หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 20 พฤษภาคม 2569

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 05:32 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 20 พฤษภาคม 2569


>> นายกฯ ประชุมบูรณาการความร่วมมือรัฐ-เอกชน เดินหน้ามาตรการต้านทุจริต ยกระดับระบบโปร่งใสตรวจสอบได้

09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ - เอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เดินหน้าขับเคลื่อนกลไก “Open Government” เชื่อมโยงข้อมูลสำหรับการตรวจสอบและการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส

โดยในที่ประชุม นายกฯ ตอบรับข้อเสนอขับเคลื่อนการป้องกันการทุจริตจากคณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเครือข่าย 6 ประการ และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปรับปรุงกลไกการทำงาน โดยเฉพาะการเปิดเผยข้อมูลและการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานด้านการต่อต้านการทุจริต

พร้อมมอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานยกระดับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ โดยกำชับให้ตรวจสอบการทำงานทุกขั้นตอนให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวด พร้อมนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานแก่สาธารณะ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน


>> หญิงเครียดถูกอายัดบัญชี ขู่ทำร้ายตัวเองกลางธนาคาร ตร.เจรจาจนสงบ ประสานธนาคารดูแลเรื่องขอถอนอายัด

09.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งเหตุบุคคลก่อความวุ่นวาย ที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ริมถนนพิทักษ์ชาติ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยขู่ว่าจะใช้น้ำมันราดตัวเอง

หลังรับแจ้ง พ.ต.อ.ไพทูล พรมเขียน ผกก.สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ตำรวจจราจร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ และเจ้าหน้าที่ธนาคาร เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้ก่อเหตุเป็นหญิง ชื่อ น.ส.เอ (นามสมมติ) มือถือขวดบรรจุน้ำมันดีเซลและไฟแช็กอยู่ภายในพื้นที่ธนาคาร ท่ามกลางความแตกตื่นของประชาชนที่มาใช้บริการ

จากการสอบถามเบื้องต้น ทราบว่าสาเหตุเกิดจาก ผู้ก่อเหตุถูกอายัดบัญชีธนาคาร ทำให้ไม่สามารถถอนเงินจากบัญชีเงินเดือนซึ่งใช้รับเงินบำนาญออกมาใช้จ่ายได้ ประกอบกับได้รับโทรศัพท์จากมารดาขอเงินไปซื้ออาหาร จึงเกิดความเครียดสะสม ก่อนเดินทางมาที่ธนาคารเพื่อขอให้ปลดอายัดบัญชี และก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

ภายหลังเจ้าหน้าที่ใช้เวลาพูดคุยเจรจา ผู้ก่อเหตุยินยอมเดินทางไปยัง สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีในพื้นที่ สน.ดินแดง กรุงเทพมหานคร ซึ่งแจ้งว่าได้ดำเนินการเรื่องขอถอนอายัดบัญชีเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างขั้นตอนส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้อธิบายขั้นตอนและความคืบหน้าให้ผู้ก่อเหตุเข้าใจ จนคลายความกังวล ก่อนแนะนำให้ติดตามผลการดำเนินการเพิ่มเติมกับทางธนาคาร ต่อไป


>> หนุ่ม ขี่รถจักรยานยนต์ล้มกลางถนน ร่างมุดเข้าใต้รถเมล์ ถูกทับเสียชีวิต บนถนนพระราม 2

09.00 น. พ.ต.ท.ณรงค์ เทียนกัณฑ์เทศน์ สว.สอบสวน สน.แสมดำ รับแจ้งอุบัติเหตุรถประจำทางเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์มีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนพระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน รุดตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลศิริราช และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง

ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนพระราม 2 ขาออก มุ่งหน้ามหาชัย ในพื้นที่ สน.แสมดำ พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่กลางถนน เป็นชาย สภาพนอนคว่ำหน้า ที่บริเวณศีรษะ ถูกรถเมล์ทับร่าง ห่างออกไปเล็กน้อยพบรถจักรยานยนต์ ทะเบียนสมุทรสาคร สภาพด้านข้างรถ ด้านขวามีรอยถลอก ห่างออกไป อีก 100 เมตร พบ รถเมล์ สาย 140 วิ่งระหว่างมหาชัย-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยพบว่าล้อหลัง ด้านซ้าย มีคราบเลือด ติดอยู่ที่ซุ้มล้อ

รถเมล์คันดังกล่าว มี ชาย อายุ 45 ปี เป็นพนักงานขับรถ โดยคนขับรถให้การว่าตนกำลังขับรถมุ่งหน้าไปมหาชัย ระหว่างเกิดเหตุ อยู่ในช่องทางเดินรถที่ 2 พบว่าผู้ตายขับรถล้ม แล้วร่างมุดเข้าใต้ท้องรถ จนทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว

พนักงานสอบสวน สน.แสมดำ จะประสานทางญาติให้มาติดต่อรับศพ เพื่อไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป ในส่วนคนขับรถเมล์ ได้เชิญตัวไปสอบสวนที่ สน.แสมดำ ก่อนจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป


>> เพลิงไหม้อาคารโรงงานผลิตอลูเนียม แรงงานหนุ่มเมียนมาแทบล้มทั้งยืน พกทองคำ 10 บาทและเงิน 2 แสนมาทำงาน จมอยู่ในกองเพลิง

10.00 น. ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน ได้รับแจ้ง มีเหตุเพลิงไหม้ ภายในบริษัทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ท่าเสา อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงรีบประสานรถน้ำดับเพลิงของ อบต.ท่าเสา และพื้นที่ใกล้เคียงรวมกว่า 10 คัน เข้าระงับเหตุ

ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นโรงงานขนาดใหญ่ ผลิตทั้งเส้นหล็กเส้น อลูมิเนียมแผ่น และหล่ออลูมิเนียมขึ้นรูปต่างๆ เป็นต้น มีพื้นที่รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ไร่ ภายในแบ่งเป็นอาคารโกดัง 4 ส่วน ซึ่งส่วนที่เกิดเพลิงไหม้เป็นโกดังที่ 4 อยู่ด้านสุด เนื้อที่ราวๆ 1 ไร่เศษ ผลิตแผ่นอลูมิเนียมและขึ้นรูปอลูมิเนียม ความรุนแรงจากเปลวเพลิงได้ส่งผลทำให้หลังคา โครงสร้างอาคาร เครื่องจักรกล และวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการผลิตเสียหายบางส่วน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า ในส่วนอาคารที่เกิดเพลิงไหม้นั้น ก่อนเกิดเหตุ มีคนงานขึ้นไปอ๊อกเหล็กด้านบน แล้วเกิดสะเก็ดไฟตกลงมาบนกองวัสดุที่ง่ายต่อการเกิดไฟไหม้ จึงทำให้มีเพลิงลุกพรึ่บขึ้นอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ซึ่งคนงานที่ทำงานอยู่ในขณะนั้นต่างวิ่งหนีกันอลหม่านออกมาอยู่ด้านนอกโรงงาน โชคดีที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าระงับเหตุได้ทันก่อนที่เพลิงจะลุกลามไปทั่วทั้งตัวอาคาร

แต่ที่น่าเสียดายที่สุดคือ มีแรงงานคนหนึ่ง เป็นชาย สัญชาติเมียนมา ทำหน้าที่ควบคุมและดูแลคนงาน ได้มาร้องขอให้ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงช่วยค้นหาทองคำน้ำหนักรวม 10 บาท และเงินสดอีกราวๆ 200,000 บาท ที่พกใส่กระเป๋าติดตัวมาด้วย แล้วเก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน ต้องกลายเป็นเถ้าถ่านอยู่ในกองเพลิง

ด้านนายพิรุณโรจน์ นาคดนตรี นายอำเภอกระทุ่มแบน ได้สั่งการให้ทาง อบต.ท่าเสา ออกหนังสือสั่งปิดอาคารที่เกิดเพลิงไหม้ ห้ามผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในเขตอันตราย จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้ทาง อบต. ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ร่วมกับทางเจ้าหน้าที่วิทยากร กองพิสูจน์หลักฐาน


>> รัฐบาล ย้ำ "อีโบลา" ยังไม่พบระบาดในไทย กำชับกระทรวงสาธารณสุข ติดตามการระบาดโรค อย่างใกล้ชิด

10.11 น. นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้การระบาดของโรค อีโบลา (Ebola) ในจังหวัดอิตูริ ทางตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับนานาชาติ รัฐบาลกำชับกระทรวงสาธารณสุขติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังตามประกาศดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

โรคอีโบลาเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มีความรุนแรงสูง ติดต่อผ่านเลือดและสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น เลือด น้ำลาย อาเจียน อุจจาระ หรือสารคัดหลั่งอื่นๆ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง การแพร่เชื้อส่วนใหญ่มักเกิดในครอบครัว บุคลากรทางการแพทย์ หรือผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยและศพผู้เสียชีวิต และไม่ได้แพร่กระจายง่ายทางอากาศแบบโรคหัดหรือโควิด 19 ปัจจุบันยังไม่มีรายงานการระบาดของโรคนี้ในประเทศไทย สำหรับอาการเริ่มต้นของโรค อาจคล้ายไข้ทั่วไป เช่น ไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย คลื่นไส้ อาเจียน และในบางรายอาจมีเลือดออกผิดปกติ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม โรคอาจมีอาการรุนแรงและมีอัตราการเสียชีวิตสูง แต่ด้วยลักษณะของโรคที่ผู้ติดเชื้อมักมีอาการชัดเจน ทำให้สามารถติดตามผู้สัมผัส แยกกัก และควบคุมโรคได้ง่ายกว่าโรคติดเชื้อทางอากาศบางชนิด

"กำชับกระทรวงสาธารณสุขติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเตรียมความพร้อมด้านการดูแลรักษา ระบบห้องแยกโรค อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และ ความพร้อมด้านห้องปฏิบัติการ เพื่อรองรับหากพบผู้ป่วยสงสัยในอนาคต 
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่สร้างความตื่นตระหนก และปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ"


>> ตร.กองปราบ ปฏิบัติการ “ปิดฉากนักแก้กรรม นิมิตพิสดาร”

11.15 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปราม ปฏิบัติการตรวจค้น 2 เป้าหมาย พื้นที่จังหวัดลำพูน และ จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 1 ราย ที่รู้จักในนาม อาจารย์ไพศาล อายุ 67 ปี อาจารย์แก้กรรม เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และ พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา เพื่อการอนาจาร ” พร้อมตรวจยึดของกลาง แบ่งเป็น 5 ประเภท รวม 198 รายการ

ตามที่ปรากฏตามสื่อสังคมออนไลน์ กรณีผู้ต้องหา ซึ่งเป็นบุคคลชื่อดังในจังหวัดลำพูน กล่าวอ้างว่าตนเองมีนิมิตมหัศจรรย์ มีสัมผัสที่หก สามารถติดต่อและรับรู้ถึงเหตุการณ์ในอดีตชาติ เจ้ากรรมนายเวรที่ยังคงผูกพยาบาทและส่งผลต่อชีวิตในปัจจุบันของผู้คนคอยช่วยเหลือ แนะนำวิธีเข้าไปแก้ไขที่ต้นเหตุของกรรม เพื่อให้หายจากอาการเจ็บป่วยหรือพ้นความทุกข์ ได้ล่วงละเมิดทางเพศชายหนุ่มที่ไปขอความช่วยเหลือให้นิมิตแก้กรรมให้หายจากอาการป่วยเรื้อรัง โดยมีผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้ก่อนหน้านี้

กระทั่งตำรวจ กก.4 บก.ป. ได้สืบสวนสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ จนเกิดเปิดปฏิบัติการดังกล่าว และจับกุมผู้ต้องหา ได้ที่ บ้านพักในอ.ป่าซาง จ.ลำพูน และได้ตรวจค้นตรวจยึด พยานหลักฐานและเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาและของกลางที่ตรวจค้นได้ นำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป. ดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งจากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา


>> ทลายแก๊งไนจีเรียร่วมหญิงไทย ขนเฮโรอีน 65.5 กก. ซุกถุงขนม-อาหารสัตว์ มูลค่าทะลุ 200 ล้าน

11.37 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย ร่วมกันเปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติครั้งใหญ่

สามารถจับกุมผู้ต้องหาสำคัญได้ 3 ราย ประกอบด้วย นางสาวบี นามสมมติ ซึ่งถูกรวบตัวได้ที่อพาร์ทเมนต์ย่านนวมินทร์ โดยพบว่ามีหมายจับเก่าในคดีลักลอบนำเข้า-ส่งออกเฮโรอีนติดตัวอยู่ด้วย, ชาย 1 ราย ผู้ต้องหาชาวไนจีเรีย จับกุมได้ที่โรงแรมหรูย่านพัฒนาการ และนางสาว ซี นามสมมติ ซึ่งถูกสกัดจับได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) พร้อมของกลางเฮโรอีนล็อตมหึมารวมน้ำหนักกว่า 65.5 กิโลกรัม ที่ถูกตบตาเจ้าหน้าที่ด้วยการยัดไส้ซุกซ่อนมาในถุงขนมขบเคี้ยวและถุงอาหารสัตว์อย่างมิดชิด 
การทลายเครือข่ายครั้งนี้ เริ่มต้นจากการที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองหนองคายได้กลิ่นความผิดปกติทางชายแดน หลังพบข้อมูลการสืบสวนว่ามีขบวนการค้ายาเสพติดชาวไนจีเรียเข้ามาฝังตัวในกรุงเทพฯ และใช้หญิงไทยเป็นเครื่องมือในการกระจายยาเสพติดไปยังแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกของไทย เช่น พัทยา และภูเก็ต กระทั่งสายลับรายงานว่ามีหญิงไทยรายหนึ่งลักลอบเดินทางเข้าออกประเทศเพื่อนบ้านผ่านช่องทางธรรมชาติอย่างมีพิรุธ ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงใช้อำนาจเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. บุกเข้าตรวจสอบโรงแรมย่านพัฒนาการ จนนำไปสู่การจับกุมตัว ชายชาวไนจีเรีย พร้อมเฮโรอีนซุกถุงขนมหนักรวม 49.5 กิโลกรัม

จากนั้นตำรวจไม่นิ่งนอนใจ เดินหน้าเค้นสอบขยายผลอย่างต่อเนื่องจนสามารถตามไปตะครุบตัว นางสาว ซี นามสมมติ ได้ที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ พร้อมกระเป๋าบรรจุเฮโรอีนอีก 16 กิโลกรัม ที่เจ้าตัวสารภาพว่ากำลังจะนำลงใต้ไปส่งให้เครือข่ายในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จากการสอบปากคำในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การยอมรับโดยสอดคล้องกันว่า ยาเสพติดทั้งหมดรับมาจาก นางสาวบี นามสมมติ เพื่อนำมาตัดแบ่งกระจายส่งต่อให้กลุ่มผู้ค้ารายย่อย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครือข่ายชาวไนจีเรียด้วยกันเพื่อนำไปปล่อยขายในหมู่นักท่องเที่ยว โดยเฮโรอีนล็อตนี้หากสามารถเล็ดลอดสายตาเจ้าหน้าที่ไปถึงมือกลุ่มลูกค้าตามเมืองท่องเที่ยวหลักได้ จะถูกนำไปจำหน่ายในราคาสูงถึงกรัมละ 3,500 บาท คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจและความมั่นคงรวมกว่า 200 ล้านบาท

ส่งผลให้ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาหนักในความผิดฐานร่วมกันมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ซึ่งตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 มาตรา 145 วรรค 3 นั้น มีบทลงโทษขั้นสูงสุดถึงขั้น "ประหารชีวิต" หรือจำคุกตลอดชีวิต


>> กรมการท่องเที่ยว สั่งเพิกถอนใบอนุญาต 4 ทัวร์นอมินีสมุย หัวหมอ ตั้งคนไทยเป็นกรรมการ แล้วเปลี่ยนเป็นต่างชาติ หลังได้ใบอนุญาต

12.19 น. นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า วันนี้ (20 พฤษภาคม 2569) ได้รับรายงานจากสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคใต้ เขต 1 ในการลงพื้นที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อให้บริการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวและใบอนุญาตมัคคุเทศก์นอกสถานที่ ระหว่างวันที่ 17 - 19 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกและช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ประกอบการและประชาชนผู้รับบริการในพื้นที่

ขณะเดียวกันได้ปฏิบัติการร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุย และสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว จำนวน 12 แห่ง พบผู้ประกอบการ จำนวน 4 ราย มีพฤติกรรมอาจเข้าข่ายการใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นตัวแทนอำพราง (nominee) เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างกรรมการบริษัทภายหลังได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวแล้ว ส่งผลให้กรรมการของบริษัทเกินกึ่งหนึ่งเป็นบุคคลต่างด้าว สัญชาติอิสราเอล เบลเยียม ฝรั่งเศส และอิตาลี ทำให้ขาดคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 มาตรา 17 (1) ที่กำหนดให้กรรมการของบริษัทเกินกึ่งหนึ่งต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย

โดยนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย เพื่อออกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวของผู้ประกอบการทั้ง 4 รายต่อไป


>> จ.สุโขทัย ต้นไม้ดีดทับร่างคุณตาวัยเกือบ 70 ปี เจ็บสาหัส ก่อนไปเสียชีวิตที่ รพ.

12.35 น. รับแจ้งจากศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการจังหวัดสุโขทัย ว่ามีผู้บาดเจ็บสาเหตุจากการตัดต้นไม้ดีดทับ บริเวณ ม.7 ต.บ้านซ่าน อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ที่จุดเกิดเหตุ พบร่างของผู้บาดเจ็บ 1 ราย เป็นผู้ชาย อายุ 69 ปี ลักษณะถูกต้นไม้ดีดทับมีแผลฉกรรจ์ขนาดใหญ่บริเวณช่วงท่อนขาล่างผิดรูปและมีเลือดออกจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บแล้วเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บนำสับถ่ายกับรถ ALS โรงพยาบาลศรีสังวรเพื่อดำเนินการส่งคนเจ็บรักษาต่อที่โรงพยาบาลศรีสังวร

และในเวลาต่อมา รับแจ้งว่าผู้ได้รับบาดเจ็บได้เสียชีวิตลงที่โรงพยาบาลศรีสังวร สาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีสำโรง


>> จับรถกระบะขนฟางก้อน ตบตาเจ้าหน้าที่ แอบซุกน้ำมันดีเซลรวม 470 ลิตร คนขับสารภาพ เตรียมข้ามฝั่งส่งเมียนมา

12.48 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ทหารพรานและหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ออกลาดตระเวนในพื้นที่ล่อแหลมสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมาย พบรถกระบะบรรทุกต้องสงสัย ตรวจค้นพบแกลลอนบรรจุน้ำมันขนาด 30 ลิตร จำนวน 20 แกลลอน ภายในมีดีเซลรวม 470 ลิตร อยู่หลังรถมีก้อนฟางปิดทับ

ทั้งนี้ คนขับรับสารภาพซื้อน้ำมันจากปั๊มน้ำมันในแม่สอด และกำลังจะส่งข้ามฝั่งไปเมียนมา เจ้าหน้าที่ประสานฝ่ายปกครอง พร้อมคุมตัวผู้ต้องหาและของกลางน้ำมันดีเซล ซึ่งไม่ผ่านพิธีการศุลกากร ส่งพนักงานสอบสอน สภ.แม่ระมาด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> ไฟไหม้ชุมชนกลางเมืองกรุงเก่า เร่งอพยพครู - นักเรียนในโรงเรียนใกล้ที่เกิดเหตุ พบพระเพลิงเผาวอด 6 หลัง จ.พระนครศรีอยุธยา

14.00 น. ร.ต.อ.วิรุฬห์กิจ ตันตระกูล รอง สว.(สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในชุมชนศาลแขวงและวัดปราสาท ซอยอู่ทอง 54 หมู่ 5 ต.หอรัตนไชย อ.พระนครศรีอยุธยา จึงไปตรวจสอบ พร้อมประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้เคียงกว่า 10 คัน

ที่เกิดเหตุเป็นชุมชนบ้านไม้เก่า พื้นที่แออัด ถนนภายในซอยแคบ ทำให้รถดับเพลิงไม่สามารถเข้าถึงตัวบ้านได้ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งลากสายดับเพลิงระยะทางกว่า 300 เมตรเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ ขณะที่เพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง และลุกลามอย่างรวดเร็ว เนื่องจากบ้านเรือนปลูกติดกันเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีอาคารเรียนเก่าภายในพื้นที่ ทำให้สถานการณ์ควบคุมได้ยาก

ระหว่างเกิดเหตุ ได้ยินเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ ท่ามกลางกลุ่มควันดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า และแรงลมกระโชกซ้ำ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องเร่งระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้

เบื้องต้น พบว่ามีบ้านเรือนได้รับความเสียหายจำนวน 6 หลังคาเรือน รวมถึงอาคารเรียนเก่าภายในพื้นที่ได้รับความเสียหายบางส่วนบริเวณชั้นบน แต่ไม่ถึงขั้นพังทั้งหลัง

ขณะเดียวกัน พื้นที่เกิดเหตุยังอยู่ใกล้ โรงเรียนจอมสุรางค์อุปถัมภ์ ทำให้กลุ่มควันลอยเข้าสู่บริเวณโรงเรียน ทางโรงเรียนจึงประกาศให้นักเรียนอพยพลงจากอาคารเรียนโดยด่วน พร้อมประสานผู้ปกครองให้มารับนักเรียนกลับบ้านก่อนเวลาเลิกเรียน

พระลูกวัดปราสาท เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุได้ยินเสียงคล้ายไฟฟ้าชอร์ตหลายครั้ง ก่อนพบว่าไฟเริ่มลุกไหม้อย่างรวดเร็วบริเวณกลางชุมชน จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที โดยระบุว่าบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่บ้านไม้เก่าและอาคารเรียนเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว


>> “นายหมิง” ชาวจีนคดีคลังแสงอาวุธ หลังเกิดอาการป่วยฉุกเฉิน ล่าสุดแพทย์ส่งตัวกลับเรือนจำแล้ว

14.55 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ กรณีการรักษาตัวของ นายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี ในความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและวัตถุระเบิด หลังเกิดอาการป่วยฉุกเฉิน และเข้ารับการรักษาพยาบาล ตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ คอยดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ตั้งแต่บริเวณด้านล่างของอาคาร ไปจนถึงชั้น 2 ของโรงพยาบาล

ล่าสุด อาการของ นายหมิง อายุ 31 ปี สัญชาติจีน ทางแพทย์โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ ระบุว่าอาการดีขึ้นตามลำดับ จึงอนุญาตให้ส่งตัวกลับไปควบคุมยังเรือนจำพิเศษพัทยา โดยมีเจ้าหน้าที่คอยควบคุมตัวอย่างใกล้ชิดตลอดการเคลื่อนย้ายกลับเรือนจำ


>> รวบ 2 ผู้ต้องหา ขายบัญชีให้แก๊งหลอกเทรดทองออนไลน์ ตุ๋นเหยื่อเสียหายกว่า 2.6 ล้านบาท

14.58 น. กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 (​บก.สอท.3) พล.ต.ต.คมกฤช สุขไทย ผบก.สอท.3​ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากได้มีผู้เสียหายรายหนึ่ง ได้ใช้แอปพลิชันนึง แล้วได้รู้จักกับมิจฉาชีพที่ติดต่อมาในแอปพลิเคชันดังกล่าว เมื่อพูดคุยกันไปซักระยะ มิจฉาชีพได้เริ่มชักชวนให้ผู้เสียหายลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจการเทรดทองคำดิจิทัลแบบออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มหนึ่ง อ้างชื่อบริษัทดัง และยังอ้างว่าเป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีบริษัทแม่อยู่ที่ประเทศอังกฤษ และจดทะเบียนกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ กลต. ในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว 
เมื่อผู้เสียหายสนใจ มิจฉาชีพจึงได้แนะนำวิธีการลงทุนพร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจดังกล่าว นอกจากนี้มิจฉาชีพยังแสดงหลักฐานปลอมว่าเทรดแล้วได้กำไรจากการลงทุน จนถอนเงินออกครั้งละหลายแสนบาท จนสุดท้ายผู้เสียหายหลงเชื่อและตัดสินใจโอนเงินลงทุน ถึงกระทั่งยอมกู้ยืมเงินจากธนาคารต่างๆ เพื่อโอนให้มิจฉาชีพ จำนวน 15 ครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 2,696,473 บาท

ต่อมา จึงได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.3 ออกสืบสวนและจับกุมผู้กระทำผิดที่ร่วมเครือข่ายดังกล่าวเพื่อดำเนินคดี พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดสุรินทร์ได้สำเร็จ

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่กระทั่งสามารถนำกำลังพร้อมหมายจับเข้าจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายได้จำนวน 2 ราย ได้แก่ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี จับกุมตัวได้ที่ ด่านตรวจถ้ำปลา สภ.แม่สาย จังหวัดเชียงราย และ นางสาวบี (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี จับกุมตัวได้ที่ หน้าบ้านพักในพื้นที่ ต.ศรีเมืองชุม อ.แม่สาย จ.เชียงราย


>> เพลิงไหม้ภายในอาคาร ซอยเจริญนคร 28

15.14 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยเจริญนคร 28 ถนนเจริญนคร แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นตึกแถว 3 ชั้น ประกอบกิจการจิวเวอรี่งานชุบเครื่องประดับและใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 2 เพลิงลุกไหม้เสียหายอุปกรณ์ชุบเครื่องประดับโต๊ะและวัสดุของใช้ พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 10 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่พัดลมดูดอากาศ ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 ราย เป็นเพศชาย อายุประมาณ 53 ปี มีอาการถูกไฟลวกที่แขนทั้ง 2 ข้าง อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลเลิดสิน พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยปากคลองสาน


>> "ศุภมาส" ลงพื้นที่คลองถม ตรวจฉลากโซลาร์เซลล์ ไม่พบการกระทำผิด

16.55 น. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจจำหน่ายสินค้าโซลาร์เซลล์ ที่ย่านคลองถม เพื่อตรวจสอบผลิตภัณฑ์สินค้าโซลาร์เซลล์ทุกชนิด หลังมีผู้ร้องเรียน สคบ. ว่าติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ราคาประมาณ 5 แสนบาท แต่ไม่ได้มาตรฐาน จนเกิดเหตุอุปกรณ์ละลาย

นางสาวศุภมาส เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ ยังไม่พบการทำผิดกฎหมาย ที่มาสินค้าส่วนใหญ่มาจากแหล่งผลิตที่เดียวกัน ซึ่งร้านค้าให้ความร่วมมือ และได้ทำความเข้าใจกับผู้ค้าร้านค้า ถึงการแสดงฉลากสินค้าในกลุ่มอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ ทั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ อินเวอร์เตอร์ และแบตเตอรี่ ซึ่งถือเป็นสินค้าควบคุมฉลากทั่วไปตามกฎหมาย โดยผู้ประกอบการจะต้องแสดงข้อมูลฉลากให้ครบถ้วน ถูกต้อง และตรวจสอบได้ เช่น กำลังไฟ ขนาดสินค้า คุณสมบัติ การใช้งาน เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนซื้อสินค้า ถือเป็นมาตรการเชิงรุก เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนได้รับความเสียหายจากสินค้าหรือบริการที่ไม่ได้มาตรฐาน

นอกจากนี้เตรียมยกระดับให้โซลาร์เซลล์เป็นสินค้าควบคุมฉลากเฉพาะ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งเดิมโซลาร์เซลล์เป็นสินค้าฉลากทั่วไปที่นำเข้ามาเพื่อขาย ซึ่งจะมีข้อมูลแสดงมากกว่า 10 รายการ เช่นเดียวกับตู้น้ำดื่ม คาดเตรียมประกาศใช้ได้ภายในปีนี้ โดยจะมีอัตราโทษ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้สั่งเข้ามาเพื่อขาย กรณีไม่จัดทำฉลาก หรือจัดทำฉลากไม่ถูกต้อง จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนผู้ขาย ร้านค้าทั่วไป ตัวแทนจำหน่าย ร้านค้าออนไลน์ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และโทษกรณีเจตนาหลอกลวง ฉลากเท็จ ข้อความลวง จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมฝากประชาชนที่ต้องการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ให้ตรวจสอบฉลากสินค้า เครื่องหมายมาตรฐาน มอก. ชื่อผู้ผลิต ผู้นำเข้า และเก็บเอกสารสัญญาไว้ทุกครั้ง


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

17.56 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.3 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 217 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย


>> รถนั่งส่วนบุคคลเสียหลักชนต้นไม้ข้างทาง ริมถนนมะลิวัลย์ คนขับเสียชีวิตในเวลาต่อมา จ.ขอนแก่น

18.40 น. หน่วยกู้ภัย “เต็กก่า” จีแชเกาะ ชุมแพ ได้รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดี ว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์ชนเสาไฟฟ้า มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดภายในซากรถ ถนนมะลิวัลย์ บริเวณบ้านหนองตุ้กนก ตำบลชุมแพ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล นิสสัน สีเทา ป้ายทะเบียน ขอนแก่น ลักษณะชนติดอยู่กับต้นไม้ข้างทาง ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นผู้ชาย 1 ราย สภาพร่างติดอยู่ภายในซากรถ ทางเจ้าหน้าที่ได้นำอุปกรณ์ตัด-ถ่าง นำผู้บาดเจ็บออกมา และพบว่าได้เสียชีวิตแล้ว ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 22 ปี ภูมิลำเนาชาวอำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชุมแพ


>> คนร้ายลอบยิงกำลังพลในพื้นที่รือเสาะ เด็กหญิงวัย 7 ขวบถูกลูกหลงบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่เร่งควบคุมพื้นที่ติดตามผู้ก่อเหตุ จ.นราธิวาส

19.00 น. ได้เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ลอบยิง สิบเอก มูฮัมหมัดอำมูดี อายุ 29 ปี สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 152 ค่ายสิรินธร จ.ปัตตานี ขณะเดินทางกลับมาเยี่ยมครอบครัวในพื้นที่อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส

เหตุเกิดบริเวณหน้าบ้านพัก ในพื้นที่ บ้านสาวออีเล ม.6 ต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส โดยคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ สิบเอก มูฮัมหมัดอำมูดี กระสุนถูกบริเวณชายโครงด้านหน้าฝั่งขวาทะลุ ออกชายโครงด้านหลังฝั่งซ้าย ได้รับบาดเจ็บสาหัส

นอกจากนี้ จากเหตุดังกล่าว ยังส่งผลให้ เด็กหญิง อายุ 7 ปีซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ถูกลูกหลง ได้รับบาดเจ็บบริเวณต้นขาด้านซ้าย โดยผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ราย ถูกนำตัวส่งเข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลรือเสาะ เป็นการเร่งด่วน

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้เข้าปิดล้อมและควบคุมพื้นที่เกิดเหตุทันที พร้อมเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่โดยรอบ เพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อน รวมทั้งเร่งตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เก็บวัตถุพยาน และรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย


 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม