วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 16:16 น.
พระปกเกล้าโพล ชี้คนกรุงตื่นตัวร้อยละ 85.9 ไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. คนใหม่ สเปก สก. เน้นรู้จริง-แก้ปัญหาพื้นที่ได้-ซื่อสัตย์
22 พฤษภาคม 2569 ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันพระปกเกล้า (KPI Poll) เผยผลสำรวจเรื่อง "เลือกตั้ง กทม. 69 : ความสนใจของประชาชนต่อการเลือกตั้งผู้ว่าฯ และ ความคาดหวังต่อ สก. ชุดใหม่" ระหว่างวันที่ 8-11 พ.ค. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามพื้นที่เขตทั่วกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,600 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้
1. หากเป็นคน กทม. ท่านจะไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่า กทม. คนใหม่หรือไม่ (สำรวจโดย x Line Today)
-ผู้ตอบ 85.9% ระบุว่า หากเป็นคน กทม. จะไปอย่างแน่นอน รองลงมา คือ 9.2% น่าจะไป/ยังไม่แน่ใจ และ 4.9% น่าจะไม่ไป/ไม่ไปแน่นอน การเลือกตั้งผู้ว่า กทม. เป็นสนามการเมืองท้องถิ่นที่ประชาชนให้ความสำคัญสูง เพราะผู้ว่าฯ กทม. มีบทบาทเกี่ยวข้องโดยตรงกับคุณภาพชีวิตประจำวัน ทั้งเรื่องการเดินทาง น้ำท่วม ฝุ่น ความปลอดภัย พื้นที่สาธารณะ และบริการของเมือง ไม่ว่าจะเป็นคนกรุงเทพหรือไม่ก็ตาม ความสนใจที่จะไปใช้สิทธิสูง อาจสะท้อนทั้ง "ความตื่นตัวทางการเมือง และ ความคาดหวังต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่"
2. การติดตามข่าวเลือกตั้งยังแบ่งครึ่ง สะท้อนโจทย์การสื่อสารข้อมูลก่อนเข้าคูหา
-49.2% ติดตามข่าวสารการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. และ ส.ก. "ค่อนข้างมาก/มากที่สุด" ใกล้เคียงกันกับ 48.3% ที่ระบุว่า ติดตาม "ค่อนข้างน้อย/น้อยที่สุด" และ 2.5% ไม่ได้ติดตามเลย แม้กระแสส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งแต่ระดับการติดตามข่าวสารกลับแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม เกือบจะเท่าๆ กัน สะท้อนว่า "ความตั้งใจไปเลือกตั้ง" อาจยังไม่ได้หมายความว่า "มีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจ"
3. ประชาชนต้องการ ส.ก. "รู้ปัญหาในพื้นที่จริง" ขึ้นแท่นอันดับหนึ่ง
-26.4% ต้องการ ส.ก. ที่ "รู้ปัญหาในพื้นที่จริง" สูงสุด รองลงมา 21.3% ต้องการคนที่ "ประสานงานเก่ง แก้ปัญหาในพื้นที่ได้", 19.3% ต้องการคนที่ "ซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้" ตามด้วย "เข้าถึงประชาชนง่าย”,"กล้าตรวจสอบและสะท้อนปัญหา", "มีผลงาน/ประสบการณ์ในพื้นที่" โดยมีเพียง 3.4% ที่ต้องการ ส.ก. "สังกัดพรรคการเมืองที่น่าเชื่อถือ"และ 0.3% ระบุว่า เป็นคุณลักษณะอื่น ประชาชนมองบทบาทของ ส.ก. ในฐานะ "ผู้แทนพื้นที่" มากกว่าการเป็นตัวแทนทางการเมืองของพรรค และประชาชนไม่ได้ต้องการเพียง ส.ก. ที่ "ทำงานเป็น" แต่ต้องการคนที่ "ทำงานอย่างน่าเชื่อถือ"
4. เขตชั้นนอกและชั้นกลางมองหา ส.ก. ที่รู้พื้นที่จริง เขตชั้นในต้องการคนที่ประสานงานและแก้ปัญหาเมืองซับซ้อนได้
-เมื่อพิจารณาตามพื้นที่เขตชั้นของ กทม. พบว่า เขตชั้นนอก 30.7% ให้ความสำคัญกับ รู้ปัญหาในพื้นที่จริง สูงสุดที่สุด รองลงมา คือ 22.9% ประสานงานเก่ง แก้ปัญหาในพื้นที่ได้ ส่วน เขตชั้นกลาง 29.3% ให้ความสำคัญกับ รู้ปัญหาในพื้นที่จริง รองลงมา คือ 22.2% ซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ขณะที่ เขตชั้นใน มีสัดส่วนค่อนข้างใกล้เคียงกันระหว่าง ประสานงานเก่ง แก้ปัญหาในพื้นที่ได้ (21.7%), รู้ปัญหาในพื้นที่จริง (21.1%) และ ซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้ (20.3%)
การที่เขตชั้นนอกและเขตชั้นกลางให้ความสำคัญกับการ รู้ปัญหาในพื้นที่จริง สูงกว่าเขตชั้นในอย่างชัดเจน อาจสะท้อนว่าพื้นที่รอบนอกและพื้นที่กึ่งเมืองยังมีปัญหาเชิงพื้นที่ที่ต้องการผู้แทนที่เข้าใจบริบทเฉพาะของชุมชน เช่น การเดินทาง การระบายน้ำ สาธารณูปโภค หรือการเข้าถึงบริการของเมืองส่วนเขตชั้นในให้ความสำคัญหลายมิติใกล้เคียงกัน สะท้อนลักษณะปัญหาที่ซับซ้อน ต้องอาศัย ส.ก. ที่ไม่เพียงแต่ลงพื้นที่ แต่ต้องจัดการกับหลายหน่วยงาน ประสานงานข้ามระบบ และทำงานภายใต้ความคาดหวังด้านความโปร่งใส
"สนามเลือกตั้งกทม.ไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะในเชิงการเมืองแต่เป็นพื้นที่ที่ประชาชนใช้ส่งสัญญาณถึงความต้องการผู้แทนที่เข้าใจปัญหาเมืองและแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ได้จริง ผลโพลครั้งนี้ สะท้อนความสนใจและความตั้งใจไปใช้สิทธิที่สูง แสดงถึงความตื่นตัวและความคาดหวังต่อการเปลี่ยนแปลง แต่ระดับการติดตามข่าวสารที่ยังแบ่งครึ่งชี้ว่า ยังจำเป็นต้องเร่งสื่อสารข้อมูลผู้สมัคร นโยบาย และบทบาทของตำแหน่งต่าง ๆ ให้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะบทบาทของ ส.ก. ซึ่งประชาชนให้ความสำคัญกับความใกล้ชิดพื้นที่ ความสามารถในการประสานงาน และความโปร่งใส มากกว่าการสังกัดพรรคการเมืองเพียงอย่างเดียว"
