หน้าแรก > สังคม

บช.น. เรียกประชุมเร่งวางมาตรการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟทั่วกรุงเทพฯ ป้องกันเกิดเหตุซ้ำ

วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 15:05 น.


22 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รอง ผบช.น., พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1, พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รอง ผบก.น.1, พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน ผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ ภายหลังประชุมกรณีเหตุรถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทาง บริเวณจุดตัดทางรถไฟแยกอโศก–ดินแดง ณ ลานอเนกประสงค์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล

ก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ได้เป็นประธานการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (VDO Conference) ประชุมบริหารจัดการจราจร กรณีเหตุการณ์รถไฟขับชนรถโดยสารประจำทาง บริเวณทางรถไฟแยกอโศก–ดินแดง โดยมี พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รอง ผบช.น., พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1, พล.ต.ต.สมโภช สุวรรณจรัส ผทค.ตร.รรท.รอง ผบก.น.5, รอง ผบก.น.1, 2, 3, 4, 5, 7, 8, 9, จร., ผกก.ฝอ.จร. ผู้แทนปลัดกระทรวงคมนาคม อธิบดีกรมการขนส่งทางบก อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่งกรุงเทพมหานคร ฝอ.3 บก.อก.บช.น. สน.พื้นที่ที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องปารุสกวัน 1

พล.ต.ท.สยาม เปิดเผยว่า ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมหารือ เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยมีหน่วยงานด้านคมนาคมและการขนส่งเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย กระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กรมการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางราง สำนักการจราจรและขนส่งกรุงเทพมหานคร รวมถึงสถานีตำรวจนครบาลในพื้นที่ที่มีจุดตัดทางรถไฟ จำนวน 28 สน. ครอบคลุม 58 จุดตัดทั่วกรุงเทพมหานคร สำหรับพื้นที่ที่มีจุดตัดทางรถไฟมากที่สุด ได้แก่ พื้นที่ บก.น.2 จำนวน 15 จุด รองลงมาคือ บก.น.1 จำนวน 14 จุด ส่วน บก.น.5 และ บก.น.9 มีแห่งละ 7 จุด ขณะที่ บก.น.7 มี 6 จุด บก.น.3 มี 4 จุด บก.น.4 มี 3 จุด และ บก.น.8 มี 2 จุด ส่วน บก.น.6 ไม่มีจุดตัดทางรถไฟในพื้นที่รับผิดชอบ

ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้มีการหารือถึงแนวทางเพิ่มมาตรการความปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางรถไฟ ทั้งการติดตั้งอุปกรณ์เตือนภัย ระบบไม้กั้นอัตโนมัติ การจัดกำลังเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจร รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ฝ่าฝืน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ และลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในอนาคต

พล.ต.ท.สยาม กล่าวว่า ในระยะสั้น จะเร่งดำเนินการสำรวจจุดเสี่ยง โดยแบ่งระดับความเสี่ยงเป็นสีแดง สีเหลือง และสีเขียว พร้อมสั่งการให้ทุก สน. ที่มีจุดเสี่ยงสีแดง ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบสภาพทางกายภาพของแต่ละจุด ทั้งในเรื่องเส้นจราจร เส้นหยุด ป้ายเตือน สัญญาณไฟ และอุปกรณ์เตือนภัยต่าง ๆ ว่ามีความครบถ้วนและสามารถใช้งานได้หรือไม่

นอกจากนี้ ยังให้มีการนำตารางเวลาการเดินรถไฟมาใช้ประกอบการปฏิบัติงาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประจำจุดตัดทราบช่วงเวลาที่จะมีขบวนรถไฟผ่าน และใช้เป็นข้อมูลในการบริหารจัดการจราจร รวมถึงเพิ่มช่องทางการประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่การรถไฟ และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือและแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

ส่วนในระยะกลางและระยะยาว จะมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยและการบริหารจัดการจราจร รวมถึงเตรียมทดสอบและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติที่ชัดเจนให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่าย

ในส่วนของคดี ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาความรับผิดของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นพนักงานขับรถโดยสาร พนักงานขับรถไฟ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง หรือประชาชนที่ฝ่าฝืนกฎหมายจราจร โดยจะดำเนินการตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบ เป็นธรรม และไม่ละเว้นหากพบว่ามีผู้กระทำผิดหรือบกพร่องต่อหน้าที่

พล.ต.ท.สยาม ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ฝ่าฝืนกฎจราจร โดยเฉพาะบริเวณจุดตัดทางรถไฟ พร้อมเน้นย้ำว่าหากทุกฝ่ายปฏิบัติตามหน้าที่และเคารพกฎหมายอย่างเคร่งครัด ก็จะสามารถลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม