หน้าแรก > สังคม

สพฐ. เปิดสอบครูผู้ช่วย 2,050 อัตรา ย้ำคัดคนเก่งเข้าสู่ระบบ เดินหน้าลดภาระงานครู พร้อมกำชับโรงเรียนออก ปพ.1 ให้นักเรียนทุกคน

วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เวลา 23:55 น.


สพฐ. เปิดสอบครูผู้ช่วย 2,050 อัตรา ย้ำคัดคนเก่งเข้าสู่ระบบ เดินหน้าลดภาระงานครู พร้อมกำชับโรงเรียนออก ปพ.1 ให้นักเรียนทุกคน

วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 19/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมี นายพิเชฐร์ วันทอง, นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ และนางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วยนางอรุณี จิรมหาศาล และนางอาทิตยา ปัญญา ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เข้าร่วมประชุม ร่วมกับผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ และบุคลากรของ สพฐ. ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบออนไลน์

นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้กรอบนโยบาย 5 ด้านของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดย สพฐ. ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร ครู และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อกำหนดแนวทางและกรอบระยะเวลาในการดำเนินงาน พร้อมเตรียมตั้งคณะทำงานเฉพาะด้านเพื่อติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยกรณีพิเศษ ซึ่งมีกำหนดจัดสอบในวันที่ 13 มิถุนายนนี้ มีผู้สมัครกว่า 17,000 คน และเปิดรับจำนวน 2,050 อัตรา โดย อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เป็นผู้ดำเนินการจัดสอบ ทั้งนี้ สพฐ. ได้กำชับทุกเขตพื้นที่ให้ดำเนินการสอบด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และประสานความร่วมมือกับสำนักงาน ป.ป.ช. ในการกำกับดูแล เพื่อคัดเลือกบุคลากรที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างเป็นธรรม

ขณะเดียวกัน สพฐ. ยังได้กำหนดแนวปฏิบัติในการจัดสรรครูอัตราจ้าง จำนวน 7,588 อัตรา โดยเน้นให้ทุกเขตพื้นที่ดำเนินการคัดเลือกอย่างเป็นธรรม พร้อมดูแลสิทธิพื้นฐาน อาทิ ประกันสังคม และเปิดโอกาสให้บุคลากรมีเส้นทางความก้าวหน้าในวิชาชีพ
ในด้านการลดภาระงานครู สพฐ. ได้ยกเลิกการกรอกข้อมูลบางระบบ เช่น การประเมิน ITA ในกลุ่มโรงเรียนคุณภาพ โดยบูรณาการข้อมูลจากระบบ Connext ED มาเชื่อมโยงแทน เพื่อลดภาระงานเอกสารของโรงเรียน รวมถึงพัฒนาระบบเทคโนโลยีสำหรับโรงเรียนในพื้นที่ทุรกันดาร 215 โรงเรียน ให้สามารถดึงข้อมูลจากระบบ DMC มาใช้งานได้อัตโนมัติ ลดการรายงานข้อมูลซ้ำซ้อน ขณะที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาใช้ระบบ OIT Plus ในการจัดเก็บข้อมูล

นอกจากนี้ สพฐ. ยังเดินหน้าปรับลดกิจกรรมที่สร้างภาระแก่ครูและโรงเรียน เพื่อให้ครูมีเวลาในการจัดการเรียนการสอนและดูแลนักเรียนมากขึ้น พร้อมเปิดรับข้อเสนอจากครูและผู้บริหารทั่วประเทศ เพื่อนำไปปรับปรุงการทำงานในระยะยาว

เลขาธิการ กพฐ. ยังได้กำชับให้โรงเรียนออกเอกสารระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.1) ให้แก่นักเรียนที่สำเร็จการศึกษา แม้ยังมีปัญหาค่าใช้จ่ายค้างชำระ โดยให้โรงเรียนและผู้ปกครองร่วมกันหาแนวทางแก้ไข แต่ต้องไม่กระทบสิทธิของนักเรียนในการศึกษาต่อ
ขณะเดียวกัน สพฐ. ได้ขับเคลื่อนมาตรการด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา ร่วมกับกรุงเทพมหานครและอีก 18 หน่วยงาน ผ่านระบบ Traffy Fondue และ Edu Save เพื่อเฝ้าระวัง แจ้งเหตุ และคุ้มครองสิทธิเด็กและครูอย่างรอบด้าน พร้อมยืนยันเดินหน้าพัฒนาการศึกษาไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “All for Education” เพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็กและครูไทยต่อไป

ข่าว : อัจฉรา ทั่งโม 
ภาพ : สุชัญญา ฮวดหวัง
ศูนย์สารนิเทศการศึกษาขั้นพื้นฐาน

 

 

 

 

 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม