วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 16:43 น.
ตำรวจ ตชด.235 ทลายเซฟเฮาส์ริมโขงนครพนม ยึดไอซ์ 191 กิโลฯ-ยาบ้า 2 แสนเม็ด มูลค่าทะลุ 500 ล้านบาท ขยายผลจากแก๊งหนองคาย
วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 ร่วมกับกองกำลังความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดนครพนม ได้เปิดปฏิบัติการเชิงรุกตามนโยบายคุมเข้มและสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดตามแนวชายแดนอย่างเด็ดขาด โดยร่วมกันแถลงผลการทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติรายสำคัญ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย พร้อมของกลางเป็นยาไอซ์น้ำหนักรวม 191 กิโลกรัม และยาบ้าอีกจำนวน 200,000 เม็ด ซึ่งซุกซ่อนมากับรถยนต์เพื่อเตรียมกระจายเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ คิดเป็นมูลค่ารวมในตลาดยาเสพติดสูงกว่า 500 ล้านบาท
ทลายตรวจยึดล็อตใหญ่ในครั้งนี้ เริ่มต้นขึ้นจากการแกะรอยเชิงลึกของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 ที่ได้ทำการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง หลังจากการจับกุมผู้ต้องหาชาวหนองคายพร้อมของกลางยาไอซ์จำนวน 270 กิโลกรัม เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ข้อมูลจากการขยายผลระบุชัดเจนว่า เครือข่ายยาเสพติดกลุ่มนี้ยังไม่ยอมสิ้นฤทธิ์ และมีความเคลื่อนไหวอย่างผิดปกติในพื้นที่จังหวัดนครพนม โดยพบข้อมูลว่าจะมีการลักลอบนำยาเสพติดล็อตใหญ่ ทั้งยาไอซ์และยาบ้า เข้ามาพักเก็บไว้ที่เซฟเฮาส์ลับแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลโพนทอง อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม เพื่อใช้เป็นจุดกระจายสินค้าและรอส่งมอบให้กับกลุ่มผู้ร่วมขบวนการ เมื่อทราบพิกัดและแผนการที่แน่ชัด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้วางกำลังซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์รอบบริเวณบ้านเป้าหมายอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งพบรถกระบะต้องสงสัยสีเทา แผ่นป้ายทะเบียนอุบลราชธานี ซึ่งตรงกับฐานข้อมูลยานพาหนะที่ใช้ในการขนลำเลียง ขับเข้ามาจอดที่บริเวณหน้าบ้านพักหลังดังกล่าว จากนั้นไม่นาน เจ้าหน้าที่พบชายผู้ต้องหากำลังเร่งรีบขนถ่ายวัตถุต้องสงสัยออกจากตัวรถ เพื่อนำมาบรรจุลงกล่องกระดาษเตรียมส่งมอบให้กับกลุ่มผู้รับช่วงรับจ้างขับรถขนส่งยาเสพติดไปกระจายตามจุดต่างๆ จังหวะนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังเข้าปิดล้อมและแสดงตัวเข้าตรวจค้นทันที
ผลการปฏิบัติการในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์น้ำหนักรวมประมาณ 191 กิโลกรัม และยาบ้าอีกประมาณ 200,000 เม็ด จึงได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งขยายผลยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องจากการกระทำความผิดในเบื้องต้นอีกหลายรายการ รวมมูลค่าประมาณ 500,000 บาท
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาหนักแก่ผู้ต้องหาในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน ไอซ์และยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” ก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลขุดรากถอนโคน ตั้งแต่กลุ่มผู้สั่งการ นายทุนเบื้องหลัง และเครือข่ายร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาลงโทษอย่างเด็ดขาดต่อไป


