หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 22 พฤษภาคม 2569

วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 เวลา 05:36 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 22 พฤษภาคม 2569


>> นายกฯ ถึงกรุงปารีสแล้ว พร้อมเริ่มภารกิจหารือ IEA - UNESCO หนุนความมั่นคงทางพลังงาน ผลักดันบทบาทวัฒนธรรมไทยในเวทีโลก

07.55 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติปารีส-ออร์ลี กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส พร้อมเริ่มภารกิจหารือกับผู้นำและบุคคลสำคัญจากหลายภาคส่วน

โดยวันนี้ นายกฯ มีกำหนดการพบหารือกับผู้อำนวยการทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ และผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโก (UNESCO) เพื่อต่อยอดความร่วมมือ ผลักดันบทบาทวัฒนธรรมไทยในเวทีโลก

จากนั้น ระหว่างวันที่ 23 - 25 พ.ค. นายกฯ จะพบปะชุมชนไทย ภาคเอกชนไทยและฝรั่งเศส เข้าร่วมการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ประจำภูมิภาคยุโรป รวมทั้งพบหารือกับนายเอมานูว์แอล มาครง ปธน.ฝรั่งเศส เพื่อขับเคลื่อนความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกัน ก่อนเดินทางกลับไทยในวันที่ 26 พ.ค.69


>> เพลิงไหม้โกดังตู้หยอดเหรียญน้ำมัน ซอยอนามัยงามเจริญ 33 เจ็บ 2 แมวตาย 3 ตัว

09.15 น. สน.ท่าข้าม รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้โกดังไม่มีชื่อ ภายในซอยอนามัยงามเจริญ 33 แยก 1-2 ถนนอนามัยงามเจริญ แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร จึงประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. พร้อมรถดับเพลิงจากสถานีบางขุนเทียน จอมทอง และบางบอน เข้าระงับเหตุ

ที่เกิดเหตุ พบว่าต้นเพลิงเป็นโกดังสังกะสีประกอบกิจการตู้น้ำมันหยอดเหรียญอัตโนมัติ โดยภายในเก็บน้ำมันเบนซินและวัสดุจำนวนมาก ทำให้เกิดแสงเพลิงและเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ เจ้าหน้าที่ต้องระดมฉีดน้ำและใช้น้ำยาโฟมควบคุมเพลิง ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจึงควบคุมสถานการณ์ไว้ได้

จากการตรวจสอบพบว่า ภายในโกดังมีการดัดแปลงเป็นที่พักคนดูแล และเลี้ยงแมวไว้ 7 ตัว เบื้องต้นพบแมวเสียชีวิต 3 ตัว ส่วนที่เหลือยังค้นหาไม่พบ นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกไฟลวก 2 ราย เจ้าหน้าที่อาสาสมัครเร่งนำส่งโรงพยาบาล ขณะที่พนักงานสอบสวนจะประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุเพลิงไหม้อย่างละเอียด พร้อมให้สำนักงานเขตบางขุนเทียนตรวจสอบเรื่องการขออนุญาตปลูกสร้างและประกอบกิจการของโกดังดังกล่าวต่อไป


>> ตำรวจนครบาล เรียกประชุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางมาตรการแก้ปัญหาจุดตัดทางรถไฟทั่วกรุง หลังเหตุรถไฟชนกับรถเมล์

09.30 น. พลตำรวจโท สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ภายหลังเกิดเหตุรถไฟ พุ่งชนรถโดยสารประจำทาง บริเวณจุดตัดทางรถไฟอโศก-ดินแดง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก โดยมีตัวแทนจากกระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กรมการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางราง กรุงเทพมหานคร รวมถึง สถานีตำรวจในพื้นที่จุดตัดทางรถไฟเข้าร่วมประชุม

กองบัญชาการตำรวจนครบาล สรุปข้อมูลพบว่า ในพื้นที่รับผิดชอบของ กองบัญชาการตำรวจนครบาล มีจุดตัดทางรถไฟรวมทั้งหมด 58 จุด ครอบคลุมพื้นที่ 28 สน. มากที่สุดอยู่ในพื้นที่ บก.น.2 จำนวน 15 จุด รองลงมาคือ บก.น.1 จำนวน 14 จุด ส่วน บก.น.5 และ บก.น.9 มีแห่งละ 7 จุด -ขณะที่ บก.น.7 มี 6 จุด บก.น.3 มี 4 จุด บก.น.4 มี 3 จุด และ บก.น.8 มี 2 จุด ส่วน บก.น.6 ไม่มีจุดตัดทางรถไฟในพื้นที่รับผิดชอบ

โดยในที่ประชุมวันนี้เตรียมหารือแนวทางเพิ่มมาตรการความปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางรถไฟ ทั้งการติดตั้งอุปกรณ์เตือนภัย ระบบไม้กั้นอัตโนมัติ การจัดกำลังเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจร รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ฝ่าฝืน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ และลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในอนาคต


>> เลื่อนสั่งคดี "บิ๊กโจ๊ก" ทำร้ายร่างกายอดีตลูกน้อง อัยการนัดฟังคำสั่งอีกครั้ง 24 ก.ค. นี้ หลังอยู่ระหว่างพิจารณาคำร้องขอความเป็นธรรม

11.00 น. ที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 1 พนักงานอัยการได้นัดหมาย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. มาฟังคำสั่งในคดีที่ถูก พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ อดีตผู้ใต้บังคับบัญชาคนสนิท แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายฯ จากกรณีที่อ้างว่าถูก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ตบกกหูจนแก้วหูฉีกขาด เหตุเกิดเมื่อปี 2560 อย่างไรก็ตาม ทางพนักงานอัยการยังพิจารณาสำนวนไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากอยู่ระหว่างการพิจารณาในส่วนที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมไว้ จึงได้เลื่อนการฟังคำสั่งออกไปเป็นวันที่ 24 ก.ค. 2569 เวลา 10.00 น.

​ด้าน นายสัญญาภัชร สามารถ ทนายความส่วนตัวของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า การเลื่อนครั้งนี้เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่ใช่การประวิงเวลา โดยทางฝั่งตนได้ตั้งข้อสังเกตและยื่นขอความเป็นธรรมเนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวถูกกล่าวอ้างว่าเกิดตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งระยะเวลาผ่านมานานถึง 9 ปี และที่ผ่านมาทั้งคู่ก็ยังทำงานร่วมกันตามปกติ ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ฟ้องกลับ พ.ต.ท.คริษฐ์ ในข้อหาแจ้งความเท็จนั้น ทางศาลได้มีคำสั่งให้รอผลการพิจารณาในคดีทำร้ายร่างกายนี้ให้เสร็จสิ้นเสียก่อน จึงจะดำเนินการพิจารณาคดีแจ้งความเท็จต่อไป


>> ป.ป.ส. ลุยยุทธการตัดเนื้อร้าย ต่อเนื่องครั้งที่ 8 บุกรวบพนักงาน อบต. ลืออำนาจ หลอนยาอาละวาด

11.08 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม เดินหน้าจัดระเบียบสังคมและกวาดล้างยาเสพติดเชิงรุก โดยยกระดับการบังคับใช้กฎหมายกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ภายใต้ยุทธการตัดเนื้อร้าย สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นายมานพ แสงโสทร ผอ.ปปส.ภ.3 และ ว่าที่ ร.ต. ธีรพันธ์ นาคปานเอี่ยม ผอ.บก. ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ ปปส.ภ.3 บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลืออำนาจ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อร้องเรียนผ่านสายด่วน 1386 ในพื้นที่ อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ

สืบเนื่องจากได้รับข้อร้องเรียนว่า พนักงานเก็บขยะสังกัด อบต. แห่งหนึ่ง มีพฤติการณ์เสพยาบ้าร่วมกับดื่มสุราจนเมามาย เอะอะโวยวาย และขว้างปาสิ่งของใส่บ้านเรือนประชาชน เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าประสานงานกับ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับบุคลากรในสังกัด ซึ่งได้รับความร่วมมือในการเข้าตรวจสอบ นายสพล (สงวนนามสกุล) บุคคลตามข้อร้องเรียนเป็นอย่างดี

ผลการตรวจปัสสาวะพบสารเสพติด โดยนายสพลรับสารภาพว่าเพิ่งเสพยาบ้ามาเมื่อช่วงเช้า ทั้งนี้ จากการซักถามพบว่านายสพลมีภูมิหลังครอบครัวแตกแยกและอาศัยอยู่เพียงลำพัง เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตามมาตรการทางกฎหมาย ควบคู่ไปกับการนำตัวเข้าสู่กระบวนการสมัครใจบำบัดรักษาเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และตัดวงจรการเป็นเนื้อร้ายในระบบราชการ

ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังลงพื้นที่ ได้มีประชาชนในพื้นที่ที่เห็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ จึงเข้ามาแจ้งเบาะแสเพิ่มเติมว่า นายเป็ด หรือ นายบุญทวี (สงวนนามสกุล) ราษฎรในหมู่บ้านกุงชัย ม.11 ต.ดงบัง มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักเป้าหมายทันที

ผลการตรวจค้นพบ ยาบ้าจำนวน 2 เม็ด และผลตรวจปัสสาวะเป็นบวก โดยนายบุญทวีให้การรับสารภาพว่า นัดรับยาบ้ามาจากวัยรุ่นในหมู่บ้านบริเวณริมถนนท้ายหมู่บ้าน จำนวน 3 เม็ด และเพิ่งเสพไป 1 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับกุมในข้อหา "มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) และเสพยาเสพติดให้โทษฯ โดยผิดกฎหมาย" พร้อมควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอน


>> รัฐบาลเตรียมผลักดัน “ไรเดอร์-แรงงานแพลตฟอร์ม” เข้าระบบประกันสังคม

11.26 น. ร้อยเอกหญิง ดร. ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้รับทราบถึงข้อเรียกร้องของสหพันธ์คนทำงานแพลตฟอร์ม และเล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของกลุ่มไรเดอร์ส่งอาหารและพัสดุ ที่ต้องเผชิญความเสี่ยงอยู่บนท้องถนนทุกวัน แต่ไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานและสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่เท่าเทียม เพราะติดปัญหาข้อกฎหมายส่งผลให้ที่ผ่านมาไรเดอร์จำนวนมากมีสถานะเป็นเพียงผู้รับจ้างอิสระ ที่จะขาดการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน และไม่สามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ที่พึงได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยจากการทำงาน

ทั้งนี้ ทางกระทรวงแรงงานได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าว โดยให้ตัวแทนไรเดอร์และภาคประชาชนเข้ามาร่วมเป็นคณะทำงานด้วย เพื่อจะได้รับฟังเสียงสะท้อนที่แท้จริงจากคนทำงาน โดยคณะทำงานจะเร่งตรวจสอบว่าแรงงานแพลตฟอร์มแต่ละประเภท จะสามารถเข้าสู่ระบบประกันสังคม ได้อย่างไร ซึ่งหากมีกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้ ก็จะปรับแก้กฎหมายเพื่อปลดล็อกสิทธิประกันสังคมให้กับกลุ่มแรงงานเหล่านั้น 
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รัฐบาลจะเร่งขับเคลื่อนนโยบายนี้อย่างเต็มกำลัง โดยตั้งเป้าหมายกรอบเวลาที่ชัดเจนว่า ภายใน 1 ปีนับจากนี้ จะต้องเริ่มเห็นผลการเปลี่ยนแปลงออกมาเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับแรงงาน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศอย่างยั่งยืน


>> รวบเจ้าแม่เงินกู้กำแพงเพชร ลอบขายหวยเถื่อน แถมปล่อยกู้ดอกโหดร้อยละ 300

11.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลังจาก ตำรวจกองกำกับการ 2 กองบังคับการ สอท.4 ได้รับเบาะแสร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ จ.กำแพงแพชร ว่ามีหญิงรายหนึ่งมีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายสลากกินรวบ (เบอร์เงินสด) บนโซเชียลมีเดีย และยังได้มีการลักลอบปล่อยเงินกู้นอกระบบโดยคิดดอกเบี้ยโหดอีกด้วย

ตำรวจชุดสืบสวน จึงลงพื้นที่จนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายค้นได้สำเร็จ โดยล่าสุด สามารถจับกุมผู้ต้องหาหญิงรายนี้ได้ที่บ้านพักหลังหนึ่ง ในพื้นที่ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือไอโฟน 1 เครื่อง ตรวจสอบข้อมูลภายในโทรศัพท์มือถือพบข้อมูลของการลักลอบจำหน่ายสลากกินรวบ และยังพบข้อมูลการปล่อยเงินกู้นอกระบบให้แก่บุคคลจำนวนมากอีกด้วย

เบื้องต้น เจ้าตัวยอมรับสารภาพว่า ตนเองได้มีการจำหน่ายสลากกินรวบเลขท้าย 2 ตัว โดยยึดผลประกาศรางวัลตามเลขท้าย 2 ตัว ของสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 และวันที่ 16 ของเดือน ตนเองทำมาแล้วเป็นเวลาประมาณกว่า 3 ปี ส่วนเรื่องเงินกู้นอกระบบ ตนเองปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 25 ต่อเดือนหรือคิดเป็นร้อยละ 300 ต่อปี โดยมักปล่อยกู้ให้แก่บุคคลที่ตนเองรู้จัก เพื่อน และคนสนิทคุ้นเคยของตนเองเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งตนคิดว่าเป็นการช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนด้านการเงินในพื้นที่ แต่จำเป็นต้องคิดดอกเบี้ยเกินกำหนดขนาดนี้ เพราะตนเองเคยโดนผู้กู้เชิดเงินมาแล้วหลายครั้ง โดยมีรายได้รวมกันเดือนประมาณ 6-7 หมื่นบาทต่อเดือน

เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหา “จัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน” และ “ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้กำกับโดยไม่ได้รับอนุญาต”


>> "ทนายสายหยุด" หอบหลักฐานแจ้ง ปอศ. ล่าแก๊งเพจปลอมแอบอ้างชื่อ "วิน วิลเลี่ยม" หลอกโอนเงิน-ขายของเก๊

13.00 น. ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ทนายสายหยุด เพ็งบุญชู ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายของ "วิน วิลเลี่ยม" (Win William) หรือ "บ่าววิน" นักธุรกิจและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังชาว สปป.ลาว เจ้าของฉายา "คิงออฟไลฟ์" ได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่เปิดบัญชีเฟซบุ๊กและติ๊กต็อกปลอมนับสิบราย ที่มีพฤติการณ์นำรูปภาพและวิดีโอของวิน วิลเลี่ยม ไปใช้แอบอ้างโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อสร้างยอดผู้ติดตาม อีกทั้งบางรายยังมีพฤติกรรมฉ้อโกงประชาชนด้วยการหลอกให้โอนเงิน และหลอกขายสินค้าปลอมที่ไม่ได้มาตรฐาน จนส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นทางธุรกิจอย่างรุนแรง

​ด้าน ทนายสายหยุด เปิดเผยว่า วิน วิลเลี่ยม ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและเคยมีผลงานในไทยร่วมกับนางเอกดัง "เบลล่า ราณี" ได้ยืนยันเจตนารมณ์ที่จะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดตามกฎหมายจนถึงที่สุด เพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนเองและป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อ พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ผู้เสียหายที่ถูกเพจปลอมเหล่านี้หลอกลวง สามารถติดต่อแจ้งเบาะแสหรือประสงค์ดำเนินคดีผ่านทางเพจ “ทนายสายหยุด เพ็งบุญชู” ได้ตลอดเวลา


>> ทบ. เผยเหตุเสียงปืน 5 นัดชายแดนสุรินทร์ ชี้กัมพูชาเจตนาก่อกวน ขัดถ้อยแถลงร่วมฯ ด้านกองกำลังสุรนารีย้ำหน่วยในพื้นที่ยึดกฎการใช้กำลังพร้อมรับสถานการณ์

13.24 น. พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เผยว่าวานนี้ (21 พ.ค. 69) กองทัพบก ได้รับรายงานจาก ร้อย.ทพ.2603 กองกำลังสุรนารี ขณะจัดกำลังพลปฏิบัติภารกิจปรับปรุงที่มั่นเสริมความมั่นคง บริเวณหลักเขตแดนที่ 18 อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ โดยเมื่อเวลาประมาณ 1420 น. กำลังพลได้ยินเสียงปืนเล็กจำนวน 5 นัด ดังมาจากทางทิศใต้ ระยะทางประมาณ 600 เมตร ซึ่งอยู่ในพื้นที่ควบคุมของฝ่ายกัมพูชา หลังจากนั้น กำลังพลได้หยุดฟังและตรวจการณ์อย่างละเอียด ไม่ปรากฏสิ่งผิดปกติ จึงได้ปฏิบัติภารกิจต่อไป

