วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 13:50 น.
วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (กก.4 บก.ปคบ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แถลงผลปฏิบัติการทลายแหล่งจัดเก็บและจำหน่ายเครื่องมือแพทย์และยาออนไลน์ พื้นที่เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ตรวจยึดของกลาง จำนวน 67 รายการ รวมกว่า 777 ชิ้น มูลค่ากว่า 4,000,000 บาท
สืบเนื่องจากกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (กก.4 บก.ปคบ.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้สืบสวนหาแหล่งจำหน่ายยาไม่มีทะเบียนสำหรับฉีดเสริมความงามให้กับคลินิกเสริมความงาม เช่น โบท็อกซ์ ยาชา หลังเจ้าหน้าที่สืบสวนจนทราบว่า มีร้านกาแฟแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ถูกใช้เป็นสถานที่จัดเก็บและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาและเครื่องมือแพทย์ที่มีทะเบียน และไม่มีทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นที่นิยมในคลินิกเสริมความงาม อาทิ โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ยาชา วิตามิน ปากกาลดน้ำหนัก ฯลฯ จึงนำหมายศาลอาญามีนบุรี ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อย. เข้าตรวจค้นร้านกาแฟดังกล่าว
ตรวจยึดของกลางเป็นเครื่องมือแพทย์และยา ซึ่งนิยมใช้ในคลินิกเสริมความงาม ดังนี้ เครื่องมือแพทย์กลุ่มฟิลเลอร์ สารเติมเต็ม ทั้งประเภทที่จดทะเบียนถูกต้องแต่จำหน่ายในสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต และประเภทที่ไม่มีทะเบียน , ยาที่มีทะเบียนตำรับยาและยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน รวมถึงยาชาแบบครีม และวิตามินสำหรับฉีดผิว , อุปกรณ์อื่น ๆ ได้แก่ สติกเกอร์ชื่อร้านสำหรับแปะหน้ากล่องพัสดุ และกล่องพัสดุเตรียมส่งที่บรรจุผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่าย รวมตรวจยึดของกลางเป็นเครื่องมือแพทย์ไม่มีทะเบียน จำนวน 1 ชิ้น, ยาไม่มีทะเบียน จำนวน 249 ชิ้น, เครื่องมือแพทย์มีทะเบียน จำนวน 337 ชิ้น, ยามีทะเบียน จำนวน 133 ชิ้น และอุปกรณ์อื่น ๆ จำนวน 57 ชิ้น รวมจำนวน 777 ชิ้น มูลค่ากว่า 4,000,000 บาท
จากการสืบสวนทราบว่า ผู้จำหน่ายประกอบธุรกิจคลินิกเสริมความงามควบคู่กับร้านกาแฟ และรับว่าใช้ชื่อคลินิกของตนเองเป็นช่องทางการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ยาและเครื่องมือแพทย์ดังกล่าว แล้วนำมาเก็บไว้ที่ร้านกาแฟ
โดยจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ให้พนักงานร้านกาแฟแพ็กสินค้า จัดส่งผ่านไรเดอร์และขนส่งเอกชน กระจายสินค้าให้กับคลินิกเสริมความงามในพื้นที่กรุงเทพ และต่างจังหวัดกว่า 50 แห่ง โดยทำมาแล้วประมาณ 2 ปี
เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม
1. พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510
- ฐาน “ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท
- ฐาน “ขายยาไม่มีทะเบียนตำรับยา” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. พ.ร.บ. เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- ฐาน “ขายเครื่องมือแพทย์โดยผู้ขายไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ฐาน “ขายเครื่องมือแพทย์โดยผลิตภัณฑ์ไม่ได้ขึ้นทะเบียนใบอนุญาต” ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอขอบคุณตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ที่สืบสวนขยายผลสืบหาแหล่งขายยา และเครื่องมือแพทย์ที่มีทะเบียนและที่ไม่ขึ้นทะเบียนจาก อย. จนสามารถตรวจยึดของกลางที่ผิดกฎหมายได้จำนวนมาก โดย อย.จะประสานเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตที่พบในร้านกาแฟดังกล่าวมาตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ที่ตรวจยึดมานั้นมีผลิตภัณฑ์ของปลอมหรือไม่ เพื่อให้บริษัทที่เป็นผู้ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องแจ้งพนักงานสอบสวนในการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดให้ครอบคลุมทุกมิติต่อไป




