วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เวลา 20:01 น.
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) จัดการประชุมผู้บริหารระดับสูงด้านการประกันภัย “OIC Meets CEO 2026” ครั้งที่ 2/2569 โดยมี นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานการประชุม ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของสมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย และสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินบริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันวินาศภัย และผู้บริหารสำนักงาน คปภ. ณ สโมสรทหารบก เพื่อหารือแนวทางยกระดับเสถียรภาพ ความเชื่อมั่น และการกำกับดูแลอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้เท่าทันความเสี่ยงบริบททางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
สำหรับการประชุมประจำปี 2569 ครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีหารือเชิงนโยบายระหว่างสำนักงาน คปภ. กับผู้บริหารระดับสูงของภาคธุรกิจประกันภัย ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้มีความมั่นคง โปร่งใส ทันสมัย และสามารถรองรับความเสี่ยงในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2569–2573) ที่มุ่งยกระดับระบบประกันภัยไทยให้เป็น “โครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารความเสี่ยงของประเทศ” โดยในการประชุมดังกล่าว ได้มีการหารือในวาระสำคัญ 4 หมวดหลัก ประกอบด้วย
พร้อมกันนี้ ได้หารือแนวทางจัดทำแผนบริหารจัดการเพื่อรองรับเหตุภัยพิบัติและภัยขนาดใหญ่ระดับอุตสาหกรรมประกันภัย (Disaster Playbook) เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานร่วมกันระหว่างสำนักงาน คปภ. ภาคธุรกิจประกันภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ระยะก่อนเกิดเหตุ ระยะขณะเกิดเหตุ และระยะหลังเกิดเหตุ โดยให้มีระบบการสั่งการ ประสานงาน แลกเปลี่ยนข้อมูล และการสื่อสารในภาวะวิกฤตอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังได้ติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลต่อภาคธุรกิจประกันภัยไทย โดยผลักดันภาคธุรกิจประกันภัยพิจารณานำความเสี่ยงและผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกรอบบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร (ERM) และรายงานการประเมินความเสี่ยงและความมั่นคงทางการเงิน (ORSA) ให้กับสำนักงาน คปภ. รวมถึงการยกระดับประสิทธิภาพกลไกการทำงานของระบบคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลระบบ CMIS การขับเคลื่อนนโยบายการใช้กรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Policy) และการใช้ข้อมูลสนับสนุนมาตรการความปลอดภัยทางถนน
นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ยังได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินกิจกรรมและโครงการของภาคธุรกิจประกันภัยผ่านความร่วมมือของ 4 สมาคมหลัก ได้แก่ สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน และสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย ในการร่วมขับเคลื่อนแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2569 - 2573) เพื่อผลักดันมาตรการและกิจกรรมสำคัญให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
สำนักงาน คปภ. มีแผนจัดการประชุม “OIC Meets CEO 2026” ครั้งต่อไป เพื่อร่วมติดตามความคืบหน้าของมาตรการที่ได้หารือไว้ ตลอดจนแลกเปลี่ยนมุมมองต่อความเสี่ยงใหม่และทิศทางการกำกับดูแลที่สำคัญในอนาคต โดยสำนักงาน คปภ. และภาคธุรกิจประกันภัยจะยังคงทำงานแบบบูรณาการร่วมกันอย่างใกล้ชิด ภายใต้กรอบแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2569 - 2573) เพื่อยกระดับมาตรฐานระบบประกันภัยไทยให้มีความมั่นคง โปร่งใส เท่าทันการเปลี่ยนแปลง และสามารถรองรับความเสี่ยงในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากภาคธุรกิจประกันภัยไปใช้ประกอบการกำหนดทิศทางการกำกับดูแลและผลักดันมาตรการสำคัญอย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามผลการดำเนินงานในประเด็นที่ได้หารือร่วมกันจากการประชุมครั้งที่ผ่านมา เพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบประกันภัยและตอบสนองต่อความคาดหวังของประชาชนและผู้เอาประกันภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น