เหตุการณ์ดังกล่าว ฝ่ายเราไม่มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บ และไม่มีการยิงโต้ตอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นการเปิดเผยที่ตั้งและการวางกำลังของฝ่ายเรา ทั้งนี้ กองกำลังสุรนารีสั่งการให้เฝ้าระวังและพร้อมปฏิบัติตามกฎการใช้กำลังตามสถานการณ์อย่างเคร่งครัด

สำหรับการกระทำของฝ่ายกัมพูชาดังกล่าว แม้จะมีลักษณะเป็นการก่อกวนจากระยะไกล แต่จัดเป็นพฤติกรรมที่ขัดต่อถ้อยแถลงร่วมฯ อย่างชัดเจน ซึ่งกองกำลังสุรนารี จะได้แจ้งเตือนและประท้วงฝ่ายกัมพูชาถึงการกระทำที่ละเมิดข้อตกลงดังกล่าว ผ่านช่องทางชุดประสานงานในพื้นที่ต่อไป

ทบ. เผยเหตุเสียงปืน 5 นัดชายแดนสุรินทร์ ชี้กัมพูชาเจตนาก่อกวน ขัดถ้อยแถลงร่วมฯ ด้านกองกำลังสุรนารีย้ำหน่วยในพื้นที่ยึดกฎการใช้กำลังพร้อมรับสถานการณ์


>> แผ่นดินไหว ขนาด 4.5 ทางตอนเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย

13.28 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.5 ความลึก 10 กม. บริเวณทางตอนเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.สตูล ประมาณ 371 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย


>> ป.ป.ส. ตรวจปัสสาวะ "ตำรวจรัฐสภา-จนท.กลุ่มยานพาหนะ" เบื้องต้นพบสีม่วง 1 คน รอผลตรวจทางการยืนยัน

14.44 น. นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา มอบนโยบายปราบปรามยาเสพติด ให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา สำนักรักษาความปลอดภัย และ เจ้าหน้าที่กลุ่มงานยานพาหนะ สำนักการคลังและงบประมาณ โดยได้เชิญเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายนอกมาตรวจหาสารเสพติด เพื่อยืนยันว่ารัฐสภาดำเนินการเป็นตัวอย่างในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ผลตรวจปัสสาวะของตำรวจรัฐสภาและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของรัฐสภา พบปัสสาวะเป็นสีม่วง 1 ราย โดยจะส่งตรวจยืนยันนำไปบำบัดตามขั้นตอนต่อไป

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ยอมรับว่า มี ตำรวจรัฐสภาฉี่เป็นสีม่วงจริง ซึ่งเจ้าตัวชี้แจงว่า "กินยารักษาโรคหลายชนิด" จึงต้องส่งไปตรวจเพื่อยืนยันผลอีกครั้ง หากพบว่าเป็นสารเสพติดก็ต้องเข้ากระบวนการ บำบัดต่อไป

ป.ป.ส. แจ้งว่าได้เข้าร่วมปฏิบัติการตรวจสารเสพติดของ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และบุคลากรรัฐสภา จำนวน 171 ราย ผลการตรวจปัสสาวะพบมีผู้ใช้ยาเสพติด 1 ราย การปฏิบัติการครั้งนี้ได้ตอกย้ำนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายาเสพติด และฝ่ายนิติบัญญัติต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน เป็นที่พึ่งของประชาชนได้ทุกเรื่อง


>> "ร้อยตำรวจตรี" เข้ามอบตัว ปฏิเสธไม่ได้ตั้งใจจับอวัยวะสงวนสาวเสิร์ฟ อ้างแค่ชี้ให้ชงเหล้า

14.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีเจ้าของร้านหมูกระทะ ในพื้นที่ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ออกมาเปิดเผยพฤติกรรมของตำรวจยศร้อยตำรวจตรี ตำแหน่งรองสารวัตรจราจร สถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี ก่อเหตุจับอวัยวะเพศของพนักงานเสิร์ฟ สาววัย 20 ปี ตามที่มีการเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้นั้น

ล่าสุด วันนี้ (22 พ.ค.69) นายตำรวจรายดังกล่าว ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรลาดหญ้า เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา กระทำการอนาจารบุคคลอื่นต่อหน้าธารกำนัล โดยเบื้องต้นเจ้าตัวยังคงให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่า ที่ยื่นแขนออกไปเพียงต้องการบอกให้พนักงานเสิร์ฟมาชงเหล้า ไม่ได้มีเจตนาไปจับอวัยวะเพศ ด้านผู้เสียหายพนักงานเสิร์ฟ พร้อมด้วยเจ้าของร้าน ได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรลาดหญ้าเช่นกัน แต่ผู้เสียหายอยู่ในอาการหวาดผวา ไม่กล้าที่จะพบกับผู้ก่อเหตุ

นอกจากนี้ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และเป็น สส. เขต 1 จังหวัดกาญจนบุรี ได้เดินทางลงพื้นที่สถานีตำรวจภูธรลาดหญ้า พร้อมด้วยทีมทนายความ เพื่อเข้ามาช่วยดูแลคดีความให้กับหญิงสาวผู้เสียหาย โดยจากการพูดคุยกับผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรลาดหญ้า พบว่าคดีนี้ มีกล้องวงจรปิดของทางร้านหลายมุม ซึ่งบันทึกพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุเอาไว้อย่างชัดเจน

แม้ตัวของผู้ก่อเหตุจะอ้างว่าไม่ได้มีเจตนา แต่ก็เชื่อว่าพยานหลักฐานที่แน่นหนาจะสามารถเอาผิดกับตัวของผู้ก่อเหตุได้ ซึ่งคดีนี้แม้ผู้ก่อเหตุเองจะเป็นตำรวจ แต่ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ยืนยันว่าจะทำคดีอย่างตรงไปตรงมา ไม่เอนเอียง ช่วยเหลือกันอย่างแน่นอน อีกทั้ง คดีนี้ ผู้ต้องหาเองยังไม่มีท่าทีสำนึกในสิ่งที่ทำลงไป จึงอยากให้ตำรวจดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดให้ถึงที่สุด


>> นักท่องเที่ยว "อินเดีย" ผวาเสียงประหลาด นอนไม่หลับทั้งคืน ที่แท้คือ "อึ่งอ่าง" ตำรวจช่วยจับวุ่น!

15.07 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณี นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ไปใช้บริการรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ที่ อ.อ่าวนาง จ.กระบี่ แต่นอนไม่หลับ เพราะได้ยินเสียงประหลาด จนคิดว่าเป็นเรื่องหลอน จนต้องแจ้งไปยังตำรวจท่องเที่ยวให้มาช่วย

ล่าสุด ตำรวจท่องเที่ยวนำกำลัง พร้อมถุงพลาสติกบุกรีสอร์ทดังกล่าว หลังตรวจสอบแน่ชัดแล้วว่าเสียงประหลาดดังกล่าวคือเสียงของ "อึ่งอ่าง" เนื่องจากพื้นที่กระบี่ฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายพื้นที่น้ำท่วมขัง และมีสัตว์เลื้อยคลานรวมถึงสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ทั้งมีพิษและไม่มีพิษ พากันออกมาตามถนนและแหล่งชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยวย่านอ่าวนาง

ล่าสุดตำรวจจับ "อึ่งอ่าง" ได้กว่า 50 ตัว เสียงจึงสงบ ก่อนเจ้าหน้าที่นำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในพื้นที่ห่างไกลจากรีสอร์ท จนมั่นใจว่าเสียงร้องจะไม่รบกวนการพักผ่อนของนักท่องเที่ยวอีก สร้างความประทับใจและความซาบซึ้งให้กับนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเป็นอย่างมาก


>> เพลิงไหม้รถยนต์ ภายในปั๊มน้ำมัน ย่านซอยนวมินทร์ 77 อาสาสมัครใช้ถังดับเพลิงทำการดับก่อนจะลุกลาม

16.00 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ซอยนวมินทร์ 77 ถนนนวมินทร์ แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพลิงลุกไหม้รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีดำ หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายเฉพาะห้องเครื่อง อาสาสมัครใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ห้องเครื่อง ในที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางชัน


>> ตำรวจ 191 ประสาน สน.โชคชัย บุกทลายบ่อตกกุ้งย่านลาดพร้าว แฝงพนันทายน้ำหนัก "คู่-คี่" รวบผู้ต้องหาพร้อมแรงงานเถื่อนรวม 16 ราย

16.02 น.​ เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ 191 ร่วมกับ สน.โชคชัย นำกำลังเข้าจับกุมสถานประกอบการ "บ่อตกแห่งหนึ่ง" ย่านซอยสังคมสงเคราะห์ แขวงลาดพร้าว หลังส่งสายลับแฝงตัวเข้าสืบสวนจนพบว่า ทางร้านมีการจัดให้เล่นการพนันแอบแฝงด้วยการทายผลน้ำหนักกุ้งที่ตกได้ในรูปแบบ "คู่-คี่" จริง สามารถรวบตัวกลุ่มผู้จัดได้ 3 ราย ทำหน้าที่แคชเชียร์ ชั่งน้ำหนัก และเดินโพย พร้อมจับกุมนักพนันที่กำลังร่วมวงอีก 6 ราย ยึดของกลางเงินสด โพยพนัน เครื่องชั่งดิจิตอล และตู้คีบตุ๊กตาผิดกฎหมายอีก 1 ตู้

​นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติลาวและพม่าอีก 8 คน ลักลอบทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตและทำงานผิดเงื่อนไขไม่ตรงกับนายจ้าง จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย โดยกลุ่มผู้จัดและนักพนันถูกดำเนินคดีข้อหาร่วมกันจัดและลักลอบเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย (บัญชี ก) ขณะที่กลุ่มแรงงานต่างด้าวถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ พร้อมเตรียมขยายผลเพื่อเอาผิดกับเจ้าของร้านที่แท้จริงต่อไป


>> “ศุภมาส” สั่ง สคบ. ตั้งศูนย์เฉพาะกิจพัทยา เยียวยานักท่องเที่ยวเหตุไฟไหม้โรงแรมดัง คืนเงินเต็มจำนวนหากไม่มั่นใจ

18.18 น. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียนเฉพาะกิจในพื้นที่เมืองพัทยาโดยด่วน เพื่อคุ้มครองสิทธิและเยียวยาผู้บริโภคจากเหตุเพลิงไหม้ “โรงแรมซันเดย์ เจ.เอ. พลัส” เมื่อคืนวันที่ 21 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย และต้องอพยพผู้เข้าพักอีก 240 รายไปยังโรงแรมใกล้เคียง โดย สคบ. ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมืองพัทยา และ คปภ. เพื่อเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วนตามนโยบายยกระดับความปลอดภัยของรัฐบาล

​ทั้งนี้ มาตรการเยียวยาเบื้องต้นแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม โดยผู้บาดเจ็บที่รักษาตัวในโรงพยาบาล ทางโรงแรมยินดีรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลและชดเชยเยียวยาทั้งหมด ส่วนกลุ่มผู้ที่จองห้องพักไว้ภายหลังหากไม่มั่นใจในความปลอดภัย สามารถขอคืนเงินได้เต็มจำนวน ซึ่งหากการเจรจาไกล่เกลี่ยหลังจากนี้ไม่เป็นผล สคบ. พร้อมใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อดำเนินคดีแทนผู้บริโภคทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย


>> คนร้ายลอบยิงตำรวจ สภ.สายบุรี เจ็บสาหัส 1 นาย ก่อนเสียชีวิตที่ รพ. เจ้าหน้าที่ตอบโต้จนคนร้ายล่าถอย รุดควบคุมพื้นที่

18.40 น. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ลอบยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณสถานีตำรวจภูธรสายบุรี (หลังใหม่) ตำบลตะบิ้ง อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ทราบชื่อ สิบตำรวจเอก ณัฐวุฒิ สุราษฎร์ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้อาวุธตอบโต้ จนทำให้กลุ่มคนร้ายล่าถอยและหลบหนีออกจากพื้นที่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมพื้นที่เกิดเหตุ ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินการตามกฎหมายอย่างเร่งด่วน หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบต่อไป

ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ หากพบบุคคลต้องสงสัยหรือเบาะแสที่อาจเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. หมายเลข 1341 หรือแจ้งหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันเฝ้าระวังและสร้างความปลอดภัยให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในพื้นที่ต่อไป


>> ผบ.ตร. ห่วงใยตำรวจจราจร สน.บางนา บาดเจ็บจากเหตุรถพุ่งชนหน้าจุดตรวจแอลกอฮอล์ กำชับดูแลรักษาและสวัสดิการเต็มที่

19.31 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากกรณีรถยนต์พุ่งชน ร.ต.อ.ธารณ ภิรมจิตรเจริญ รองสารวัตรจราจร สน.บางนา บริเวณใกล้จุดตรวจแอลกอฮอล์ บนถนนเทพรัตน์ (บางนา-ตราด) กิโลเมตรที่ 1 ขาออก แขวงและเขตบางนา กรุงเทพมหานคร ทำให้ ร.ต.อ.ธารณฯ ได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้แสดงความห่วงใยต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ กำชับให้ดูแลรักษาพยาบาลรวมทั้งสิทธิสวัสดิการอย่างเต็มที่ และไม่อาจยอมรับพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้ใช้ทางได้ สั่งดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาดในทุกข้อหาที่เกี่ยวข้อง ในกรณีนี้ต้องดำเนินการสอบสวนให้ความเป็นธรรมตามกระบวนการยุติธรรม

โฆษก ตร. กล่าวว่า การตั้งจุดตรวจแอลกอฮอล์เป็นการปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการกำหนดมาตรฐานในการตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจทุกรูปแบบ ให้ตำรวจทั่วประเทศปฏิบัติในแนวทางเดียวกันโดยถูกต้อง อาทิ มีระยะเตือนล่วงหน้า มีอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย เช่น แผงกั้น ไฟสัญญาณ และอุปกรณ์สะท้อนแสง มีการใช้เทคโนโลยีและกล้องบันทึกภาพ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน ความโปร่งใสและการดำเนินคดี พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด โดยขอให้ประชาชนเคารพกฎหมายจราจร และให้ความร่วมมือปฏิบัติตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจ ด่านตรวจ แนะนำ เพื่อความปลอดภัยของทุกคนบนท้องถนน

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอย้ำว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นไปเพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน ส่วนผู้ที่ใช้ความรุนแรงหรือฝ่าฝืนกฎหมายจนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่หรือประชาชนได้รับอันตราย จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด


>> หนุ่มรัสเซียขับเก๋งแต่งซิ่งเข้าหาอู่ซ่อม เกิดเสียงระเบิดใต้ท้องรถ แล้วไฟลุกท่วมวอดทั้งคัน จ.ชลบุรี

19.50 น. ศูนย์วิทยุป้องกันภัยพิบัติทางบกเมืองพัทยา รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ ถนนสุขุมวิท ฝั่งขาเข้าอำเภอสัตหีบ บริเวณใกล้แยกชัยพฤกษ์ จอมเทียน ในพื้นที่ หมู่ 12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล สีขาว ทะเบียน ชลบุรี ถูกเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง เปลวไฟโหมสูงท่วมทั้งคัน ชาวบ้านพยายามช่วยกันนำถังเคมีเข้าฉีดสกัด แต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ กระทั่งรถดับเพลิงเดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่จึงเร่งระดมฉีดน้ำควบคุมสถานการณ์ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที เพลิงจึงสงบลง แต่รถยนต์ถูกเผาวอดเสียหายทั้งคัน

ด้านคนขับ เป็นผู้ชาย อายุ 25 ปี ชาวรัสเซีย ให้การว่า กำลังขับรถมุ่งหน้าไปยังอู่ซ่อมประจำ เพื่อให้ช่างตรวจสอบอาการผิดปกติของรถ ขณะเหลือระยะทางเพียงไม่กี่ร้อยเมตร จู่ๆ ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นจากใต้ท้องรถ ก่อนมีกลุ่มควันพวยพุ่งออกมา จึงพยายามประคองรถเข้ามาจอดหน้าอู่ เมื่อดับเครื่องและลงจากรถได้เพียงไม่นาน เปลวไฟก็ลุกพรึบขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนลุกลามเผารถทั้งคัน

ทางด้าน ผู้จัดการอู่ซ่อมรถ เปิดเผยว่า เป็นลูกค้าประจำของอู่ โดยก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้นำรถไปแต่งเครื่องยนต์ที่อู่แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ แต่หลังรับรถกลับ พบว่ามีเสียงผิดปกติบริเวณใต้เครื่องยนต์ จึงติดต่อขอนำรถเข้ามาตรวจเช็ก ทว่ายังไม่ทันถึงอู่ ก็เกิดเหตุเพลิงไหม้เสียก่อน โดยก่อนไฟลุก มีเสียงระเบิดดังมาจากใต้ท้องรถอย่างชัดเจน ส่วนสาเหตุที่แท้จริงยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ


>>

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม