หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 19 พฤษภาคม 2569

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เวลา 05:31 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 19 พฤษภาคม 2569


>> รถกระบะเสียหลักหลุดโค้ง พุ่งชนบ้านเรือนประชาชนข้างทาง เสียชีวิตในซากรถเป็นชาย 2 ราย จ.เลย

07.50 น. หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างคีรีธรรม ได้รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถกระบะเสียหลักหลุดโค้งชนเข้ากับบ้านเรือนประชาชน ได้รับความเสียหาย และมีผู้ติดอยู่ภายในซากรถจำนวน 2 ราย ริมถนนภายในหมู่บ้านโพนทอง ต.ทรายขาว อ.วังสะพุง จ.เลย

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ มาสด้า สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ลักาณะรถยนต์ชนเข้ากับเสาไฟฟ้าและตัวบ้านของประชาชน และมีสายไฟติดที่ตัวรถ มีกระแสไฟฟ้ารั่วไหลลงตัวรถยนต์ เจ้าหน้าที่เกรงว่าจะมีกระแสไฟที่ยังไม่ถูกตัดอยู่ จึงได้ประสานขอรถจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.วังสะพุง พร้อมเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า เพื่อมาตัดกระแสไฟฟ้าให้ดับ ก่อนเข้าปฏิบัติงาน

หลังจากตัดกระแสไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว จึงได้ให้แพทย์เวรพร้อมกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลวังสะพุง ทำการจับหาสัญญาณชีพจรผู้ติดอยู่ในซากรถ ได้รับการยืนยันจากแพทย์เวร ไม่พบสัญญาณชีพจร ยืนยันว่า ได้เสียชีวิตแล้ว เป็นเพศชาย ทั้ง 2 ราย อายุประมาณ 70 ปี

ทางอาสาสมัคร จึงได้เริ่มทำการนำอุปกรณ์ตัดถ่าง เปิดประตูรถและดำเนินการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ออกมาจากซากรถได้สำเร็จ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกสะเก็ด ก้อนปูนกระเด็นใส่หน้าอีกคน 1 ราย เพศชาย นำส่งโรงพยาบาลวังสะพุง 
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังสะพุง พร้อมแพทย์เวรร่วมตรวจสอบ ก่อนมอบให้อาสาฯ นำร่างของผู้เสียชีวิตนำส่งโรงพยาบาลวังสะพุง เพื่อชันสูตรพลิกศพและรอให้ญาติมาติดต่อรับไป


>> ผบ.ตร. สั่งขยายผลเครือข่ายลักลอบนำพาชาวต่างชาติ - รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่พิษณุโลกติดตามคดี

10.05 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศตคม.ตร.) เปิดเผยว่า วานนี้ (18 พฤษภาคม 2569) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ ศตคม.ตร. ประสานความร่วมมือกับเครือข่ายตำรวจอาเซียน ซึ่งต่อมาได้รับแจ้งจากผู้ช่วยทูตตำรวจอินโดนีเซีย เหตุขอความช่วยเหลือชาวอินโดนีเซียถูกนำตัวเข้ามาพักคอยในพื้นที่ จ.พิษณุโลก เพื่อเตรียมลักลอบเดินทางต่อไปยังพื้นที่ชายแดน จึงสั่งการให้มีการติดตามช่วยเหลือ โดยตำรวจภูธรภาค 6 ร่วมกับกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ อ.เมืองพิษณุโลก

ผลการตรวจค้นพบคนไทย 2 ราย ชาวอินโดนีเซีย 3 ราย แบ่งเป็นชาย 2 ราย หญิง 1 ราย และชาวจีน 1 ราย พร้อมตรวจยึดรถยนต์ 2 คัน เพื่อนำตัวทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและคัดกรองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ซึ่งเบื้องต้นจากการคัดกรอง ยังไม่พบว่าชาวอินโดนีเซียทั้ง 3 ราย เข้าข่ายเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยทั้งหมดให้ข้อมูลว่าเคยทำงานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนมีผู้นำพาลักลอบข้ามแดนเข้ามาในประเทศไทย เพื่อเตรียมเดินทางต่อไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตามแนวชายแดนแม่สอด จากนั้น พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ได้เดินทางลงพื้นที่ไปติดตามความคืบหน้าทางคดีและการสืบสวนขยายผลด้วยตนเอง พร้อมด้วยผู้ช่วยทูตตำรวจอินโดนีเซีย ที่ สภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมกำชับให้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ขยายผลถึงเครือข่าย ผู้นำพา นายหน้า และผู้สนับสนุนที่เกี่ยวข้องทุกระดับ

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ขบวนการลักลอบนำพาชาวต่างชาติและเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติยังคงมีความพยายามเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยเครือข่ายผู้ประสานงานและผู้นำพาในหลายพื้นที่ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเร่งสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง และดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นทางผ่านของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ระหว่างยกระดับการใช้เทคโนโลยีและระบบ AI สนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลและติดตามเส้นทางการเคลื่อนไหวของเครือข่ายข้ามชาติ รวมถึงสั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 6 ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งขยายผลดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม และกวาดล้างเครือข่ายลักลอบนำพาชาวต่างชาติอย่างเข้มงวดต่อไป


>> "ศุภมาส" แจงค่าลิขสิทธิ์บอลโลกแพงไม่คุ้มค่า หวั่นอธิบายประชาชนไม่ได้ - ไร้เอกชนหนุน

11.43 น. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าในการซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก 2026 ว่า จากที่กรมประชาสัมพันธ์ได้มีการหารือกับทางสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.เห็นว่าสถานการณ์ครั้งนี้แตกต่างออกไป

เนื่องจากมีสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง และ เวลาการแข่งขันต่างออกไปจากการจัดแข่งบอลโลกครั้งที่แล้ว คือ ถ่ายทอดสดในเวลา 03.00-09.00 น. ซึ่งราคาที่ FIFA เสนอให้เราซื้อ ตนไม่สามารถเปิดเผยราคาได้ เนื่องจากเป็นข้อกำหนดของ FIFA เปรียบเทียบคือ คนไทยมี 70 ล้านคน ในขณะที่ประเทศประเทศใหญ่ มีประชากร 1,000 -1,400 ล้านคน ซึ่งมีจำนวนมากกว่าประเทศไทย 20 เท่า แต่บางประเทศได้ราคาลิขสิทธิ์ถูกกว่าประเทศไทย

ดังนั้นเมื่อเฉลี่ยต่อหัวทำให้ค่าลิขสิทธิ์ต่างกัน 20 เท่า รัฐบาลจึงเล็งเห็นปัญหา ที่คนไทยต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งตัวเลขที่ถูกเสนอมาถือว่าค่อนข้างราคาสูง และไม่มีเอกชนเป็นผู้สนับสนุนเหมือนบอลโลกครั้งที่แล้ว อาจเป็นเพราะช่วงเวลาในการถ่ายทอดสด รวมถึงการขายโฆษณาก็ไม่เหมือนแต่ก่อน วันนี้ตนจะนำข้อมูลทั้งหมดเสนอต่อที่ประชุม ครม. เพื่อทำความเห็นว่าดำเนินการอย่างไรต่อ

เมื่อถามว่ามีคำแนะนำให้กับคนไทยที่อยากดูบอลโลกอย่างไรบ้าง นางสาวศุภมาส กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องรอความชัดเจนก่อน เพราะมีข่าวว่า FIFA จะมีช่องทางให้คนไปดูได้แต่ต้องเสียค่าบริการ รวมถึงมีแนวคิดอาจจะมีการถ่ายทอดการแข่งขันในช่วง 10 นาทีแรกของทุกนัด แต่เรื่องนี้ยังอยู่ในระหว่างการพูดคุย ยังไม่มีข้อสรุป แต่ต้องรอติดตามดูว่าจะมีเอกชนรายใดมาสนับสนุนการถ่ายทอดฟุตบอลโลกหรือไม่

ย้ำว่า "ถ้าคนไทยจะได้ดูบอลโลก ต้องเป็นตัวเลขที่เราสามารถอธิบายได้ แต่ถ้าเป็นราคาที่ไม่ยุติธรรมเราเราขอเก็บเงินไปทำอย่างอื่น ซึ่งภายหลังการประชุม ครม.หากมีความชัดเจน โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะมีการแถลงอีกครั้ง"


>> สืบจังหวัดชลบุรี ทลายรังยา - ปืนเมืองพัทยา รวบหนุ่มเมืองผู้ดี พร้อมไอซ์ ขยายผลจับเอเย่นต์ - แก๊งปืนเถื่อน ยึดอาวุธเพียบ

12.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พ.ต.ต.ประสิทธิบุญ บุญประสิทธิ์ สารวัตรกองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธน จ.ชลบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดชลบุรี เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา

ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม ผู้ชาย อายุ 40 ปี สัญชาติอังกฤษ พร้อมของกลางยาไอซ์ น้ำหนัก 5.67 กรัม และยาบ้า 49 เม็ด ภายหลังตำรวจวางแผนส่งสายลับนำเงินสดจำนวน 3,500 บาท เข้าล่อซื้อยาเสพติด ก่อนเข้าจับกุมได้ภายในบ้านพักแห่งหนึ่ง ซอยวัดธรรมสามัคคี พัทยาใต้ จ.ชลบุรี

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลต่อเนื่อง จับกุม หญิงไทย อายุ 43 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ น้ำหนัก 66.3 กรัม ได้บริเวณริมถนนสุขุมวิทพัทยาใต้ ขณะขับรถยนต์มาจอดรอส่งมอบยาเสพติดให้สายลับของตำรวจ ซึ่งเป็นการขยายผลจากคดีแรก

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสืบทราบว่า ชายไทย อายุ 27 ปี และ ชายไทย อายุ 28 ปี มีพฤติการณ์ลักลอบจัดหาและจำหน่ายอาวุธปืนเถื่อนในพื้นที่เมืองพัทยา จึงเฝ้าติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด กระทั่งมั่นใจว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ก่อนส่งสายลับติดต่อขอซื้ออาวุธปืนเถื่อนในราคา 38,000 บาท

ระหว่างเข้าจับกุม บริเวณจุดนัดหมาย ผู้ต้องหาหนึ่งรายไหวตัวทัน พยายามโยนอาวุธปืนทิ้งและวิ่งหลบหนี แต่ถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวไว้ได้ จากการตรวจค้นพบอาวุธปืนอีก 1 กระบอก อยู่ในสภาพขึ้นลำพร้อมใช้งาน โดยผู้ต้องหาอ้างว่าพกติดตัวไว้เพื่อป้องกันตัว 
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักเพิ่มเติม พบอาวุธปืนรวมทั้งหมด 3 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนจำนวนมาก จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดในทั้ง 3 คดี ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมต่อไป


>> รฟท. ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีชายถูกขบวนรถเฉี่ยวชน ยืนยัน เกิดจากผู้บาดเจ็บลักลอบฝ่าแนวแบริเออร์รุกเขตทางรถไฟ

12.29 น. ตามที่มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดีย กรณีขบวนรถชานเมืองที่ 367 (กรุงเทพฯ - ฉะเชิงเทรา) เฉี่ยวชนบุคคลบริเวณเสาโทรเลขที่ 6/3-4 ระหว่างสถานีมักกะสัน - คลองตัน (ช่วงก่อนเข้าป้ายหยุดรถอโศก) เมื่อเวลา 10.40 น. ของวันที่ผ่านมา นั้น

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ขอเรียนชี้แจงทำความเข้าใจต่อสังคม เพื่อป้องกันการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า “รถไฟวิ่งเข้าไปชนคน” โดยขอชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ดังนี้

รถไฟวิ่งอยู่บนรางตามปกติ โดยอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดในการเดินรถ แต่ เหตุการณ์นี้เกิดจากการกระทำโดยประมาทของผู้บาดเจ็บ ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณริมถนน จากนั้นได้ “ปีนข้ามแนวแบริเออร์กั้น” ซึ่งเป็นสิ่งกีดขวางที่แบ่งแยกชัดเจนระหว่างถนนกับเขตทางรถไฟ เพื่อเดินเข้าไปยืนปัสสาวะในพื้นที่ของทางรถไฟในระยะกระชั้นชิด รวมทั้งขบวนรถไฟเปิดหวู๊ดเตือน เมื่อขบวนรถไฟซึ่งเป็นพาหนะขนาดใหญ่และมีระยะเบรกยาววิ่งมาถึง จึงไม่สามารถหยุดรถได้ทันท่วงที ทำให้เกิดการเฉี่ยวชนขึ้น การกระทำดังกล่าวนอกจากจะนำมาซึ่งอันตรายต่อชีวิตของตัวผู้บุกรุกเองแล้ว ยังส่งผลกระทบให้การเดินรถไฟต้องหยุดชะงักและล่าช้ากว่ากำหนดไปถึง 22 นาที สร้างความเดือดร้อนต่อผู้โดยสารส่วนรวมที่ใช้บริการ

การรถไฟแห่งประเทศไทย ขอย้ำเตือนประชาชนอีกครั้งว่า พื้นที่เขตทางรถไฟที่มีรั้วหรือแบริเออร์กั้น ถือเป็นพื้นที่อันตรายและหวงห้ามเด็ดขาด ห้ามมิให้ผู้ใดปีนป่าย ลักลอบเข้ามาเดินสัญจร หรือทำธุระส่วนตัวโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตัวท่านเอง และป้องกันผลกระทบต่อระบบการเดินรถสาธารณะของประเทศ


>> นิติเวช รพ.ตร. ส่งผลตรวจอัตลักษณ์เหยื่อรถไฟชนรถเมล์ให้ตำรวจแล้ว 4 ราย วอนญาติผู้สูญหายอีก 1 ครอบครัวรีบต่อต่อด่วน

13.08 น. พลตำรวจตรีวิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถไฟชนรถประจำทางสาย 206 ที่บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสันกับถนนอโศก-ดินแดงว่า ขณะนี้สามารถพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล โดยยืนยันรายชื่อได้แล้ว 4 ร่าง และได้ส่งรายชื่อไปยังสน.มักกะสันเป็นที่เรียบร้อย เพื่อให้สน.มักกะสัน พูดคุยรายละเอียดกับญาติก่อน ตนเองมีหน้าที่ตรวจสอบเพียงเรื่องของความสัมพันธ์กับครอบครัวเท่านั้น ซึ่งทางญาติต้องไปให้ข้อมูลกับสถานีตำรวจเพิ่มเติม

ส่วนที่เหลืออีก 4 ร่าง กำลังดำเนินการ เพราะต้องตรวจพิเศษ ซึ่งในส่วนของผู้เสียชีวิตเราตรวจเสร็จแล้ว แต่ที่ยังไม่ครบคือข้อมูลของญาติ เนื่องจากต้องรอญาติเข้ามาเก็บดีเอ็นเอก่อน

เมื่อถามว่าสามารถเก็บดีเอ็นเอ และติดต่อญาติได้ครบแล้วหรือไม่ พลตำรวจตรีวิรุฬห์ เปิดเผยว่า ไม่ครบ โดยมีญาติเข้ามาเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอแล้ว 7 ครอบครัว จากทั้งหมด 8 ครอบครัว แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าตรงทุกครอบครัวหรือไม่ พร้อมย้ำว่า ญาติต้องเป็นคนติดต่อมา หากสงสัย ก็สามารถติดต่อเข้ามา เพื่อเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ และไม่ทราบว่าเป็นเพศใด เพราะขณะนี้ยังระบุไม่ได้ทั้งหมด

ส่วนร่างที่ยังไม่มีญาติมาติดต่อ เจ้าหน้าที่จะเก็บร่างไว้ก่อน และรอประชาสัมพันธ์จากญาติ เหมือนการพบศพที่ไม่ทราบชื่อ ทั้งการเก็บหลักฐาน ตัวอย่างดีเอ็นเอ และร่างของผู้เสียชีวิต และเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะเป็นผู้ประชาสัมพันธ์ไปว่าหากใครสงสัยที่ว่าอาจมีญาติเราอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว ให้มาเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ เพื่อเปรียบเทียบที่นิติเวชได้ มีรายงานจากสถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตํารวจ ว่า ปัจจุบันขณะนี้ทางสถาบันนิติเวชฯ ได้มีการส่งข้อมูลหลักฐาน ผลการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล (DNA) ไปยังพนักงานสอบสวน สน.มักกะสันแล้ว 4 ราย โดยขั้นตอนหลังจากนี้ทางญาติของผู้เสียชีวิต จากเดิมที่ได้มีการแสดงตัวที่ สถาบันนิติเวชฯ พร้อมกับ เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอไว้ตรวจไว้เปรียบเทียบ หลังจากนี้ทางญาติจะต้องไป ติดต่อให้ข้อมูลกับทางพนักงานสอบสวนที่ สน.มักกะสัน เพื่อยืนยัน ผลพิสูจน์จากสถาบันนิติเวชฯ ว่า ที่เป็นญาติกับบุคคลใด โดยสามารถระบุชื่อ-นามสกุล เพื่อให้พนักงานสอบสวนออกเอกสาร ในการที่จะติดต่อ มาขอรับร่างที่สถาบันนิติเวชฯ ซึ่งจะเป็นไปตามกระบวนขั้นตอนของกฎหมาย

ส่วนสถาบันนิติเวชฯ ไม่สามารถที่จะรู้ชื่อหรือนามสกุลได้ ต้องให้ญาติยืนยันว่าเป็นบุคคลที่สูญหายและมีดีเอ็นเอตรงกัน


>> กรมควบคุมโรค เผย ไทยพบผู้ป่วยโรคฝีดาษวานร สะสม 1,074 ราย เฝ้าระวังสายพันธุ์ Clade Ib

13.16 น. นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์โรคฝีดาษวานร (Mpox) ประเทศไทยมีผู้ป่วยสะสม 1,074 ราย เสียชีวิต 16 ราย โดย 26 เมษายน – 9 พฤษภาคม 2569 ได้รับรายงานผู้ป่วยยืนยัน Mpox Clade Ib รายใหม่ 2 ราย นอกจากนี้ ได้รับรายงานจากผู้ประสานกฎอนามัยระหว่างประเทศ พบผู้ป่วยชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย ผู้ป่วยอยู่ในกลุ่มอายุ 25-40 ปี ทั้งนี้ Mpox clade Ib มีแนวโน้มแพร่กระจายเพิ่มขึ้น โดยตรวจพบตั้งแต่ปี พ.ศ.2567 ผู้ป่วยสะสม 18 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.2569 ได้รับรายงานทั้งสิ้น 6 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ความเสี่ยงส่วนใหญ่เกิดจากการสัมผัสแนบชิด

นพ.มณเฑียร ย้ำว่า โรคฝีดาษวานรยังคงพบผู้ป่วยต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีพฤติกรรมเสี่ยง การป้องกันที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงการสัมผัสแนบชิด/เนื้อแนบเนื้อกับผู้ที่มีอาการ และการมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลแปลกหน้าหรือที่มีตุ่มผื่นที่สงสัยการติดเชื้อที่ผิวหนัง

ด้านรองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึง มาตรการป้องกันโรค Mpox ได้แก่ หลีกเลี่ยงการสัมผัสแนบชิดกับผู้ที่มีผื่น หรือตุ่มหนอง งดใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน หมั่นล้างมือ ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ และหลีกเลี่ยงการมีคู่นอนกับบุคคลแปลกหน้า หากมีอาการสงสัย เช่น มีไข้ ผื่น หรือตุ่มหนอง โดยเฉพาะบริเวณอวัยวะเพศ หรือร่างกาย ร่วมกับมีประวัติเสี่ยงภายใน 21 วัน ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติเสี่ยงทันที เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม


>> คณะองคมนตรี ร่วมสังเกตการณ์การประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ

13.55 น. คณะองคมนตรี ร่วมสังเกตการณ์ ให้คำแนะนำ และข้อห่วงใย ในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถามการณ์และเตรียมการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี 2569 ณ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม

คณะองคมนตรี เน้นย้ำการน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นกรอบในการวางแผนบริหารจัดการน้ำในระยะยาว พร้อมกำชับทุกหน่วยงานดูแลประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด ให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง

นายกฯ ระบุว่า รัฐบาลได้บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ภัยแล้ง ทั้งเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร และสำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ได้สั่งการให้จังหวัดดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุ โดยให้ประสานการปฏิบัติอย่างใกล้ชิดร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนโดยเร่งด่วน

พร้อมเตรียมเดินหน้าโครงการ "มหาดไทยเติมน้ำ เติมสุข บำบัดทุกข์ คลายแล้ง ปี 2569" สูบน้ำกลับเข้าแหล่งน้ำใน 18 จังหวัด ปริมาณรวม 1,997,691 ลูกบาศก์เมตร ครอบคลุมประชาชน 34,169 ครัวเรือน รวมทั้งบูรณาการข้อมูลจากดาวเทียมและข้อมูลสารสนเทศ เพื่อประเมินสถานการณ์ และแจ้งให้ทั้ง 76 จังหวัดเตรียมพร้อมรับมือและแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างครอบคลุมต่อไป


>> ทลายโกดังซุก "ยาย้อมผมมรณะ" อ้างสารสกัดธรรมชาติ ลวงขายออนไลน์ ทำแพ้รุนแรง

14.36 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย บก.ปคบ. และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) โดย ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ปฏิบัติการบุกทลายแหล่งจัดเก็บและกระจายสินค้ายาย้อมผมเถื่อนไร้เลขจดแจ้งรายใหญ่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ตรวจยึดของกลางกว่า 2,000 ชิ้น สืบเนื่องจากการสืบสวนในสื่อออนไลน์ พบมีผู้บริโภคซื้อผลิตภัณฑ์ยาย้อมผมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โฆษณาอ้างว่าเป็น “ยาย้อมผมสมุนไพร ใช้สารสกัดจากธรรมชาติ 100% ไร้สารเคมี” แต่เมื่อนำมาใช้งานจริงกลับแพ้รุนแรง

จากการเร่งสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนทราบสถานที่จัดเก็บผลิตภัณท์ และนำหมายค้นของศาลจังหวัดธัญบุรี เข้าตรวจค้นโกดังแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ตรวจยึดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางไม่ขึ้นทะเบียน จำนวน 2,000 ชิ้น จากการสอบสวนคนนำตรวจในโกดัง อ้างว่า เมื่อหลายเดือนก่อนมีหญิงชาวจีน มาติดต่อว่าจ้างให้ทำหน้าที่คอยแพ็คสินค้าและส่งให้ลูกค้าชาวไทยตามออเดอร์ จากร้านค้าที่ขายออนไลน์

เบื้องต้นผลิตภัณฑ์ที่ตรวจยึด พนักงานสอบสวนจะส่งตรวจพิสูจน์กับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข หากพบวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง จะเป็นความผิดเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ. เครื่องสำอาง ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

>> ตชด.จับขบวนการขนไอซ์กลางกรุง ยึดของกลางกว่า 500 กก.

14.59 น. ที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.) มอบหมาย พล.ต.ต.ปกปภพ บดีพิทักษ์ รอง ผบช.ตชด. แถลง ตำรวจตระเวนชายแดน กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44 และ ร้อย ตชด.134 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.พหล เกตุแก้ว ผบก.ตชด.ภาค 4 พล.ต.ต.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผบก.ตชด.ภาค 1 พ.ต.อ.เสกสรร อินทรสิทธิ์ รอง ผบก.ตชด.ภาค 4 พ.ต.อ.นคร รุ่งคณาวุฒิ ผกก.ตชด.44 จับกุมขบวนการค้ายาเสพติดส่งชายแดนใต้ จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ยึดของกลางไอซ์ 500 กิโลกรัม

ผบช.ตชด.กล่าวว่า ตำรวจตระเวนชายแดนภาค 4 โดย กก.ตชด.44 สืบสวนเกาะติดขบวนการค้ายาเสพติดที่ลักลอบลำเลียงจากตอนบนของประเทศส่งลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกรณี ตชด.44 สืบสวนจนรู้ตัวระดับสั่งการ หรือหัวจ่าย ทราบชื่อ นายเค ส่งสายลับเข้าแทรกซึม จนทราบว่าเครือข่ายของนายเค นัดส่งไอซ์ ประมาณ 300 กิโลกรัม ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อนำมาส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ โดยวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 นายเคได้สั่งการให้จัดหารถสำหรับขนไอซ์ลงใต้ โดยในค่ำวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 สายลับนำรถไปจอดทิ้งไว้ใกล้ ๆ กับห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านรามอินทราตามที่นายเคชี้จุด

จากนั้นมีชายขี่รถจักรยานยนต์มารับรถซึ่งเป็นกระบะขับไปยังบ้านหลังหนึ่ง ย่านบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ตชด.ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.วิญญา ขวัญเกลี้ยง หัวหน้าชุดปฏิบัติการยาเสพติด กก.ตชด.44 และ พ.ต.ต.ชยันธร ชูกลิ่น ผบ.ร้อย ตชด.134 จึงติดตามไปจนพบชายและหญิง 3 คน กำลังลำเลียงไอซ์ใส่รถคันดังกล่าว ตรวจสอบพบไอซ์ น้ำหนัก รวม 500 กิโลกรัม จับกุม นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี นายบี (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี และ น.ส.ซี (นามสมมุติ) อายุ 49 ปี ภรรยานายบี ยึดโทรศัพท์มือถือ แทปเล็ต และรถที่ใช้ก่อเหตุ ควบคุมตัวดำเนินคดีฐานร่วมกันมีและจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1ไว้ในครอบครอบโดยผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ตำรวจตระเวนชายแดนกำลังขยายผลเครือข่ายนี้เพื่อจับกุมระดับสั่งการและเครือข่ายทั้งหมดต่อไป โดยมุ่งมั่นป้องกันปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง


>> แม่ “น้องขนุน” ร่ำไห้รับร่างลูกชาย เคาะโลงเรียกกลับบ้าน ดับฝันโปรแกรมเมอร์จากเหตุรถไฟชนรถเมล์

15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า หลังญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุรถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทาง เดินทางมารับร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา โดยหนึ่งในนั้นคือ “น้องขนุน” นายธนัฐพิพัฒน์ อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตนครปฐม ซึ่งมีความฝันอยากเป็นโปรแกรมเมอร์ ด้าน นางณัฐฐ์สุกรณ์ อายุ 49 ปี ผู้เป็นแม่ อุ้มรูปถ่ายลูกชายร่ำไห้ เปิดใจว่าลูกเป็นเด็กดี เรียนเก่ง และใส่ใจครอบครัว แม้มีโรคประจำตัวและผ่านการผ่าตัดหลายครั้ง แต่ก็สู้ชีวิตมาตลอด

แม่ของน้องขนุน เผยอีกว่า ก่อนเกิดเหตุลูกชายยังพูดว่าจะซื้อนาฬิกาเรือนใหม่ให้แม่ในวันเกิด เพราะเห็นว่านาฬิกาเสีย พร้อมยอมรับว่ายังคาใจกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เพราะมองว่าเป็นความประมาทที่ไม่ควรเกิดขึ้น หลังรับร่าง คุณแม่ได้ถือรูปเข้าไปดูร่างลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมจุดธูปเรียกกลับบ้าน ร้องไห้จนแทบเป็นลม และเคาะโลงเรียกลูกชายตลอดทาง ขณะที่มูลนิธิร่วมกตัญญูและ ขสมก. จัดรถอำนวยความสะดวกให้ญาติในการเคลื่อนย้ายร่างไปประกอบพิธีทางศาสนา


>> ครม. เคาะ ยกเลิก "ฟรีวีซ่า 60 วัน" กลับไปใช้เกณฑ์เดิม

15.58 น. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี "มีมติยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน" จำนวน 90 กว่าประเทศ รวมถึงยกเลิกประเทศที่มีมากกว่า 1 วีซ่า ก็ยกเลิกเช่นเดียวกัน โดยให้นำไปใช้หลักเกณฑ์เดิม

ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ ก็จะมีการแจ้งกับหน่วยงานต่างๆต่อมติดังกล่าว ส่วนเกณฑ์เสนอใหม่นั้น คณะกรรมการนโยบายการตรวจลงตรา จะมีการพิจารณาในรายประเทศอีกครั้งหนึ่งว่าประเทศใดเหมาะสมกับวีซ่าประเภทไหน โดยคำนึงถึงเรื่องของความมั่นคงและเศรษฐกิจในรอบด้าน

ทั้งนี้ ทุกประเทศที่ถูกยกเลิก 60 วัน ก็จะกลับไปใช้วีซ่าประเภทเดิม ซึ่งส่วนใหญ่จะได้ประมาณ 30 วัน


>> รวบ 2 โจรขโมยสายไฟหาเงินซื้อยาเสพ ทำชาวบ้านเดือดร้อน

16.16 น. ตำรวจชุดสืบสวนกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 9 จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี และนายบี (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี โดยจับได้ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งที่ตำบลปากพะยูน อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง พร้อมของกลาง อาทิ เงินสด 1,040 บาท, รถจักรยานยนต์ ที่ใช้ขี่ไปก่อเหตุ และ ลวดทองแดง น้ำหนัก 4.4 กิโลกรัม ที่ได้จากการขโมยตัดสายไฟ

ภายหลังจากที่ทั้งคู่ตระเวนก่อเหตุขโมยตัดสายไฟฟ้าหลายพื้นที่ในจังหวัดสงขลา กระทั่งล่าสุดไปตัดสายไฟฟ้าระบบทำประปาหมู่บ้านที่ตำบลห้วยลึก อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา จนทำให้นายก อบต. ห้วยลึกและอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตั้งรางวัลนำจับ รวมทั้งสิ้น 160,000 บาท ซึ่งรางวัลนี้ตกเป็นของตำรวจ เพราะตำรวจสืบสวนจับกุมเอง

หลังจับกุมได้ ผู้ต้องหาให้การว่า เมื่อ 2 เดือนก่อนก็ถูกจับกุมคดีลักทรัพย์ และประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 150,000 บาท ก็ยังออกมาตระเวนลักทรัพย์ตัดสายไฟ ปอกเอาลวดทองแดงนำไปขาย เอาเงินไปใช้จ่ายและซื้อยาเสพติดเสพ


>> จ.พัทลุง คุณตาวัย 83 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ จะไปงานบวชหลาน เกิดอุบัติเหตุชนกับรถเก๋งเสียชีวิตที่ รพ.

17.48 น. ร.ต.อ.โสรส ชนะพันธุ์ หัวหน้าสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพท่าแค และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพัทลุง เข้าตรวจสอบอุบัติเหตุบนถนนสายเอเชีย ฝั่งขาขึ้น พื้นที่หมู่ 12 ต.ท่าแค อ.เมือง จ.พัทลุง

ที่เกิดเหตุ พบร่างของ ผู้ชายไทย อายุ 83 ปี ชาว ต.ท่าแค ได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังขับรถจักรยานยนต์ สีแดง กำลังเดินทางไปงานบวชหลาน ก่อนถูกรถเก๋ง สีดำ พุ่งชน เจ้าหน้าที่เร่งปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาลพัทลุง แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมาที่ห้องฉุกเฉิน

ส่วนรถเก๋ง สีดำ คู่กรณีได้รับความเสียหายบริเวณด้านหน้าพังยับ กระจกหน้าด้านซ้ายแตก โดยมี ชายไทย เป็นคนขับรถ ให้การว่า ขณะขับรถอยู่ในเลนขวา มีรถบรรทุก 18 ล้อวิ่งอยู่เลนซ้ายด้านหน้า จู่ๆ รถจักรยานยนต์ สีแดง ของผู้เสียชีวิตได้ขับตัดขึ้นมาในเลนขวาอย่างกะทันหัน ทำให้เบรกและหลบไม่ทัน จนเกิดการชนอย่างรุนแรง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง


>> ป.ป.ส. ลุยปูพรมจัดระเบียบขนส่งสาธารณะ "ราง-ถนน" ตรวจเข้มพนักงานรถไฟ-โชเฟอร์หมอชิต

19.11 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน สำนักงาน ปปส.กทม. ภายใต้การอำนวยการของ นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม. ได้เปิดปฏิบัติการปูพรมตรวจคัดกรองสารเสพติดและแอลกอฮอล์พนักงานขับรถโดยสารสาธารณะและพนักงานการรถไฟฯ พร้อมกัน 2 จุดใหญ่ ครอบคลุมทั้งระบบรางและระบบถนน

จุดที่ 1 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และ โรงรถจักรดีเซลบางซื่อ นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม. และ นายจารุวัฒน์ ทองแจ้ง ผอ.ปป.1 สำนักปราบปรามยาเสพติด นำกำลังเจ้าหน้าที่ 25 นาย ลงพื้นที่ตรวจหาสารเสพติดและแอลกอฮอล์ให้แก่พนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ตอบสนองข้อสั่งการของกรมการขนส่งทางราง ที่เน้นย้ำมาตรการ “Zero Tolerance” ความไม่ยอมรับต่อการกระทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด 
สำนักงาน ปปส.กทม. ได้สนับสนุนชุดตรวจสารเสพติดเพิ่มเติมจำนวน 3,000 ชุด ให้แก่ รฟท. เพื่อดำเนินการตรวจคัดกรองพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถ 100% ไปจนถึงวันที่ 26 พ.ค. 69 โดยผลการตรวจคัดกรองในวันแรกจำนวน 118 คน (ชาย 115 คน หญิง 3 คน) ไม่พบสารเสพติดและแอลกอฮอล์ในร่างกายแต่อย่างใด

จุดที่ 2 สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ หมอชิต นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม. ได้มอบหมายให้ นายอดิเรก อ่อนละมูล ผอ.บก. ร่วมกับ สถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด (สวพ.), กรมการขนส่งทางบก นำโดย นายกิจจา สมสุข ผอ.กองตรวจการขนส่งทางบก และกองคุ้มครองผู้โดยสาร บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) นำกำลังเจ้าหน้าที่ 40 นาย ลงพื้นที่สถานีขนส่งหมอชิต

เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสุ่มตรวจหาสารเสพติดพนักงานขับรถยนต์โดยสารสาธารณะ กลุ่มรถตู้และรถบัสโดยสารขนาดเล็ก จำนวน 79 ราย (ชาย 78 ราย หญิง 1 ราย) ผลการตรวจไม่พบสารเสพติดในร่างกายเช่นกัน


>> รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิตชาย 1 รายริมถนน ใกล้แยกบ้านทุ่งใหญ่ จ.ปราจีนบุรี

19.22 น. ศูนย์วิทยุมูลนิธิสัจจพุทธธรรมแห่งประเทศไทย อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต บริเวณสี่แยกบ้านทุ่งใหญ่ ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี

ที่เกิดเหุต พบรถกระบะ อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน ปราจีนบุรี ลักษณะชนกับ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีดำ ป้ายทะเบียน ปราจีนบุรี ห่างออกไป พบร่างของผู้เสียชีวิต เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 20 - 30 ปี นอนติดกับพงหญ้าข้างทาง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กบินทร์บุรี

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม