หน้าแรก > อาชญากรรม

ปคบ. ร่วมกับ อย. ทลายแหล่งซุกเครื่องสำอางจำแลง ใช้ผิดวิธีส่งขายคลินิกฉีดเสริมความงาม ของกลางกว่า 22 ล้านบาท

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 03:36 น.


ปคบ. ร่วมกับ อย. ทลายแหล่งซุกเครื่องสำอางจำแลง ใช้ผิดวิธีส่งขายคลินิกฉีดเสริมความงาม ของกลางกว่า 22 ล้านบาท

วันที่ 20 พฤษภาคม พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นำกำลังพร้อมหมายศาลเข้า ตรวจค้นคลินิกเสริมความงามในพื้นที่ ย่านถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางบอน เขตบางบอน กทม., สถานที่เก็บผลิตภัณฑ์ ย่านซอยนวมินทร์ 111 แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. และสถานที่นำเข้าและจำหน่าย ซึ่งเป็นบ้านพักในพื้นที่ หมู่ 17 แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม. พร้อมตรวจยึดของกลางผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ยาไม่มีทะเบียน เครื่องมือแพทย์ รวมจำนวน 35,645 ชิ้น มูลค่ากว่า 22 ล้านบาท

สืบเนื่องจาก กก.4 บก.ปคบ.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน และ อย. ให้ตรวจสอบการจำหน่ายเครื่องสำอางยี่ห้อดัง ซึ่งมีการนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยผสมน้ำเกลือฉีดเข้าสู่ร่างกาย และมีการโฆษณาขายตามสื่อสังคมออนไลน์ และคลินิกเสริมความงามต่างๆ จึงได้สืบสวนติดตามจนทราบถึงสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จนนำมาสู่การตรวจค้นจับกุมดังกล่าว

จากการสืบสวนพบว่า เจ้าของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว มีการว่าจ้างบริษัทในประเทศไทยผลิตยาประเภทกลูต้า แต่จดแจ้งเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เนื่องจากอนุญาตง่ายกว่าการขึ้นทะเบียนตำรับยา นำมาจำหน่ายให้กับคลินิกเสริมความงาม โดยให้ข้อมูลว่าเป็นยากลูต้า และหลอกลวงว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยคลินิกเสริมความงามจะนำไปใช้ฉีดเข้าร่างกายเพื่อบำรุงผิวให้กับผู้ใช้บริการ

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. จะเรียกผู้เกี่ยวข้องมาแจ้งข้อหา กรณีผู้นำเข้าจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ.2558 ฐาน “นำเข้าเครื่องสำอางที่ไม่มีฉลากภาษาไทย, นำเข้าเครื่องสำอางที่แสดงฉลากไม่ตรงต่อความจริง, นำเข้าเครื่องสำอางที่ฉลากระบุข้อความอันจำเป็นไม่ครบถ้วน, นำเข้าไม่ผ่านด่าน อย., นำเข้าเครื่องสำอางไม่ตรงตามที่ได้จดแจ้งไว้และนำเข้าเครื่องสำอางปลอม เครื่องสำอางที่แสดงว่าเป็นเครื่องสำอางที่ได้จดแจ้งไว้ ซึ่งไม่ใช่ความจริง”

ส่วน กรณีขายฟิลเลอร์ไม่มีใบอนุญาตและไม่มีใบรับแจ้งรายการละเอียดจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฐาน “ขายเครื่องมือแพทย์โดยผู้ขายไม่ได้รับอนุญาต, ขายเครื่องมือแพทย์โดยผลิตภัณฑ์ไม่ได้ขึ้นทะเบียนใบอนุญาต” กรณีขายยาที่ไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยาและขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาตจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ฐาน “ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาตและ ขายยาที่ยังมิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา” ต่อไป

ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ผลการปฏิบัติการในครั้งนี้ พบผู้กระทำผิดใช้ช่องทาง “จดแจ้งเป็นเครื่องสำอาง” แทนการขึ้นทะเบียนยา เนื่องจากกระบวนการอนุญาตง่ายกว่า แล้วนำไปโฆษณาและจำหน่ายให้คลินิกเสริมความงาม โดยอ้างว่าเป็นผลิตภัณฑ์นำเข้าหรือวิตามินผิวสำหรับฉีด การนำไปใช้ผิดวิธีหรือผิดวัตถุประสงค์เช่นนี้ถือเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะยังไม่ผ่านการประเมินความปลอดภัยจากการใช้ฉีดเข้าสู่ร่างกาย

จึงขอเตือนให้ผู้ประกอบการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากฝ่าฝืนกฎหมาย อย.จะดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุด และฝากเตือนไปยังผู้ให้บริการและผู้รับบริการในคลินิกเสริมความงาม โรงพยาบาล ให้ตรวจสอบฉลากและการใช้ผลิตภัณฑ์ในรูปแบบแอมพูล/ไวอัลอย่างละเอียด ขอย้ำว่า ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ฉีดเข้าสู่ร่างกายถือเป็นผลิตภัณฑ์ความเสี่ยงสูง ต้องผ่านการขึ้นทะเบียนและประเมินด้านคุณภาพความปลอดภัย และประสิทธิผลจาก อย.อย่างเข้มงวด

ด้าน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. กล่าวว่า ปฏิบัติการในวันนี้คือการยับยั้งความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตของพี่น้องประชาชน จากการนำเครื่องสำอางถูกออกแบบมาให้ “ทา” ไม่ใช่ให้ “ฉีด” การนำผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยฉีดเข้าสู่ร่างกาย คือการหยิบยื่นความเสี่ยงของการติดเชื้อในกระแสเลือดหรืออาการแพ้รุนแรงให้กับผู้บริโภคโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว

 

 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม