24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 29 พฤษภาคม 2569
>> โจรใจบาป งัดตู้บริจาควัดดัง อ.แวงน้อย ฉกเงินไป 2,000 บาท จ.ขอนแก่น
09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในโบสถ์วัดจุมพล หรือวัดหลวงปู่วรพรตวิธาน บ้านก้านเหลือง ม.1 ต.ก้านเหลือง อ.แวงน้อย จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นวัดที่มีชื่อเสียงและเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้าน บันทึกภาพคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น รูปร่างผอม สูงประมาณ 165-170 ซม. กำลังลงมืองัดแงะตู้บริจาคทำบุญซึ่งตั้งอยู่ภายในโบสถ์ ต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และสรีระสังขาร "หลวงปู่วรพรตวิธาน" อดีตเจ้าอาวาสวัด ก่อนจะเอามือล้วงขโมยเงินสดกว่า 2,000 บาท ใส่กระเป๋ากางเกงแล้วหลบหนีไป ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. วานนี้ (28 พ.ค.)
ล่าสุด พ.ต.อ.ยศวัจน์ ตั้งจิตรมณีศักดา ผกก.สภ.แวงน้อย เปิดเผยว่า สามารถติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้ได้แล้ว คือ นายวิทยา อายุ 22 ปี ต.กุดตุ้ม อ.เมืองชัยภูมิ จ.ชัยภูมิ โดยจับกุมได้ที่กลางถนนในหมู่บ้านก้านเหลือง ม.1 พื้นที่ที่ก่อเหตุ ขณะกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์สีดำ-แดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งยังสวมใส่เสื้อผ้าชุดเดิมตามที่กล้องวงจรปิดบันทึกภาพได้
เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุลักเอาเงินจากตู้บริจาคจริง และได้นำเงินที่ได้ไปซ่อมรถจักรยานยนต์ รวมถึงซื้อยาบ้ามาเสพ พร้อมกันนี้จากการตรวจปัสสาวะของ นายวิทยา พบว่ามีสารเสพติดอยู่ในร่างกาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวพร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แวงน้อย ดำเนินคดีในข้อหา “ลักทรัพย์ในสถานที่บูชา สาธารณะ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” และข้อหา “เป็นผู้ขับขี่ยานพาหนะเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน โดยผิดกฎหมาย” ตามขั้นตอนต่อไป
>> มาตามนัด ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ป.ป.ช. เข้าพบตำรวจรับทราบข้อกล่าวหา
10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้าคดีที่ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขับรถกระบะพุ่งชนนายศรนรินทร์ อายุ 43 ปี ไรเดอร์หนุ่มเสียชีวิตบนถนนต่างระดับบางรักน้อย อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยในเบืัองต้นพบว่า มีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงถึง 189 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไปดำเนินคดีต่อที่โรงพัก สภ.บางศรีเมือง ก่อนจะใช้ตำแหน่งประกันตัวออกจากโรงพักไปนั้น
ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหา 3 ขัอหาคือขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และขับรถชนแล้วไม่จอดให้ความช่วยเหลือ ไม่แสดงตนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนพร้อมทนายความส่วนตัว โดยหลบผู้สื่อข่าวขึ้นบันไดด้านหลังโรงพัก ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวผู้จัดการร้านอาหารที่ ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ป.ป.ช. กับเพื่อนไปนั่งสังสรรค์กัน ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุตามมา มาเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน
พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี เปิดเผยว่า ที่ชายเสื้อดำอ้างว่าเป็นคนขับ ซึ่งในวันเกิดเหตุตนไม่ได้อยู่ และข้อเท็จจริงมันเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ซึ่งได้มีการสอบปากคำไว้ ทั้งหมดอยู่ในสำนวน ถ้าอย่างไรมีรายละเอียดการกระทำความผิดไปถึงจุดไหน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการให้การเท็จ หรือเมาแล้วขับ สำหรับชายเสื้อดำ วันนี้ ยังไม่มา มีผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหา โดยทั้งสองคนไปดื่มมาด้วยกัน ซึ่งจะเรียกมาอีกครั้งภายหลัง ในการจับกุมต้องเป็นไปตาม ป.วิอาญา คือมีหมายจับหรือการกระทำผิดซึ่งหน้า มันต่างจากการไปตั้งด่านแล้วพบคนขับเมา อันนี้เกิดอุบัติเหตุแล้วนำตัวผู้ก่อเหตุมาโรงพัก หลังจากนั้นต้องมีการตรวจสอบไล่กล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นการระบุความผิดได้ชัดเจนจากเวลาที่ปรากฏในกล้อง จึงต้องปล่อยตัวให้กลับไปก่อน และพบความผิดที่ชัดเจนจึงจะเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งวันนี้ผู้ถูกกล่าวหาได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา ไม่เกี่ยวกับตำแหน่งซี ทุกคนเท่ากันหมดไม่เกี่ยวกับขัาราชการชั้นสูง คนจนคนรวยใช้กฏหมายตัวเดียวกันมีความผิดเท่าเทียมกัน เป็นกฏหมายของประเทศ ส่วนคดีจะนำส่งอัยการเมื่อไหร่ ต้องรวบรวมพยานหลักฐาน และผู้ถูกกล่าวหาขอพูดคุยกับทางผู้เสียหายก่อน เจ้าหน้าที่ต้องจัดให้มีการพูดคุยกับทางญาติผู้เสียหายตามกฏหมาย
>> บุกรวบแก๊งมังกรอู่ฮั่น หนีคดีโกงร้อยล้าน ซ่อนตัวพัทยา
11.17 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) และ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย กองกำกับการสืบสวนสอบสวน (บก.สส.) ร่วมกันควบคุมตัวผู้ต้องหาชาวจีน4ราย เนื่องจากเป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 12(7) คือ “มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้าย” โดยจับกุมได้ภายในบ้าน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และ ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ
ภายหลังเมื่อศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ด้านศูนย์ความร่วมมือล้านช้าง - แม่โขง ประสานข้อมูลกับศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ให้ติดตามจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาหลบหนีคดีสัญชาติจีน จำนวน 5 ราย ซึ่งเป็นที่ต้องการตัว ตามหมายจับของสำนักงาน ความมั่นคงสาธารณะเมืองอู่ฮั่น ในข้อหา “ฉ้อโกงโดยการปลอมแปลงเอกสาร” โดยพฤติการณ์กลุ่มผู้ต้องหาเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทโครงการรื้อถอน และฟื้นฟูภูมิทัศน์ ร่วมกันทุจริตปลอมแปลงข้อมูล มูลค่าความเสียหายสูงกว่า 18 ล้านหยวน หรือเกือบ 100 ล้านบาทไทย เมื่อรู้ตัวว่าถูกทางการจีนดำเนินคดี กลุ่มผู้ต้องหาหนีเข้ามายังประเทศไทย ใช้ภาพลักษณ์ “วีซ่าระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไป” (วีซ่าเกษียณ)
CIB และ ตม. จึงเปิดฉากแกะรอยสืบสวน จนพบพิกัดกลุ่มผู้ต้องหา จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายค้นจากศาลจังหวัดพัทยา ก่อนสนธิกำลังเข้าตรวจค้นและจับกุม
การปฏิบัติการสามารถรวบตัวผู้ต้องหาหลัก จำนวน 3 ราย พร้อมกันนี้จากการสอบสวนขยายผล ทราบว่าผู้ต้องหารายที่ 4 กำลังเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ ชุดสืบสวนจึงประสานกำลังสกัดจับตัวไว้ได้ทันที เจ้าหน้าที่จึงแจ้งเหตุแห่งการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ใราชอาณาจักรทันทีตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ส่งห้องกัก กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อเตรียมส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐประชาชนจีน
>> คนร้ายลอบยิง ชาวบ้านเสียชีวิตกลางทาง ขณะขับรถไปประกอบศาสนกิจวันศุกร์ที่มัสยิด อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี
12.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุจาก นายมะซาตา อาแว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ว่าเกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ลอบยิงประชาชนในพื้นที่ บ้านปาโฮ๊ะแฮ หมู่ที่ 1 ตำบลบาโลย อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี
จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตคือ นายอาซิ ภูมิลำเนา อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี โดยก่อนเกิดเหตุ นายอาซิ ได้ขับขี่รถออกจากบ้านพักเพื่อเดินทางไปประกอบศาสนกิจวันศุกร์ ณ มัสยิดจาแบปะ ตำบลตันหยงดาลอ อำเภอยะหริ่ง แต่ในระหว่างทางได้ถูกกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวน ซุ่มรอจังหวะก่อนใช้อาวุธยิงใส่จนเป็นเหตุให้ นายอาซิ เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าควบคุมพื้นที่และปิดกั้นจุดเกิดเหตุ เพื่อให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บรวบรวมพยานหลักฐานและวัตถุพยานอย่างละเอียด พร้อมทั้งสั่งการให้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดในเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี เพื่อติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน ส่วนประเด็นสาเหตุยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่
>> ก.ตร.ถอนวาระแต่งตั้ง ชี้อีก 1 เดือนเข้าสู่การแต่งตั้งประจำปี ยันไร้แรงกดดัน ไม่เกี่ยวโยงกับคดีชั้น 14 รพ.ตำรวจ
13.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เป็นประธานการประชุมก.ตร. ครั้งที่ 5/2569 โดยมีวาระน่าสนใจ อาทิ การคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระประจำปี จำนวน 2 ตำแหน่ง และการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) ในรายของ พล.ต.ต.หญิง ลักขณา ศักดิแพทย์
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวภายหลังการประชุม ว่า ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งพล.ต.ต.หญิง ลักขณา ศักดิแพทย์ ให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของก.พ.ค.ตร. แต่มีมติให้ถอนวาระการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระประจำปี เนื่องจากก.ตร.หลายท่านเห็นว่าการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับชั้นนายพลวาระประจำปี จะมีขึ้นในวันที่ 1 กรกฎาคม นี้ ซึ่งเหลือระยะเวลาเพียง 1 เดือนเท่านั้น ประกอบกับพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้มีการบริหารราชการของผู้ช่วย ผบ.ตร.ได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว จึงเห็นว่าไม่มีความจำเป็นแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระ จึงมีมติให้ถอนวาระการแต่งตั้งนายพลนอกวาระออกไป ยืนยันว่าการมีมติเพิกถอนวาระการแต่งตั้งในครั้งนี้ ไม่มีแรงกดดันจากภายนอก และไม่เกี่ยวข้องกับคดีชั้น 14 รพ.ตำรวจ แต่อย่างใด
มีรายงานว่าก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระครั้งนี้ เป็นการแต่งตั้ง พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโยกพล.ต.ท.ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจ รักษาราชการแทนนายแพทย์ใหญ่รพ.ตำรวจ เป็น นายแพทย์ใหญ่รพ.ตํารวจ โดยทั้ง 2 ราย มีกำหนดเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 ก.ย.69 นี้
>> เปิดปฏิบัติการ “ขจัดเหลือบราชสีห์” ทลายขบวนการออกใบ ป.3 เถื่อน
13.42 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง , ร้อยตำรวจตรี สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ ร่วมกับจังหวัดเชียงราย เปิดปฏิบัติการ “ขจัดเหลือบราชสีห์” กวาดล้างขบวนการลักลอบปลอมแปลงและออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน หรือใบ ป.3 โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย พะเยา และพิษณุโลก
สำหรับพื้นที่จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุด ปฏิบัติการ โดยชุดแรกเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายในพื้นที่อำเภอเชียงของ พบอาวุธปืนยังไม่ทราบชนิด จำนวน 3 กระบอก จึงควบคุมตัวผู้ครอบครองมาสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
ขณะที่อีกชุดหนึ่งเข้าจับกุม นาย นอ (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอเชียงของ ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต และความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหามาจัดทำบันทึกการจับกุม ณ ที่ว่าการอำเภอเชียงของ พร้อมทั้งเร่งสืบสวนขยายผลไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ย้ำจุดยืนกรมการปกครองไม่ปกป้องผู้กระทำผิด และไม่ปล่อยให้เจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลใดฉวยโอกาสจากอำนาจหน้าที่ไปแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ โดยเฉพาะเรื่องอาวุธปืน ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ
>> นายกฯ หารือเอกอัครราชทูตออสเตรเลียอำลาตำแหน่ง ชื่นชมบทบาทไทยปราบอาชญากรรมข้ามชาติ–ยาเสพติด เดินหน้าหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน
16.30 น. นางสาวแอนเจลา แม็กดอนัลด์ เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในโอกาสอำลาตำแหน่งก่อนพ้นหน้าที่นายกฯ ขอบคุณเอกอัครราชทูตออสเตรเลียฯ สำหรับบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย–ออสเตรเลียตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ชื่นชมความร่วมมือที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในหลายด้าน
เอกอัครราชทูตออสเตรเลียฯ ชื่นชมความร่วมมือด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการฝึกร่วมทางทหาร เห็นพ้องขยายความร่วมมือด้านการฝึกรูปแบบใหม่ให้สอดคล้องกับภารกิจในอนาคต แก๊งหลอกลวงออนไลน์ และยาเสพติด ซึ่งนายกฯ ยืนยันแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง ฝ่ายออสเตรเลียแสดงความยินดีต่อความมุ่งมั่นและความก้าวหน้าของไทยในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งจะช่วยยกระดับและเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงาน โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านพลังงานเพื่อความยั่งยืน ยืนยันเดินหน้าความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน โดยนายกฯ ย้ำไทยพร้อมทำงานร่วมกับออสเตรเลียอย่างใกล้ชิดในทุกมิติ และแสดงความเชื่อมั่นว่ามิตรภาพและความร่วมมืออันแน่นแฟ้นจะได้รับการสานต่อและพัฒนาให้ก้าวหน้า เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศต่อไป
>> "อนุทิน" เตรียมตั้งชุดสอบ อธิบดีกรมการปกครอง ปมแชตไลน์ "ช่วยน้ำเงินด้วย" หลุดว่อนเน็ต
16.42 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง (ปค.) กระทรวงมหาดไทย มีแชทไลน์บทสนทนากับนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ที่อ้างว่าถูกย้ายไปช่วยราชการไม่เป็นธรรม เพราะไม่สนองงานการเมือง รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อความแชตที่ระบุว่า "ช่วยน้ำเงินด้วย" ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา
โดย นายกฯ กล่าวว่า "วันนี้เห็นนายนฤชา ออกแถลงการณ์แล้ว ตนต้องไปอ่านรายละเอียดอย่างละเอียด ถ้าดูว่าทําไม่ถูก หรืออย่างไร ตนต้องตั้งชุดขึ้นมาสอบสวนหาข้อเท็จจริง แต่ยืนยันได้ว่าไม่ได้ช่วย ไม่เคยช่วย"
เมื่อถามว่าเรื่องนี้จะบานปลายเป็นเรื่องความขัดแย้งภายในกระทรวงมหาดไทยด้วยหรือไม่ กรณีการย้ายปลัดจังหวัดภูเก็ต นายกฯ กล่าว "ไม่มี ให้ดู มท.1 ไว้อย่างเดียวกระทรวงมหาดไทย ไม่ต้องไปดูคนอื่น"
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยเทพรักษ์ 29 จนท.คาดไฟฟ้าลัดวงจรที่เครื่องปรับอากาศ
18.20 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยเทพรักษ์ 29 ถนนเทพรักษ์ แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 1 ภายในห้องนั่งเล่น เพลิงลุกไหม้เสียหายเครื่องปรับอากาศ ลุกลามโต๊ะ และโซฟา พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 4 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้น สาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่เครื่องปรับอากาศ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยสายไหม
>> ผบช.ก. แต่งตั้ง “รองสุวัฒน์” คุมคดีมาดามเก่ง แจ้งความจับบรรดาเซียนพระ
18.30 น. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีที่ “มาดามเก่ง” แจ้งความพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ดำเนินคดีกับบรรดาเซียนพระ ระบุว่า
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้เซ็นคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ขึ้นมาเพราะมีหลายเรื่องด้วยกัน ซึ่งมีความยุ่งยากสลับซับซ้อน มีสิ่งที่ต้องดำเนินการเยอะ จึงตั้งเป็นคณะขึ้นมาเพื่อดำเนินการ โดยมีตนเป็นหัวหน้าคณะ ตอนนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน ซึ่งถ้าจะพูดอะไรออกไปเกรงว่าจะเกิดความสับสน เพราะไม่ได้เตรียมเรื่องคดีนี้มาตอบ
ซึ่งก่อนหน้าที่มีการออกหมายเรียกมารับทราบข้อหาแล้ว 2 รายนั้น ตนยังไม่เข้ามาเป็นหัวหน้าคณะ ยังแยกกันทำคดีอยู่ แต่ล่าสุดเวลานี้ บช.ก.สั่งรวมมาเป็นคณะทำงานแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ ส่วนผู้เสียหายก็ยังมีมาดามเก่งเพียงรายเดียว
>> แผ่นดินไหว ขนาด 4.1 บริเวณพรมแดนประเทศเมียนมา - ประเทศอินเดีย
19.22 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่ดินไหว ขนาด 4.1 ความลึก 84 กม. บริเวณพื้นที่พรมแดนประเทศเมียนมา - ประเทศอินเดีย ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 649 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> หนุ่มวัย 26 ปี ขี่รถจักรยานยนต์เสียหลักชนขอบทางแล้วพลิกคว่ำ ร่างกระเด็นเสียชีวิตร่องกลาง ถนนสุขุมวิท จ.สมุทรปราการ
20.30 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักชนราวกั้นเกาะกลางถนนและมีผู้บาดเจ็บสาหัส ถนนสุขุมวิท ฝั่งขาออก ใกล้เคียงทางเข้าเจริญสินธานี บางปู ในพื้นที่ ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า เอกแมกซ์ สีแดง ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำอยู่กลางถนน ใกล้กันบริเวณเกาะกลางถนนพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบต่อมา คือ ชายไทย อายุ 26 ปี ในส่วนของสาเหตุทีแท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปู
>> ไฟไหม้โรงไม้บ้านผ้าขาวสูงเม่น ระดมรถดับเพลิงนับ 10 คัน ระดมฉีดล้อมสกัดก่อจะลุกลาม จ.แพร่
22.40 น. รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่ หมู่ 5 ต.ดอนมูล (บ้านผ้าขาว) อ.สูงเม่น จ.แพร่
ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นโรงไม้ ชั้นเดียว เจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิง เร่งระดมฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิงไม่ให้ลุกลามขยายวงกว้าง ไปยังบ้านเรือนข้างเคียง จนสามารถควบคุมและเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา ตรวจสอบไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
เบื้องต้น คาดว่า จุดที่เกิดไฟไหม้อยู่บริเวณที่นั่งเล่นภายในโรงไม้ โชคดีที่ตัวโครงสร้างหลักและพื้นที่ใกล้เคียงไม่ได้รับความเสียหายหนัก
ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริงนั้น ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สูงเม่น และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานต่อไป
>> รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกัน มีผู้เสียชีวิต กลางถนนนครอินทร์ จ.นนทบุรี
00.05 น. รับแจ้งจากศูนย์สั่งการกู้ชีพพระนั่งเกล้า มีอุบัติเหตุบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ ถนนนครอินทร์ ฝั่งขาออกมุ่งหน้าถนนราชพฤกษ์ ในช่องทางหลัก
โดยที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีเทา และ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีดำ ล้มคว่ำอยู่กลางถนน และผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 3 ราย ยืนยันเสียชีวิตทันทีที่เกิดเหตุ 1 ราย ขณะนี้ยังคงรอร้อยเวรแพทย์เวร และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าสนับสนุนในที่เกิดเหตุ พื้นที่ สภ.บางกรวย
30 พฤษภาคม 2569
30 พฤษภาคม 2569
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบพ่อค้าหัวใส ขายน้ำหอมปลอม ราคาชนช็อป
30 พฤษภาคม 2569
30 พฤษภาคม 2569
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบพ่อค้าหัวใส ขายน้ำหอมปลอม ราคาชนช็อป