หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 24 พฤษภาคม 2569

วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 05:32 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 24 พฤษภาคม 2569


>> รองโฆษกรัฐบาลแจงชัด รัฐคุมเข้มตรวจสุขภาพแรงงานต่างด้าว เชื่อมข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

08.15 น. ร้อยเอกหญิง ดร. ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณี การออกมาตั้งข้อสังเกตว่า มีสถานพยาบาลที่ไม่มีใบอนุญาต แอบลักลอบออกใบรับรองสุขภาพให้แรงงานต่างด้าวว่า รัฐบาลยืนยันการดำเนินการเกี่ยวกับการออกใบรับรองแพทย์สำหรับแรงงานต่างด้าว เป็นไปตามกฎหมาย และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐอย่างเคร่งครัด โดยกรมการจัดหางานในฐานะหน่วยงานผู้รับผิดชอบ ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และระบบตรวจสอบตามมติคณะรัฐมนตรีและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ การปลอมแปลงเอกสาร และการลักลอบทำงานผิดกฎหมาย

กรมการจัดหางานในฐานะหน่วยงานพิจารณาออกใบอนุญาต มีระบบคัดกรองที่เข้มงวด กำหนดให้แรงงานต่างด้าวทุกคนต้องผ่านการตรวจโรคต้องห้าม และต้องมีใบรับรองแพทย์ที่ถูกต้องจากสถานพยาบาลของรัฐ หรือโรงพยาบาลเอกชนที่ผ่านการรับรองตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้เท่านั้น

นอกจากนี้ ผลตรวจทั้งหมดยังต้องถูกส่งเชื่อมโยงผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ตรงถึงกรมการจัดหางานโดยอัตโนมัติ เพื่ออำนวยความสะดวกและป้องกันการปลอมแปลงเอกสารในทุกขั้นตอน ซึ่งปัจจุบันมีสถานพยาบาลเอกชนที่ผ่านหลักเกณฑ์และเชื่อมโยงข้อมูลระบบออนไลน์กับกรมการจัดหางานอย่างถูกต้อง จำนวน 63 แห่ง ซึ่งนายจ้างและประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อที่ถูกต้องได้ ที่สำนักงานจัดหางานทุกจังหวัด หรือ เว็บไซต์สำนักงานบริหารแรงงานต่างด้าว

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ย้ำว่า กรมการจัดหางานมีมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดต่อผู้กระทำความผิด โดยได้ตั้งศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์กรณีใบรับรองแพทย์ปลอม ที่ชั้น 4 กรมการจัดหางาน เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้แจ้งเบาะแสและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทันที และยังสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบใบรับรองแพทย์ และให้สุ่มตรวจนายจ้างและสถานประกอบการ รวมถึงแรงงานต่างด้าว ว่าได้ดำเนินการตรวจสุขภาพ ณ สถานพยาบาลจริงหรือไม่ พร้อมกันนี้ รัฐบาลขอเตือนนายจ้างและตัวแทน อย่าหลงเชื่อขบวนการนอกกฎหมายที่อ้างว่าทำใบรับรองแพทย์ได้โดยไม่ต้องตรวจจริง เพราะระบบอิเล็กทรอนิกส์จะตรวจสอบพบทันที และหากตรวจพบการใช้เอกสารปลอม จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด


>> พล.ต.ท.ไตรรงค์ ลงพื้นที่ "สภ.วังสมบูรณ์" ตามคดีอุ้มรีดทรัพย์ 5 ชาวจีน เผยล่าสุด จับตำรวจมีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มอีก 1 ราย

11.00 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ/โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปตรวจสอบและกำชับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว เน้นย้ำการปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ คำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเคร่งครัด กำชับไม่ให้กระทำผิดทั้งวินัยและอาญา และกำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาโดยใกล้ชิด

พล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนสอบสวนขยายผล พบมีข้าราชการตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องอีก 1 ราย ซึ่งได้เข้ามอบตัวเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 รวมผู้ต้องหา 7 ราย เป็นข้าราชการตำรวจ 6 ราย และพลเรือน 1 ราย โดยข้าราชการตำรวจทั้ง 6 ราย ดำเนินคดีข้อหา “ร่วมเป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ, ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และเป็นเจ้าหน้าที่รัฐร่วมกันกระทำให้บุคคลสูญหาย” สั่งดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาเด็ดขาด พร้อมขยายผลผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกราย

นอกจากนี้ จากการสืบสวนสอบสวนพบมีผู้ที่เกี่ยวข้องอีก 3 คน ซึ่งเข้าข่ายมีส่วนร่วมองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ในมูลฐานความผิดเกี่ยวกับการนำพาคนลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย ได้แก่ นายสีเด่น ชาวไทย, นายเรียจ ซีฮ ชาวกัมพูชา และนายอาหลง ชาวจีน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะแจ้งข้อกล่าวหาและติดตามตัวมาดำเนินคดี พร้อมสั่งการสืบสวนสอบสวนขยายผลชาวจีนทั้ง 5 ราย โดยให้ชุดสืบสวนร่วมกับตำรวจไซเบอร์ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตรวจสอบเส้นเงินอย่างละเอียด หากพบความเชื่อมโยงก็จะแจ้งข้อกล่าวหามีส่วนร่วมกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ดำเนินคดีเพิ่มเติม พร้อมขยายผลถึงผู้มีส่วนร่วมที่เกี่ยวข้องต่อไป


>> พายุฤดูร้อนถล่ม ตลาดนัดบ้านนา จ.นครนายก พ่อค้า - แม่ขายหนีตายอลหม่าน ต้นไม้ล้มทับรถยนต์เสียหาย

12.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากว่า เกิดเหตุพายุโซนร้อนพัดกระโชกมาอย่างแรง บริเวณตลาดนัดเปิดท้ายวัดพิกุลออก ต.พิกุลออก อ.เมือง จ.นครนายก ทำให้มีต้นยางขนาดใหญ่อายุนับร้อยปีโค่นลงมาทับรถยนต์ของพ่อค้า-แม่ค้าที่มาขายของกันพังเสียหาย 2 คัน ร้านค้าพังพินาศเสียหายอีก 3 ร้านค้า ส่วนบรรดาพ่อค้า-แม่ค้าต้องวิ่งหนีตายกันอลหม่าน

เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามพ่อค้าขายหมูปิ้ง ได้เล่าว่า ตนและพ่อค้า-แม่ค้าคนอื่นที่มาขายของตรงบริเวณนี้ที่เปิดเป็นตลาดนัดเปิดท้ายเฉพาะวันเสาร์-วันอาทิตย์โดยจะขายกันตั้งแต่6.00น.-13.00น.ก็ต่างคนต่างเก็บร้าน และในวันนี้ที่พวกตนกำลังขายของกันอยู่ได้เกิดพายุขนาดใหญ่พัดแรงมากจึงได้รีบช่วยกันเก็บร้านค้ากันแต่ก็ยังไม่ทันการพายุคาดว่าเป็นพายุโซนร้อนได้พัดข้าวของกระจัดกระจายร้านค้าบางร้านประมาณ 3 ร้านค้าได้ถูกพายูโซนร้อนพัดดึงเอาร่มกันแดดกับร้านขายพังพินาศทันตา

และที่ยิ่งร้ายไปกว่านั้นพายุโซนร้อนได้พัดถอนรากถอนโคนต้นยางขนาดใหญ่อายุกว่า 100 ปี โค่นลงมาทับรถยนต์ของพ่อค้า-แม่ค้าพังเสียหายอีก 2 คัน แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บโดยพ่อค้า-แม่ค้าและหน่วยงานจากเทศบาลตำบลบ้านนา จ.นครนายก ได้มาช่วยกันมาเคลียพื้นที่เก็บกวาดใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ


>> ชาวบ้านล้างบั้งไฟเตรียมจุด เกิดประทุ และระเบิด พุ่งชนคนเจ็บ รถยนต์เสียหาย จ.ยโสธร

14.00 น. ได้รับแจ้งเหตุ บั้งไฟเกิดประทุ ขณะทำการล้างบั้งไฟ ภายในพื้นที่วัดบ้านดอนกลาง ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ประกอบด้วย รถกระบะ 3 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน 
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยกู้ชีพเข้าตรวจสอบ พร้อมให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ นำส่งรักษาต่อที่ โรงพยาบาลยโสธร

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญ ในช่วงเทศกาลบุญบั้งไฟ ซึ่งหลายพื้นที่อยู่ระหว่างการจัดเตรียมและทำบั้งไฟ ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะขั้นตอนการล้าง การบรรจุ หรือการเคลื่อนย้ายบั้งไฟ ควรดำเนินการโดยผู้มีความชำนาญ อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย และหลีกเลี่ยงประชาชนหรือรถยนต์อยู่ใกล้จุดปฏิบัติงาน เพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น


>> คุณลุงวัย 65 ปีขับรถกระบะ ชนเข้าท้ายรถพ่วง ริมถนนสายสุรินทร์ - ปราสาท บาดเจ็บสาหัส ก่อนไปเสียชีวิตที่ รพ.

14.10 น. หน่วยกู้ภัยสุรินทร์ ตรวจสอบอุบัติเหตุ รถกระบะ ชนกับรถพ่วง และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ถนนสายสุรินทร์ - ปราสาท บริเวณปากทางเข้าห้วยเสนง อ.เมือง จ.สุรินทร์

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า สีดำ ลักษณะชนเข้าท้ายรถพ่วง อีซูซุ สีขาว ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย สภาพร่างติดค้างในยานพาหนะ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสุรินทร์ให้การช่วยเหลือนําคนเก็บออกจากตัวรถทำการ CPR ที่เกิดเหตุ รถ EMSโรงพยาบาลสุรินทร์สนับสนุนที่เกิดเหตุ รถโรงพยาบาลสุรินทร์เคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บนําส่งโรงพยาบาลสุรินทร์ และรับแจ้งว่า ผู้บาดเจ็บได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลสุรินทร์ ในเวลาต่อมา เป็นชายไทย อายุ 65 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์


>> ก.สาธารณสุข เผย ไทยพบโควิด 19 สายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลัก ซึ่งแตกออกมาจากสายพันธุ์ JN.1 ยังไม่พบหลักฐานว่าทำให้เกิดโรครุนแรงมากขึ้น

14.26 น. นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงข้อมูลจาก Communicable Diseases Agency Singapore ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 กล่าวถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด 19 โดยระบุว่า ระหว่างวันที่ 10 – 16 พฤษภาคม 2569 พบผู้ติดเชื้อ 12,700 ราย เพิ่มจากสัปดาห์ก่อนที่พบประมาณ 8,000 ราย ผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลเฉลี่ยต่อวันเพิ่มจาก 56 ราย เป็น 73 ราย ผู้ป่วย ICU เฉลี่ยประมาณ 1 รายต่อวัน โดยสายพันธุ์ที่ระบาดสายพันธุ์หลักคือ NB.1.8.1 พบมากกว่าครึ่งของผู้ป่วยที่ตรวจพบในประเทศ สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย ปี 2569 ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรค (DDS) ณ วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 พบผู้ป่วยโควิด 19 สะสม 3,642 ราย เสียชีวิต 1 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 30 – 35 ปี รองลงมาเป็น 60 ปีขึ้นไป และอายุ 20 – 29 ปี ตามลำดับ ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พบการรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้นแต่ยังคงต่ำกว่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง

สำหรับสายพันธุ์เชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ในประเทศไทย ข้อมูลจากสถาบันวิจัยสาธารณสุขกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ข้อมูลระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2568 – 23 เมษายน 2569 พบสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักที่มีการระบาดในประเทศไทย คิดเป็น 50.95% จากตัวอย่างที่ตรวจพบ JN.1 (24.97%), XEC (9.14%) “ปี 2568 พบว่า จำนวนผู้ป่วยและการระบาดเป็นกลุ่มก้อนเพิ่มสูงในช่วงเดือนเมษายน – มิถุนายน และจากการเฝ้าระวังสายพันธุ์เชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ในประเทศไทย พบสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในการแพร่ระบาดในช่วงเวลาเดียวกัน สายพันธุ์ NB.1.8.1 พบการกลายพันธุ์ในตำแหน่งโปรตีนหนามหลายจุดที่เพิ่มเติมจากสายพันธุ์ JN.1 ทำให้มีความสามารถในการแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น และหลบภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าทำให้เกิดโรครุนแรงมากขึ้น”


>> เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่เหตุลอบยิง สภ.สายบุรี หลังเหตุสะเทือนขวัญคร่าชีวิตตำรวจ 1 นาย

15.26 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด กก.ตชด.44 (ชป.2) ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษ ร้อย ตชด.444 ลงพื้นที่ตรวจสอบและเคลียร์จุดเกิดเหตุ หลังคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ สภ.สายบุรี (แห่งใหม่) อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ส่งผลให้ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย สร้างความสะเทือนใจให้กับเพื่อนข้าราชการตำรวจและประชาชนในพื้นที่

จากการตรวจสอบ พบปลอกกระสุนปืนรวม 75 นัด จากอาวุธ 4 ชนิด ได้แก่ M16, HK33, AK47 และ AK102 สะท้อนถึงการเตรียมการก่อเหตุอย่างอุกอาจและไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนโดยรอบ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมวัตถุพยานส่งหน่วยพิสูจน์หลักฐาน เพื่อตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด 
ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ไม่ได้ทำร้ายแค่เจ้าหน้าที่ แต่ยังซ้ำเติมความหวาดกลัวและบั่นทอนความสงบของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้อย่างต่อเนื่อง


>> รัฐบาลเตือน ผู้เผยแพร่ กดไลค์ กดแชร์ คลิปลามก อนาจาร มีโทษปรับสูงสุด แนะกด report ไม่สนับสนุนคอนเทนต์ขยะ

16.25 น. นางสาวพลอยทะเล ลักษมึแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการลงข้อมูลลามกอนาจารลงในโซเชียลมีเดียจนกลายเป็นไวรัล มีประชาชนจำนวนมากเข้าไปชมกดไลค์กดแชร์ รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ เพิกเฉยต่อการกระทำที่ผิดต่อกฎหมาย สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบนำตัวผู้กระทำความผิดและผู้ที่เผยแพร่เนื้อหาล่อแหลม ลามกอนาจารลงในโลกออนไลน์ มาดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดถึงที่สุด

รัฐบาลขอย้ำเตือนว่า การกระทำดังกล่าว มีความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ทั้งเรื่องของการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ม.14 (1) และการนำเข้าข้อมูลลามกสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ม.14 (4) ซึ่งมีอัตราโทษที่สูง โดยต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำหรับบุคคลที่กดไลค์ กดแชร์ คลิปอนาจาร จะมีความผิดเสมือนผู้กระทำความผิดเสียเอง ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ม.14 (5) ที่วางหลักไว้ว่า บุคคลที่เผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ (ม.14 (1)) หรือเป็นข้อมูลลามกอนาจาร (ม.14 (5)) ก็จะมีความผิดด้วยเช่นเดียวกัน (จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)

“หากประชาชนพบเห็นคลิปล่อแหลม ลามกอนาจาร ขอให้กดรายงานและแจ้งเบาะแสมาที่ตำรวจไซเบอร์ 1441 ทันที รัฐบาลขอความร่วมมือช่วยกันสร้างสังคมที่ปลอดภัย ไม่สนับสนุนคอนเทนต์ขยะ มุ่งหวังแต่ยอดไลค์ยอดแชร์ เพราะคอนเทนต์ขยะต่าง ๆ เหล่านี้ อาจสุ่มสิ่งที่ทำให้เกิดการลอกเลียนแบบได้ โดยเฉพาะในหมู่เด็กและเยาวชน” นางสาวพลอยทะเล กล่าว


>> ปภ.กระบี่ อัปเดทสถานการณ์ฝนตกหนัก เขตเทศบาลเมืองกระบี่ ล่าสุดน้ำลดลงใกล้เข้าสู่สภาวะปกติ

17.26 น. สำนักงาน ปภ.จ.กระบี่ รายงานอัปเดตกรณีสถานการณ์น้ำท่วมขัง ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 13.00 น. มีฝนตกหนักในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังรอระบายในพื้นที่ ดังนี้

บริเวนสี่เเยกกองทุน หน้ามูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา ถ.อุตรกิจ ต.กระบี่ใหญ่ เกิดน้ำท่วมขัง ประมาณ 20 ซม. รถเล็กผ่านได้ ปกติ

และ หน้าร้านชลิตแก็ส ข้างโรงเรียนเทศบาล 1 ถ.มหาราช ต.กระบี่ใหญ่ น้ำรอระบาย และไหลเข้าบ้านประชาชนที่ลุมต่ำ 1 หลัง ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

สำหรับการเตรียมพร้อมและแก้ไขปัญหา ทางเทศบาลเมืองกระบี่ ตำรวจ สภ.เมืองกระบี่ ปภ.จ.กระบี่ อาสากู้ภัย สมาคมวิทยุสมัครเล่นกระบี่ เข้าประสานและควบคุมการจราจร พร้อมเร่งระบายน้ำ

สถานการณ์ปัจจุบัน ขณะนี้ เวลา 16.30 น. ฝนได้หยุดตก น้ำลดลงเกือบเข้าสู่สภาวะปกติ คาดว่าหากไม่มีฝนตกเพิ่ม จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติภายในช่วงเย็นวันนี้ ในส่วนบ้านเรือนที่น้ำไหลเข้า เทศบาลเมืองฯกำลังประสานการช่วยเหลือตามระเบียบ


>> เพลิงไหม้บ้านเรือน ที่ประโคนชัย เสียหายวอดทั้งหลัง จ.บุรีรัมย์

18.28 น. ทีมบรรเทา กู้ภัยสว่างจรรยาฯจุด อ.ประโคนชัย รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่ ม.2 ต.โคกม้า อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์

ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งบ้านไม้ เพลิงลุกไหม้รุนแรง เจ้าหน้าที่และรถดับเพลิง ระดมฉีดน้ำเข้าสกัดกว่า 1 ชั่วโมง จนสามารถควบคุมและเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา ตรวจสอบเบื้องต้น เสียหายทั้งหลัง ขณะเกิดเหตุ ยังไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ในส่วนของสาเหตุนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประโคนชัย


>> หนุ่มสวมเสื้อวิน ขี่รถจักรยานยนต์เสียหลักพลิกคว่ำ ศีรษะฟาดเข้าเสาไฟ บาดเจ็บสาหัส กู้ชีพ - กู้ภัยเร่งทำ CPR แต่ไม่เป็นผล

22.28 น. ได้รับแจ้งจาก ศูนย์กู้ชีพปราการ มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนเสาไฟฟ้า ถนนการเคหะบางพลี แฟลตโครงการ2 ก่อนถึงบางกอกฟรีเทรดโซน ในพื้นที่ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน 753 กทม. ล้มคว่ำอยู่ข้างทาง ห่างออกไป พบร่างของผู้บาดเจ็บ เป็นผู้ชาย 1 ราย สวมเสื้อวินเบอร์22 มีบาดแผลเปิดที่ใบหน้า ขนาดใหญ่ เลือดออกจำนวนมาก หมดสติ ไม่มีชีพจร อาสาสมัครกู้ภัยเข้าให้การช่วยเหลือ ทำการCPR ทันที ประสานรถ Advanced รพ. รามาธิบดีฯ สนับสนุนที่เกิดเหตุ เข้าให้การช่วยเหลือ ไม่เป็นผล ยืนยันเสียชีวิต

จากการสอบถาม เพื่อนผู้เสียชีวิต ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ก็ได้มีการนั่งกินข้าวด้วยกัน ก็มีดื่มบ้างนิดหน่อย บริเวณแฟลตโครงการ3 ผู้เสียชีวิต ได้ขับวิน อยู่ที่ แฟลตโครงการ3 หน้าโลตัสเอ็กซ์เพรส ใส่เสื้อวินเบอร์22 ระหว่างเลิกงาน ก่อนกลับที่พัก ก็จะมีการมานั่งกินข้าวอยู่เป็นประจำ เป็นคนอัธยาศัยดี เป็นที่รักของเพื่อนๆ วันนี้ก็ได้มีการไปนั่งกินข้าว เช่นเคย ก็มีการดื่มบ้าง ไม่นานผู้เสียชีวิตก็ได้ขอตัวกลับที่พักก่อน ซึ่งพักอยู่ที่ แฟลตโครงการ2 ซึ่งไม่ไกลจาก แฟลตโครงการ3 ตรงที่นั่งอยู่กับเพื่อนๆ ไม่นานนัก ก็มีคนไปแจ้งว่า พี่ดำ(ผู้เสียชีวิต) ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้ว จึงรีบเดินทางมาดู พร้อมกับความเศร้าโศก เนื่องจากพึ่งห่างกันไม่กี่นาที ไม่ทันร่ำลากันเลย มาประสบเหตุเสียชีวิต แล้ว 
ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเสาธง


>> รถกระบะชนสนั่นกลางสี่แยกไฟแดง ก่อนไถลไปชนเสาไฟฟ้าแรงสูงไฟดับหลายหมู่บ้าน จ.พัทลุง

22.38 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยพัทลุง พร้อมด้วย พ.ต.ต.สุกฤษฎิ์ สงแสง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง เข้าตรวจสอบอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนกัน บริเวณทางสี่แยกเข้าวัดโพธิ์ตำนาน ถนนหมายเลข 4055 ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง หลังรับแจ้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสาไฟฟ้าแรงสูงได้รับความเสียหาย ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าดับตลอดทั้งเส้นทาง รวมไปถึงหมู่บ้านตำบลใกล้เคียงหลายครัวเรือนได้รับผลกระทบ

ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะอีซูซุ สีดำตอนครึ่ง อยู่ในสภาพพังเสียหายอย่างหนัก โดยมี ชายไทย อายุประมาณ 30 ปี ได้รับบาดเจ็บ มีอาการจำเหตุการณ์ไม่ได้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเร่งนำส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ทำการรักษาอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ยังพบรถยนต์กระบะบรรทุกหมู สีขาว ทะเบียน กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้ารถพังเสียหายเช่นกัน โดยคนขับ คือ ชายไทย อายุ 34 ปี ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลฉีกขาดบริเวณขาจากเศษกระจกบาด ส่วนอาการโดยรวมปลอดภัย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพและตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อสรุปสาเหตุของอุบัติเหตุและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป ขณะที่หมูทั้ง 8 ตัวที่อยู่ท้ายรถยังปลอดภัย แต่มีอาการตื่นตกใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

03.51 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตแผ่นดินไหว ขนาด 3.3 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 333 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม