น.


30 พฤษภาคม 2569 จากกรณี ชาวบ้านไม่พอใจวัด ใน อ.บ้านนา จ.นครนายก ที่ตัดต้นยางนาไม้หวงห้าม หลังกิ่งหักหล่นใส่ร้านค้าและรถยนต์ของพ่อค้าตลาดนัด  รวมถึง “ค้างคาวแม่ไก่” นับร้อยตัว ตกลงมาตาย ขณะที่คนตัด อ้างขออนุญาตแล้ว แต่ไม่รู้ตอนนี้ไม้ไปอยู่ไหนเพราะติดต่อคนขับไม่ได้  จนเจ้าหน้าที่เข้าอายัดไม้ที่เหลือเพื่อเอาผิด ซึ่งจากภาพและคลิปข่าว พบว่ามีหญิงรายหนึ่งใช้มือเปล่าหยิบซากค้างคาวแม่ไก่ที่ตกลงมาตาย โดยมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและแสดงความเป็นห่วง เพราะค้างคาวเป็นพาหะนำโรคหลายชนิด

ล่าสุด นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โดยทั่วไปค้างคาวจะไม่ทำอันตรายต่อมนุษย์หากไม่มีการเข้าไปรบกวน แต่การจับ สัมผัส หรือเข้าใกล้ค้างคาว รวมถึงการสัมผัสมูล น้ำลาย หรือซากโดยไม่สวมอุปกรณ์ป้องกัน อาจเพิ่มความเสี่ยงในการรับเชื้อโรคได้ จึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการจับค้างคาวด้วยมือเปล่า และไม่ควรนำมาประกอบอาหาร เนื่องจากค้างคาวเป็นแหล่งรังโรคของเชื้อโรคบางชนิดที่สามารถติดต่อสู่คนได้ เช่น โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาบางชนิด และโรคพิษสุนัขบ้า จึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยไม่จำเป็น และปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยอย่างเหมาะสม หากพบค้างคาวบินเข้าบ้าน หรือพบค้างคาวป่วย หรือตายผิดปกติ ขอให้หลีกเลี่ยงการสัมผัส และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้าดำเนินการอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้แหล่งอาศัยของค้างคาวโดยไม่จำเป็น

นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า การป้องกันโรคจากสัตว์สู่คนสามารถทำได้ง่าย ด้วยการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล เช่น ล้างมือด้วยสบู่ และน้ำสะอาดหลังสัมผัสสิ่งสกปรก สวมถุงมือ หรือหน้ากากเมื่อทำความสะอาดพื้นที่ที่มีมูลค้างคาว และรับประทานอาหารที่ปรุงสุก สะอาด และปลอดภัย

กรมควบคุมโรค แนะนำประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค ดังนี้ 
1) หลีกเลี่ยงการจับหรือสัมผัสค้างคาว รวมถึงมูล น้ำลาย และซากสัตว์โดยตรง 
2) ไม่เข้าไปในพื้นที่ที่เป็นแหล่งอาศัยของค้างคาวโดยไม่จำเป็น 
3) หากจำเป็นต้องทำความสะอาดพื้นที่ที่มีมูลค้างคาว ต้องสวมถุงมือ หน้ากาก และใช้น้ำยาฆ่าเชื้ออย่างเหมาะสม 
4) รับประทานอาหารที่ปรุงสุก สะอาด และหลีกเลี่ยงการบริโภคสัตว์ป่า 
5) หากถูกค้างคาวกัด ข่วน หรือสัมผัสสารคัดหลั่ง ควรรีบล้างแผลด้วยสบู่ และน้ำสะอาดทันที และไปพบแพทย์โดยเร็ว

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

ข่าวยอดนิยม