วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 เวลา 11:02 น.
ปาฏิหาริย์ทะเลพังงา! พบแม่เต่ามะเฟืองขึ้นวางไข่นอกฤดูกาลรังที่ 3 อุทยานฯ ท้ายเหมือง จับมือผู้เชี่ยวชาญบินโดรนเฝ้าระวัง ลุ้นระทึกข้ามคืนก่อนย้าย 119 ฟอง เข้าคอกอนุบาลปลอดภัย
23 พฤษภาคม 2569 อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เผยเรื่องราวสุดประทับใจและเป็นข่าวดีครั้งสำคัญของวงการอนุรักษ์ทะเลไทย เมื่อมีการค้นพบแม่เต่ามะเฟือง ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนหายาก ขึ้นมาวางไข่นอกฤดูกาลเป็นรังที่ 3 ของปี ท่ามกลางความตื่นเต้นและการเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญตลอดทั้งคืน
นางสาวพณัฐธภรณ์ เกตุสกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ผู้รายงานเหตุการณ์เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 21 ถึง 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ได้สนธิกำลังร่วมกับศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 2 จังหวัดภูเก็ต และทีมสัตวแพทย์จากศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิรีธาร จังหวัดภูเก็ต ในการปฏิบัติภารกิจออกลาดตระเวนเชิงรุกเพื่อเฝ้าระวังการขึ้นวางไข่ของเต่ามะเฟือง โดยมีการนำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนมาใช้ในการบินสำรวจทางอากาศ
จนกระทั่งในเวลา 00.44 น. ของวันที่ 22 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบแม่เต่ามะเฟืองขนาดใหญ่กำลังคลานขึ้นมาวางไข่บริเวณชายหาด ใกล้กับหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ลป.1 (ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ) อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ทางคณะเจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันเฝ้าสังเกตการณ์และคุ้มกันอย่างใกล้ชิดในความมืด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการรบกวน จนกระทั่งแม่เต่าวางไข่เสร็จสิ้นกระบวนการตามธรรมชาติอย่างสมบูรณ์และคลานกลับลงสู่ทะเล
จากการตรวจสอบและบันทึกข้อมูลทางวิชาการของแม่เต่าและหลุมไข่ในเวลาต่อมา พบว่าแม่เต่ามะเฟืองตัวดังกล่าวมีขนาดสมบูรณ์และแข็งแรงมาก โดยวัดความกว้างของกระดองได้ 100 เซนติเมตร ความยาวกระดอง 155 เซนติเมตร ส่วนหลุมไข่มีความลึก 80 เซนติเมตร และมีความกว้างหลุม 42 เซนติเมตร จากการตรวจสอบภายในหลุมพบไข่เต่าทั้งหมดจำนวน 119 ฟอง เป็นไข่ที่มีสภาพสมบูรณ์พร้อมฟักจำนวน 99 ฟอง และเป็นไข่ลมอีกจำนวน 20 ฟอง โดยมีขนาดไข่เฉลี่ยอยู่ที่ 5.07 เซนติเมตร
คณะเจ้าหน้าที่และทีมสัตวแพทย์ได้ประเมินสถานการณ์ร่วมกันแล้วเห็นว่า จุดที่แม่เต่าเลือกวางไข่ในครั้งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณที่มีความเสี่ยงสูงที่น้ำทะเลจะท่วมถึง ซึ่งอาจส่งผลกระทบทำให้ไข่เต่าเน่าเสียและไม่สามารถฟักเป็นตัวได้ จึงได้ร่วมกันดำเนินการขุดย้ายไข่เต่าทั้งหมดออกจากหลุมเดิมอย่างระมัดระวัง เพื่อนำไปฝังกลบและอนุบาลต่อในคอกอนุบาลไข่เต่ามะเฟือง บริเวณหน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยจากน้ำทะเล เพื่อให้ไข่เต่าได้ฟักตัวตามธรรมชาติต่อไป โดยทางอุทยานฯ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งไข่เต่ามะเฟืองรังนี้จะใช้เวลาในการฟักตัวประมาณ 55 ถึง 65 วัน หรือคาดว่าจะฟักเป็นตัวประมาณช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ สำหรับการค้นพบในครั้งนี้นับเป็นรังที่ 3 ของการขึ้นวางไข่นอกฤดูกาลของแม่เต่ามะเฟืองในพื้นที่ ซึ่งตามปกติแล้วฤดูวางไข่ของเต่ามะเฟืองจะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม ปรากฏการณ์นี้จึงเป็นสิ่งสะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลและชายหาดในแถบนี้ได้เป็นอย่างดี
ทั้งนี้ ทางอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง และศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเล จังหวัดภูเก็ต ได้แสดงความขอบคุณไปยังทุกหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ รวมถึงขอบคุณ คุณธีรศักดิ์ ศักดิ์ศรีทวี หรือ ป๊อป ที่ได้ร่วมปฏิบัติงานลาดตระเวนและสนับสนุนการบันทึกภาพและวิดีโอเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในครั้งนี้เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาและการอนุรักษ์ต่อไป
ที่มา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช





