24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 21 พฤษภาคม 2569
>> หนุ่มเมียนมาขับกระบะพุ่งชนเสาไฟฟ้าแรงสูง ริมถนนสายดำเนินสะดวก - บางแพ เสียชีวิตคาซากรถ จ.ราชบุรี
08.30 น. พ.ต.ต.ชนวีร์ หนูคงใหม่ สว.(สอบสวน) สภ.ดำเนินสะดวก ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์กระบะชนเสาไฟฟ้าแรงสูง ริมถนนสายดำเนินสะดวก - บางแพ บริเวณหมู่ 8 ต.ดอนกรวย อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี จึงรุดตรวจสอบพร้อม ด้วยแพทย์เวร รพ.ดำเนิน มูลนิธิสว่างราชบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะโตโยต้า ไมตี้เอ็กซ์ สีเทาดำ สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ชนอัดติดกับเสาไฟฟ้าแรงสูง ตรวจสอบบริเวณเบาะคนขับ พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชาย ชาวสัญชาติเมียนมา
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตเป็นพนักงานขับรถของ บริษัท แห่งหนึ่ง ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถไปส่งลูกที่โรงเรียน กระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุ รถเกิดเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าแรงสูงอย่างแรง จนเสียชีวิต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ จะหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป
>> แถลงการณ์สำนักพระราชวัง ฉบับที่ 7 "พระองค์ภา" พระอาการทรุดลง หลังแพทย์พบติดเชื้อในช่องท้องรุนแรง คณะแพทย์เฝ้าติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิด
09.00 น. แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวร ฉบับที่7
ตามที่สำนักพระราชวัง ได้มีแถลงการณ์ เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม พุทธศักราช 2565 และทรงมีพระอาการแทรกซ้อนจากการติดเชื้อ มาเป็นระยะ ความทราบทั่วกันแล้วนั้น
คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาได้รายงานเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน พุทธศักราช 2569 คณะแพทย์ตรวจพบการติดเชื้อในพระนาภี (ช่องท้อง) จากการอักเสบของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) ทำให้พระอาการไม่คงที่ ความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัยเต้นผิดจังหวะ การแข็งตัวของพระโลหิตผิดปกติ แม้ว่าคณะแพทย์ถวายเครื่องช่วยการทำงานของพระปัปผาสะ (ปอด) และพระวักกะ (ไต) อย่างต่อเนื่อง ถวายพระโอสถปฏิชีวนะหลายขนาน รวมทั้งพระโอสถกระตุ้นความดันพระโลหิต และพระโอสถควบคุมจังหวะการเต้นของพระหทัยเพิ่มเติมแล้ว พระอาการยังทรุดลง บ่งว่ามีการติดเชื้อ ที่รุนแรงและยังควบคุมไม่ได้ ส่งผลรบกวนการทำงานของพระอวัยวะสำคัญหลายระบบ คณะแพทย์ยังคง ถวายการรักษาอย่างเต็มที่และติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป
>> อุบัติหตุหมู่ รถเสียหลักชนหลายคัน กลางถนนทางหลวงหมายเลข 41 อำเภอสวี มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บหลายราย
10.15 น. ศูนย์วิทยุกู้ภัยสายชลชุมพร ได้รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถยนต์ชนกันหลายคัน กลางถนนทางหลวงหมายเลข 41 (ถนนสายเอเชีย) ฝั่งขาล่องใต้ บริเวณใกล้เคียงโรงเรียนค่ายลูกเสือ ในพื้นที่ ตำบลวิสัยใต้ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ 2 คัน, รถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ รถบรรทุกสิบล้อ ลักษณะชนกัน และพบซากวัวตาย 1 ตัว พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เป็นผู้หญิง 2 ราย อายุประมาณ 30 - 50 ปี เป็นผู้โดยสารรถกระบะ ส่วนอีก 1 ราย หญิงอายุประมาณ 50–55 ปี เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ถูกแรงกระแทกกระเด็นออกจากตัวรถ ศีรษะกระแทกพื้น
เจ้าหน้าที่กู้ชีพ - กู้ภัยให้การช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลสวี และพบว่า มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 40 - 50 ปี คนขับรถบรรทุก 6 ล้อ ถูกอัดติดภายในตัวรถ บริเวณขาถูกหนีบและพวงมาลัยกดทับหน้าอก เจ้าหน้าที่พบว่าไม่รู้สึกตัวและไม่หายใจ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวี
>> ไฟไหม้รถยนต์ บนทางพิเศษ มอเตอร์เวย์ M81 เสียหายวอดทั้งคัน จนท. เร่งหาสาเหตุ
10.30 น. เกิดเหตุเพลิงลุกไหม้รถนั่งส่วนบุคคล บนทางด่วนมอเตอร์เวย์สายบางใหญ่ - กาญจนบุรี (M81) ในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครปฐม เจ้าหน้าที่จึงรุดเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ พบเพลิงลุกโหมอย่างรวดเร็ว และมีเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ เจ้าหน้าที่ฉีดน้ำสกัดจนเพลิงสงบ จากนั้นเจ้าหน้าที่การทางพิเศษ พร้อมตำรวจทางหลวง ได้ยกรถยนต์มาเก็บไว้บริเวณด่าน M81 บางใหญ่
เบื้องต้น สาเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เป็นรถยนต์ที่ใช้ได้ทั้งไฟฟ้าและน้ำมัน โดยในรถคันที่เกิดเหตุมีผู้ใหญ่ขับมากับเด็ก 2 คน ซึ่งทั้งคู่ปลอดภัย
>> ลูกชายอดีตทหาร ใช้มีดแทงพ่อ อดีต ตชด.บาดเจ็บสาหัส อ้างปมขัดแย้งเรื่องการย้ายทะเบียนบ้านและปัญหาภายในครอบครัว
11.00 น. พ.ต.ต.ภูนบ เรืองยิ่ง พนักงานสอบสวน สภ.เขาชัยสน พร้อมกำลังตำรวจสายตรวจ เข้าควบคุมตัว ชายไทย อายุ 40 ปี อดีตทหารที่ถูกให้ออกจากราชการ ภายในบ้านพักแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ 3 ต.หารโพธิ์ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง หลังใช้อาวุธมีดแทง ร.ต.อ.จีรศักดิ์ อายุ 66 ปี อดีตตำรวจตระเวนชายแดน 434 พัทลุง ซึ่งเป็นบิดา ได้รับบาดเจ็บสาหัส
จากการตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บมีบาดแผลถูกแทงบริเวณแผ่นหลัง ศีรษะ และลำคอ ญาติเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเขาชัยสน ก่อนส่งรักษาต่อ ล่าสุดอาการปลอดภัย ภายในบ้านพบคราบเลือดหยดเป็นทางจากห้องครัวมายังห้องโถงหน้าบ้าน เจ้าหน้าที่จึงเก็บอาวุธมีดปอกผลไม้ที่ใช้ก่อเหตุไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวน ชายผู้ก่อเหตุ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุมีปากเสียงกับผู้เป็นพ่อเรื่องการย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้าน เนื่องจากต้องการนำเอกสารไปสมัครงานที่จังหวัดภูเก็ต โดยเข้าใจว่าชื่อตนยังอยู่ในทะเบียนกลาง ขณะที่ผู้เป็นพ่อยืนยันว่าชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านแล้ว แต่ตนไม่เชื่อ จนเกิดการโต้เถียงอย่างรุนแรง
ผู้ก่อเหตุอ้างอีกว่า ระหว่างมีปากเสียง ผู้เป็นพ่อได้ใช้มีดในครัวเข้ามาทำร้ายก่อน ทำให้ตนได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะและมือขวา ก่อนจะเกิดการแย่งมีดกัน และตนใช้มีดแทงสวนกลับไปด้วยความโมโห พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจทำร้ายบิดาและรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเกิดเหตุ มารดา ได้วิ่งออกจากบ้านร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ก่อนชาวบ้านจะช่วยกันนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ส่วนนายเบิร์ด เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายบุพการี พร้อมตรวจสารเสพติดในร่างกายต่อไป
>> รฟท.ตรวจสารเสพติดเชิงรุกต่อเนื่อง พบ 2 ราย สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที
11.32 น. การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เดินหน้าดำเนินมาตรการตรวจหาสารเสพติดเชิงรุกในพนักงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการเดินรถก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ ภายหลังการยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยจากเหตุอุบัติเหตุบริเวณทางผ่านเสมอระดับแยกอโศก – ดินแดง
ผลการตรวจเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ตรวจพนักงานจำนวน 157 ราย ไม่พบผู้มีผลตรวจสารเสพติด ขณะที่วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ตรวจจำนวน 141 ราย พบผู้มีผลตรวจสารเสพติดจำนวน 2 ราย
ภายหลังทราบผลตรวจ การรถไฟฯ ได้สั่งให้บุคคลดังกล่าวหยุดปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทันที พร้อมส่งเข้าสู่กระบวนการตรวจยืนยันโดยแพทย์ และดำเนินการตามขั้นตอนขององค์กร ทั้งการสอบข้อเท็จจริง การสอบสวนทางวินัย และการเข้าสู่ระบบคัดกรองและบำบัดรักษาตามแนวทางของหน่วยงานสาธารณสุข
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การรถไฟฯ จะดำเนินมาตรการตรวจเชิงรุกอย่างต่อเนื่องในพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถทั่วประเทศ และจะไม่มีการละเว้นในกรณีที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชน
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้การรถไฟฯ ต้องกลับมาทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัยในหลายส่วน โดยเฉพาะการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในองค์กร ซึ่งจะดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่องควบคู่กับการดูแลบุคลากรให้เข้าสู่กระบวนการรักษาและฟื้นฟูตามขั้นตอนที่เหมาะสม”
>> นิติเวช รพ.ตำรวจ เร่งหาญาติ "ศพชายคนสุดท้าย" จากเหตุรถไฟชนรถเมล์ เปรียบเทียบ DNA ยืนยันตัวตน
12.17 น. พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยความคืบหน้าการพิสูจน์อัตลักษณ์ ผู้เสียชีวิตจากเหตุรถไฟชนรถประจำทางสาย 206 บริเวณทางตัดถนนอโศก-ดินแดงว่า ขณะนี้สามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้แล้ว 7 ร่าง และส่งคืนญาติแล้ว 5 ร่าง เมื่อวานนี้ (20 พ.ค.)
โดยในจำนวนนี้มี 1 ร่าง เป็นหญิง ซึ่งผลตรวจ DNA ตรงกับพ่อที่เดินทางมาจากเชียงใหม่ ทราบชื่อ คือ น.ส.สุภาพร จงจิตร หรือ “น้องแอล” อายุ 33 ปี ทางครอบครัวเตรียมเคลื่อนร่างออกวันนี้ เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลที่จังหวัดเชียงใหม่ ขณะที่อีก 1 ร่างเป็นชาวเมียนมา ยังติดปัญหาเรื่องเอกสารจากสถานทูต คาดว่าจะสามารถรับร่างกลับได้ในเร็ว ๆ นี้
พล.ต.ต.วิรุฬห์ กล่าวว่า ส่วนผู้เสียชีวิตคนสุดท้ายเป็นเพศชาย ยังไม่สามารถระบุตัวตนและสัญชาติได้ แม้มีเพื่อนร่วมงานติดต่อเข้ามาให้ข้อมูล แต่ไม่ใช่ญาติทางสายเลือด จึงไม่สามารถใช้ตรวจ DNA เปรียบเทียบได้โดยตรง ขณะนี้พนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน อยู่ระหว่างสอบปากคำและติดตามหาญาติ เพื่อนำตัวอย่าง DNA มาตรวจยืนยันเพิ่มเติม การตรวจพิสูจน์ยืนยันได้ว่าศพดังกล่าวเป็นเพศชาย จากการตรวจ DNA และอวัยวะภายใน แต่การระบุสัญชาติทำได้ยาก เนื่องจากลักษณะ DNA ของประชากรในอาเซียนมีความใกล้เคียงกัน
นอกจากนี้ นิติเวชยังสามารถจับคู่ชิ้นส่วนอวัยวะเพิ่มเติม 4 ชิ้น ได้ครบทั้งหมดแล้ว โดยเป็นชิ้นส่วนของผู้เสียชีวิตทั้ง 8 ร่าง ไม่ได้เป็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพียงร่างเดียว ส่วนใหญ่เป็นชิ้นส่วนมือและเท้าที่หลุดจากแรงไฟไหม้
ทั้งนี้ หากประชาชนสงสัยว่าญาติหรือบุคคลใกล้ชิดอาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว สามารถติดต่อได้ที่ สน.มักกะสัน หรือสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อขอข้อมูลและดำเนินการตรวจสอบต่อไป
>> นายกฯ ปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านความมั่นคง ย้ำบูรณาการภาครัฐ เพื่อ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล”
13.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย รับฟังการนำเสนอสรุปผลการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล พร้อมขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมระดมความคิดเห็น เพื่อยกระดับการแก้ปัญหาด้านความมั่นคงให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
นายกฯ กำชับให้ทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการปราบปรามยาเสพติด ธุรกิจสีเทา และการดำเนินคดีเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด พร้อมระบุว่า “ผู้มีอิทธิพล” ไม่ใช่บุคคลไม่ดีเสมอไป เพราะสามารถใช้บทบาทในการช่วยเหลือสังคมและประชาชน แต่กลุ่มที่ต้องจัดการคือ “กลุ่มอันธพาล” ที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนและประเทศชาติ เราต้องไม่ให้คนเหล่านี้มีที่ยืน
นายกฯ เน้นย้ำว่าการทำงานร่วมกันต้องอาศัย “ความไว้เนื้อเชื่อใจ” เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด และพิชิตอันธพาล” เพื่อสร้างความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย และคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน
>> สกัดจับชายชาวเมียนมา พร้อมของกลาง 'ตะกวดสัตว์ป่าคุ้มครอง' ขณะลักลอบออกจากศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านแม่สุรินทร์
14.11 น. เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้า โชว์ผลงานจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายป่าไม้ ซุ่มตั้งด่านสกัดจับชายชาวเมียนมา พร้อมของกลางตะกวดสัตว์ป่าคุ้มครองรวม 10 ตัว ขณะลักลอบขนออกจากศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านแม่สุรินทร์ เตรียมส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด
นายชัยชาญ ศรียงค์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นายปฏิวัติ ฮามพิทักษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเวียงหล้า พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ สนธิกำลังตั้งด่านสกัดกั้นบนถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 3007 บริเวณหน้าสำนักงานเขตฯ หลังได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีการลักลอบเคลื่อนย้ายสัตว์ป่าคุ้มครองออกจากพื้นที่
ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่พบชายต้องสงสัยสัญชาติเมียนมา 1 ราย ขับขี่รถจักรยานยนต์ สีแดง ท่าทางมีพิรุธพร้อมบรรทุกกระสอบปุ๋ยมาด้วย 1 ใบ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น พบภายในกระสอบมี "ตะกวด" หรือ "แลน" สภาพยังมีชีวิตอยู่ซุกซ่อนอยู่รวม 10 ตัว
ทั้งนี้ ตะกวดถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกสัตว์เลื้อยคลาน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมยึดของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ขุนยวม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายและข้อสั่งการเชิงรุกในการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้และสัตว์ป่าอย่างเฉียบขาดของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อหยุดยั้งขบวนการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายในทุกรูปแบบ
>> ผบ.ตร. เข้มวินัยจราจร เตรียมเรียก "ผู้การ-ผกก." ทุกโรงพักทั่วประเทศ ดูแลจุดตัดรถไฟ ฝ่าฝืนต้องบังคับใช้กฎหมาย
15.04 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงการเข้มงวดจุดตัดรถไฟกับเส้นทางการจราจรว่าตนได้สั่งการไปเองว่าจุดที่เป็นจุดตัดระหว่างทางเดินรถกับทางรถไฟ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสร้างวินัยจราจรและเคารพกฎเครื่องหมายจราจรกับผู้ใช้รถ หากมีการฝ่าฝืนต้องบังคับใช้กฎหมาย เพราะฉะนั้นจะเป็นการซักซ้อมหรือทบทวนหรือมีมาตรการเบื้องต้นอย่างไร ตนก็ไม่เห็นว่าจะมีรถคร่อมทางรถไฟอีก
พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ กล่าวต่อว่าในวันอังคารที่ 26 พ.ค. 69 จะเรียกผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลทั้งหมดที่มีพื้นที่เกี่ยวข้องกับรถไฟเพื่อที่จะให้ข้อคิดเห็นและข้อแนะนำด้วยตัวเอง รวมไปถึงจะประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดและผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้รับรู้ใน 2-3 ประเด็นที่ตนคิดว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน
เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่านอกจากที่ผู้ขับขี่ไม่รักษาวินัยการจราจรแล้ว ยังพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปล่อยสัญญาณไฟเพื่อจัดการระบายการจราจร ผบ.ตร. กล่าวว่า เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องด้วย เพราะว่าผู้ใช้รถใช้ถนนก็เริ่มที่จะมีปริมาณมากขึ้น แต่ถนนมีเท่าเดิมประกอบกับมีการก่อสร้างบนพื้นผิวการจราจร ทำรถไฟฟ้า จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้การจราจรนั้นติดขัด ดังนั้นในสิ่งที่เกิดการพัฒนาประเทศ ตำรวจจราจรหรือผู้บริหารระดับสูงก็ต้องช่วยกันว่าจะใช้อะไรมาเป็นเครื่องมือหรือกลไกในการระบายรถหรือใช้สัญญาณไฟให้สอดรับกันมากขึ้น แต่ยอมรับว่าไม่สามารถแก้ไขได้ในวันสองวัน แต่คงต้องใช้เวลาแต่จะพยายามอย่างเต็มที่
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยมิตรไมตรี 14 พบผู้หญิง มีอาการช็อกตกใจ อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาล
15.15 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยมิตรไมตรี 14 ถนนมิตรไมตรี แขวงคู้ฝั่งเหนือ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านคอนกรีตชั้นเดียว ประกอบกิจการร้านขายของชำ เเละใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในร้าน เพลิงลุกไหม้ชั้นวางของ เเละสินค้าภายในร้าน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 6 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 ราย เป็นเพศหญิง อายุ 40 ปี มีอาการช็อกตกใจ อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหนองจอก
>> รถจักรยานยนต์ซ้อน 3 กลับจากไปดูหมอลำ เสียหลักหลุดโค้งชนเสาไฟฟ้า บาดเจ็บยกคัน มีต้องปั๊มชีพจร จ.อุดรธานี
15.46 น. มูลนิธิสว่างเมธาวีอาร์กู้ภัยหนองหาน รับแจ้งเหตุ รถจักรยานยนต์เสียหลักหลุดโค้งชนเสาไฟฟ้า และมีผู้บาดเจ็บหลายราย ศาลากลางบ้านนาเยีย ต.สร้อยพร้าว อ.หนองหาน จ.อุดรธานี
อาสาสมัครมุ่งหน้าที่เกิดเหตุ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เป็นผู้ชาย 1 ราย และผู้หญิง 2 ราย อายุประมาณ 40 - 50 ปี ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ - กู้ภัย เร่งให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 3 ราย มีการปั้มชีพจรบางราย เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู่ภัยส่งโรงพยาบาลหนองหาน (แห่งที่ 2) ที่เกิดเกตุ ไม่พบรถจักรยานยนต์เพราะญาตินำจัดเก็บไปแล้ว
เบื้องต้น ทราบว่า ผู้บาดเจ็บ ได้เดินทางไปดูหมอลำที่บ้านวังฮาง หลังจากเดินทางกำลังกลับบ้าน ถนนเป็นทางโค้ง ไม่ทรายเหตุใดหลุดโค้งไปชนเสาไฟฟ้าซะก่อน ทำให้มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด
>> รถกระบะชนกันแล้วพลิกคว่ำลงข้างทาง มีผู้บาดเจ็บ 3 และเสียชีวิต 1 ราย จ.กาญจนบุรี
16.02 น. อาสาสมัครมูลนิธิขุนรัตนาวุธ ได้รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถกระบะ 2 คันชนกัน และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ริมถนนบริเวณแยกหนองหอย ม.11 ต.พังตรุ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีขาว เป็นรถตีคอก บรรทุกวัว-ควาย ลักษณะชนกับ รถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีเทา สภาพรถพังเสียหาย
ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย โดยเป็น ผู้ชาย 1 ราย และผู้หญิง 2 ราย ทางอาสาสมัครช่วยเหลือและนำส่ง รพ.เจ้าคุณไพบูลย์ ส่วนอีก 1 รายนั้น มีอาการสาหัส และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 54 ปี ภูมิลำเนาชาวนครปฐม ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนมทวน
>> ตำรวจ ตชด.235 ทลายเซฟเฮาส์ริมโขงนครพนม ยึดไอซ์ 191 กิโลฯ-ยาบ้า 2 แสนเม็ด มูลค่าทะลุ 500 ล้านบาท ขยายผลจากแก๊งหนองคาย
16.43 น. กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 ร่วมกับกองกำลังความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดนครพนม ได้เปิดปฏิบัติการเชิงรุกตามนโยบายคุมเข้มและสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดนอย่างเด็ดขาด โดยร่วมกันแถลงผลการทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติรายสำคัญ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย พร้อมของกลางเป็นยาไอซ์น้ำหนักรวม 191 กิโลกรัม และยาบ้าอีกจำนวน 200,000 เม็ด ซึ่งซุกซ่อนมากับรถยนต์เพื่อเตรียมกระจายเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ คิดเป็นมูลค่ารวมในตลาดยาเสพติดสูงกว่า 500 ล้านบาท
ผลการปฏิบัติการในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์น้ำหนักรวมประมาณ 191 กิโลกรัม และยาบ้าอีกประมาณ 200,000 เม็ด จึงได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งขยายผลยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องจากการกระทำความผิดในเบื้องต้นอีกหลายรายการ รวมมูลค่าประมาณ 500,000 บาท
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาหนักแก่ผู้ต้องหาในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน ไอซ์และยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” ก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลขุดรากถอนโคน ตั้งแต่กลุ่มผู้สั่งการ นายทุนเบื้องหลัง และเครือข่ายร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาลงโทษอย่างเด็ดขาดต่อไป
>> กยศ. ขอความร่วมมือ องค์กรนายจ้างเพิ่มเติมกว่า 5,200 แห่ง เริ่มหักเงินเดือนผู้กู้ยืมเงินตั้งแต่เดือน พ.ค.69 นี้
17.39 น. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ขอความร่วมมือองค์กรนายจ้างกว่า 5,200 แห่ง ที่จะเริ่มดำเนินการหักเงินเดือนและนำส่งเงินคืนกองทุนผ่านระบบรับชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนผ่านกรมสรรพากร (e-PaySLF) ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาได้ที่เว็บไซต์ กยศ. เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมาย
กยศ. ขอแจ้งว่าขณะนี้ กยศ. ได้จัดส่งหนังสือแจ้งองค์กรนายจ้างที่มีพนักงานหรือลูกจ้างที่เป็นผู้กู้ยืมเงินเพิ่มเติมกว่า 5,200 แห่ง ให้เริ่มหักเงินเดือนเพื่อชำระเงินคืน กยศ. ผ่านระบบรับชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนผ่านกรมสรรพากร (e-PaySLF) ซึ่งเริ่มดำเนินการหักเงินเดือนและนำส่งเงินกู้ยืมคืนกองทุนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป โดยขอให้ดำเนินการนำส่งเงินภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2569 และนำส่งเงินครั้งถัดไปภายในวันที่ 15 ของทุกเดือน สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่มีภาระหนี้ค้างชำระก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการหักเงินเดือน ขอให้ชำระยอดค้างด้วยตนเองให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
กยศ. ขอขอบคุณองค์กรนายจ้างทุกแห่งที่ให้ความร่วมมือในการหักเงินเดือนและนำส่งเงินกู้ยืมคืนกองทุน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ผู้กู้ยืมสามารถชำระหนี้ได้อย่างต่อเนื่องแล้ว ยังเป็นส่วนสำคัญในการส่งต่อทุนหมุนเวียนเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษารุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน
>> นายอำเภอ - ผู้กำกับฯ สภ.เมืองพัทยา ลงพื้นที่เหตุไฟไหม้ RoofTop โรงแรมกลางพัทยา เพลิงลุกลามหนัก นักท่องเที่ยวหนีอลหม่าน บาดเจ็บ 4 ราย จ.ชลบุรี
21.27 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณชั้นดาดฟ้าของโรงแรม ริมถนนพัทยาสาย 3 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
หลังรับแจ้งเหตุ นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ได้ประสานรถดับเพลิงจากฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเมืองพัทยา รวมถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา เข้าระงับเหตุอย่างเร่งด่วน หลังพบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง
จากการตรวจสอบพบว่า โรงแรมดังกล่าวเป็นอาคารสูง 6 ชั้น มีห้องพักรวมกว่า 178 ห้อง โดยบริเวณชั้นดาดฟ้าซึ่งเปิดเป็นบาร์ RoofTop สำหรับรับประทานอาหารและชมวิวเมืองพัทยา เป็นจุดต้นเพลิง และไฟได้ลุกลามไปยังทางเชื่อมอาคารห้องพักอย่างรวดเร็ว
ระหว่างเข้าควบคุมสถานการณ์ เจ้าหน้าที่พบผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 4 ราย แบ่งเป็นพนักงานถูกกระแสไฟฟ้าช็อต 1 ราย และลูกค้ามีอาการสำลักควัน 3 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเด็ก อายุ 1 ปี 7 เดือน ชาวอินโดนีเซีย ทั้งหมดมีสติ สามารถพูดคุยตอบโต้ได้ ก่อนเจ้าหน้าที่เร่งนำส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษา
ด้านการปฏิบัติการควบคุมเพลิง เจ้าหน้าที่ได้เร่งอพยพนักท่องเที่ยวและผู้เข้าพักออกจากอาคารทั้งหมดกว่า 200 คน เพื่อความปลอดภัย ก่อนระดมกำลังลำเลียงสายฉีดน้ำขึ้นสู่ชั้นดาดฟ้าเพื่อสกัดเปลวเพลิง กระทั่งสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ โดยใช้เวลาประมาณกว่า 1 ชั่วโมง
ภายหลังเพลิงสงบ เจ้าของโรงแรมได้เดินทางเข้าตรวจสอบความเสียหาย เบื้องต้นพบว่าพื้นที่ RoofTop บริเวณชั้นดาดฟ้าถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมด รวมถึงทางเชื่อมอาคารห้องพักก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน ส่วนมูลค่าความเสียหายยังอยู่ระหว่างการประเมิน
ขณะเดียวกัน นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้สั่งการให้นายอำเภอบางละมุง ตั้งกองอำนวยการบริเวณหน้าโรงแรม เพื่อรวบรวมข้อมูลและคัดกรองจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งพนักงานและลูกค้าที่เข้าพัก เบื้องต้นได้รับรายงานว่า ยังไม่มีผู้เสียชีวิตหรือผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส พบเพียงผู้บาดเจ็บ 4 รายดังกล่าว
ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ เบื้องต้นทางโรงแรมระบุว่า อาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร จนเกิดสะเก็ดไฟ ไปโดนกับโคมไฟที่ทำด้วยกองฟาง ก่อนไฟจะลุกลามวอดทั้งชั้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
>> เพลิงไหม้รถยนต์ บริเวณแยกสาทร-นราธิวาส พื้นที่เขตสาทร
00.54 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ บริเวณแยกสาทร-นราธิวาส ถนนสาทร แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพลิงลุกไหม้รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีดำ หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายบริเวณใต้ท้องรถยนต์ ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่สามารถตรวจสอบได้ ในที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยถนนจันทน์
24 พฤษภาคม 2569
24 พฤษภาคม 2569
ปคม. เปิดตัวเลข "ค่าไถ่หัว" ราคาที่ต้องจ่ายเพื่อรอดตายจากตึกนรก
24 พฤษภาคม 2569
24 พฤษภาคม 2569
ปคม. เปิดตัวเลข "ค่าไถ่หัว" ราคาที่ต้องจ่ายเพื่อรอดตายจากตึกนรก