24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 18 พฤษภาคม 2569
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยพุทธบูชา 31 วอดทั้งหลังและลุกลามบ้านข้างเคียง
08.16 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยพุทธบูชา 31 ถนนพุทธบูชา แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง เพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ลุกลามบ้านหลังข้างเคียง เสียหายบางส่วน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 70 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยทุ่งครุ
>> ผู้การฯ นครปฐม แถลงการขยายผลแก๊งค้ายาไอซ์ข้ามชาติ ยึดได้อีก 44 กก. พร้อมผู้ต้องหาชาวมาเลย์ เหลือ 3 รายหลบหนี เร่งไล่ล่าจับกุม
11.30 น. พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จว.นครปฐม พร้อมด้วย นายทิพเมษฐ์ สังขวรรณะ ผอ.ปปส.ภาค 7, ตำรวจ สภ.กำแพงแสน พร้อมชุดสืบสวน ภ.จว.นครปฐม ร่วมเปิดแถลงข่าวแก๊งค้ายาไอซ์ข้ามชาติ ชาวมาเลเซีย
พร้อมยึดยาไอซ์ จำนวน 44 ก.ก.มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท และยึดรถกระบะ ป้ายทะเบียน กรุงเทพมหานคร ที่มียาไอซ์ซุกอยู่ในรถ จอดเช่าห้องพักในรีสอร์ต แห่งหนึ่ง ตั้งอยู่หมู่ 1 ต.ทุ่งกระพังโหม อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม
โดยผู้ต้องหาที่มาเปิดห้องเช่า 4 คน ทิ้งรถไว้แล้วหลบหนี ถูกตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ 1 คน เป็นผู้ชาย สัญชาติมาเลเซีย เป็นผู้เช่ารถยนต์ จับกุมได้ที่ด่านข้พรมแดน สะเดา จ.สงขลา
สอบสวน ชายชาวมาเลเซีย ให้การรับสารภาพว่าแก๊งมาเลเซีย ค้ายาไอซ์ ที่ บช.ปส.จับกุม 5 คน เมื่อวันที่ 14 พ.ค.69 พร้อมยาไอซ์ 440 กิโล ที่โรงแรมในตำบลทับหลวง อ.เมืองนครปฐม เป็นแก๊งเดียวกัน พวกตนแยกออกมาพักอีกที่หนึ่งในเขต อ.กำแพงแสน มีด้วยกัน 4 คน แยกโดยเอายาบ้าติดรถมาด้วย 44 กิโล หลังจากแยกกันมาพักโรงแรมรีสอร์ต ทราบข่าวในวันที่ 14 พ.ค.69 ว่าพรรคพวกชาวมาเลเซีย ที่พักอยู่ที่โรงแรม ที่ตำบลทัพหลวง อ.เมืองถูกจับและถูกยึดยาไอซ์ได้ทั้งหมด เลยกลัวว่าตำรวจจะตามมาจับกุม หากเพื่อนรับสารภาพ เลยแยกย้ายกันหนี โดยไม่ทราบว่าอีก 3 คน ที่มาพักด้วยกันหนีไปทางไหน ทิ้งรถเพราะกลัวตำรวจตามจับได้ มี ตนเอง ที่หนีลงใต้เข้ามาเลเซียทางด่านสะเดา และถูกจับดังกล่าว
สำหรับผู้ต้องหาที่หลบหนีไปอีก 3 คน ตำรวจชุด ปส.และสืบสวน ภ.จว.นครปฐม กำลังออกตามล่าตัว คาดว่าจะยังหนีอยู่ในประเทศ เพราะเราสกัดทุกช่องทาง ถือว่าแก๊งนี้เป็นแก๊งใหญ่ ส่งออกเองเมื่อไปถึงมาเลเซียแล้วจะกระจายออกยังประเทศใกล้เคียง นับเป็นแก๊งข้ามชาติรายใหญ่สุดที่จับมา
>> กรมอุตุ แจงเหตุไม่ส่ง CellBroadcast แผ่นดินไหวเมียนมา 5.3 เพราะ "ไม่เข้าเกณฑ์แจ้งเตือน"
12.09 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีเกิดแผ่นดินไหวใกล้ชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเมียนมา เมื่อเวลา 09.05 น. วันที่ 18 พฤษภาคม ตามเวลาในไทย โดยแรงสั่นสะเทือนขนาด 5.3 และ ศูนย์กลางลึกลงไปใต้ดิน 10 กิโลเมตร ห่างจากทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.แม่สอด จ.ตาก ประมาณ 247 กม. ไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย แต่ในโลกออนไลน์ มีการแชร์ข้อมูลจากผู้อาศัยในตึกสูงในกรุงเทพฯ ที่ระบุว่า "รับรู้การสั่นสะเทือน" และหลายคนตั้งข้อสงสัยว่า ทำไม CellBroadCast จึงไม่ได้แจ้งเตือน
ล่าสุด กรมอุตุนิยมวิทยาชี้แจงกรณีไม่มีการส่งแจ้งเตือน CellBroadCast ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้มีขนาด 5.3 ยังไม่เข้าเกณฑ์การแจ้งเตือน CellBroadCast ในแผ่นดินไหวขอบเขตที่ 2 (พื้นที่รอบนอกประเทศไทย) ซึ่งจะส่ง CellBroadcast เมื่อมีขนาดมากกว่าหรือเท่ากับ 6.0 ขอให้ติดตามข้อมูลความปลอดภัยจาก ปภ.
ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พบว่า เกณฑ์การแจ้งเหตุแผ่นดินไหวผ่าน CellBroadCast เป็นดังนี้
เกิดแผ่นดินไหวบนบก ในประเทศ แจ้งเตือนตั้งแต่ขนาด 4.0 ขึ้นไป, เกิดแผ่นดินไหวบนบก ในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แจ้งเตือนตั้งแต่ขนาด 6.0 ขึ้นไป และ เกิดแผ่นดินไหวในทะเลอันดามัน แจ้งเตือนตั้งแต่ขนาด 7.0 ขึ้นไป
>> รวบผู้ร้ายข้ามชาติชาวจีน แฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว หนีหมายจับจีนนานกว่า 12 ปี
13.32 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ) โดย กองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม ร่วมกันควบคุมตัว ผู้ชาย อายุ 61 ปี สัญชาติจีน (กรณีถูกเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร) เนื่องจากเป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 12(7) คือ “มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข หรือความปลอดภัยของประชาชน หรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศออกหมายจับ”
โดยจับกุมได้ บริเวณสวนแห่งหนึ่ง อ.เบตง จ.ยะลา จากการสืบสวนของสำนักงานความมั่นคงสาธารณะนครฝอซาน มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน พบว่า ชายคนดังกล่าว ได้กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงบัตรเครดิตต่อธนาคารเพื่อการเกษตรแห่งประเทศจีน จนนำไปสู่การออกหมายจับตามกฎหมายของจีน หลังก่อเหตุผู้ต้องหาได้เดินทางหลบหนีออกจากเมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน หลบหนีไปในหลายประเทศนานกว่า 12 ปี
ต่อมา ตำรวจ บก.ป. ได้รับข้อมูลจากศูนย์ความร่วมมือแจึงช่วยสืบสวนทราบว่าคนร้ายหลบหนีและอาจพำนักอยู่ในประเทศไทย กระทั่งตามจับได้ที่จังหวัดยะลา เจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิและรับทราบคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวแล้ว ควบคุมตัวไว้ ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง จังหวัดยะลา เพื่อรอการผลักดันออกนอกราชอาณาจักร และส่งกลับไปดำเนินคดีตามกฎหมายของสาธารณรัฐประชาชนจีนต่อไป
>> นายกฯ นั่งหัวโต๊ะประชุมประชาคมข่าวกรอง ย้ำการข่าวยุคใหม่ต้อง "มองรอบด้าน – เข้าใจต้นตอปัญหา" เพื่อแก้ไขได้ตรงจุดและแม่นยำ
14.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมสรุปสถานการณ์ด้านความมั่นคงของประเทศ โดยประชาคมข่าวกรอง 14 หน่วยมั่นคง ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
นายกฯ ระบุว่า การข่าวในปัจจุบันมีความซับซ้อนและหลายมิติ จึงต้องติดตามข้อมูลอย่างครบถ้วนรอบด้าน ไม่ใช่เพียงรู้ว่า “เกิดอะไรขึ้น” แต่ต้องเข้าใจว่า “เกิดขึ้นเพราะอะไร” เพื่อให้สามารถวิเคราะห์และแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างตรงจุดและแม่นยำ ให้รัฐบาลสามารถนำข้อมูลไปใช้กำหนดนโยบายและบริหารจัดการสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับงานด้านความมั่นคง และให้ความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงาน พร้อมขอให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานเชิงรุก เชื่อมโยงมิติด้านการข่าว ความมั่นคง และเศรษฐกิจ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปในทิศทางเดียวกัน และสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน
>> กระทรวงคมนาคม เร่งสอบสวนและเอาผิดกรณีรถไฟชนรถโดยสาร ตั้งกรรมการสอบวินัยพนักงาน รฟท.– ขสมก. พร้อมสั่งปูพรมตรวจสารเสพติดพนักงานทุกคน
14.46 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เน้นย้ำข้อสั่งการของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในเรื่องความรับผิดชอบและการดำเนินคดี กรณีเหตุรถไฟบรรทุกสินค้าชนรถโดยสารประจำทาง โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ความรับผิดทางอาญา เนื่องจากอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากการกระทำผิดของพนักงานขับรถไฟ โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะทำหน้าที่เป็นเจ้าทุกข์ร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
ส่วนความรับผิดชอบทางวินัย ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยพนักงาน รฟท. และ ขสมก. ตั้งแต่ระดับผู้ปฏิบัติงานไปจนถึงผู้บังคับบัญชาตามลำดับขั้น หากพบผู้บังคับบัญชาละเลยหรือเซ็นรับรองพนักงานที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมจะต้องถูกสั่งพักงานและรับโทษทางวินัยทันที
ส่วนสุดท้ายคือมาตรการความปลอดภัยตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางราง โดยรัฐมนตรีได้สั่งปรับเปลี่ยนจากการสุ่มตรวจสารเสพติดในอดีต เป็นมาตรการ "ปูพรมตรวจสารเสพติด 100%" กับพนักงานขับรถทุกคน ทั้งของ รฟท. ขสมก. และหน่วยงานอื่น ๆ รวมถึงต้องตรวจวัดแอลกอฮอล์เป็นประจำทุกวัน เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นในระบบขนส่งสาธารณะ
>> ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ไหว้ลาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสาชิงช้า ฝากคำอธิษฐาน “ขอให้ประเทศชาติได้สิ่งที่ดีที่สุด”
15.25 น. ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร : นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สักการะพระพุทธรูปประจำกรุงเทพมหานคร “พระพุทธนวราชบพิตร” ภายในศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เป็นครั้งสุดท้าย ภายหลังลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก่อนสิ้นสุดเวลาปฏิบัติหน้าที่ในเวลา 17.00 น. โดยมีคณะผู้บริหาร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และคณะที่ปรึกษา ร่วมสักการะ
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า การมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนี้ไม่ได้มีฤกษ์ยามใดเป็นพิเศษ เพียงแค่ต้องมาก่อนเวลา 17.00 น. เพราะหากพ้นจากตำแหน่งแล้ว ตนต้องแลกบัตรเพื่อเข้ามาภายในศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าขอพรเรื่องใด ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ตอบว่า “ขอให้สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศชาติ ไม่ได้ขอพรให้ตัวเองกลับมา แต่ขอให้สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเป็นสิ่งที่ดีต่อประเทศชาติ หากการกลับมาของเราจะนำสิ่งที่ดีก็ขอให้เกิดขึ้น แต่หากกลับมาแล้วจะเกิดสิ่งที่ไม่ดี ก็อย่าให้เกิดขึ้น”
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยังกล่าวอีกว่า ตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่งจนถึงวันนี้ รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วมาก “ช่วงเวลาที่มีความสุขมักผ่านไปอย่างรวดเร็ว”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงแรงบันดาลใจในการลงสมัครสมัยที่ 2 ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ระบุว่า แรงบันดาลใจสำคัญมาจากประชาชน การได้เห็นประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นคือแรงผลักดันสำคัญ หากประชาชนพึงพอใจก็ถือเป็นแรงบันดาลใจให้เดินหน้าทำงานต่อ
>> ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้อง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไว้พิจารณา ให้ ครม.จัดทำคำชี้แจง ส่งเอกสารหลักฐาน ภายในเวลา 7 วัน
15.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 133 คน เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร (ผู้ร้อง) ว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรรคหนึ่ง ผู้ร้องจึงส่งความเห็นดังกล่าวเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 วรรรคหนึ่งนั้น
ล่าสุด ศาลรัฐธรรมนูญ ได้พิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องแล้ว เห็นว่า กรณีนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 7 (1) จึงมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย แจ้งให้ผู้ร้องทราบ และ เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธธธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 27 วรรคสาม ให้คณะรัฐมนตรีจัดทำคำชี้แจง ตามประเด็นที่ศาลรัฐธธรรมนูญกำหนด และจัดส่งสำเนาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องยื่นต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ
>> กรมปศุสัตว์ สกัดจับ "ไข่ไก่" สงสัยลักลอบนำเข้า 1.8 แสนฟอง มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท
15.52 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้ตนเร่งขับเคลื่อนนโยบายป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรเถื่อนทุกชนิด ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดจริงจัง เนื่องจากมีความห่วงใยทั้งด้านความปลอดภัยอาหารต่อผู้บริโภค ด้านการแพร่ระบาดของโรคระบาดสัตว์และแมลงศัตรูพืชเข้ามาในประเทศ รวมถึงปกป้องให้ความเป็นธรรมต่อเกษตรกรผู้ผลิตในประเทศให้ได้รับความเป็นธรรมในด้านการตลาด จึงได้นำข้อสั่งการดังกล่าวของนายสุริยะประสานและกำชับกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม
ล่าสุดได้รับรายงานจากนายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ว่าชุดเฉพาะกิจกลุ่มด่านกักกันสัตว์ที่ 8 ซึ่งประกอบด้วย ด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์ และด่านกักกันสัตว์เพชรบุรี ได้ร่วมกันตั้งด่านสกัดจับกุมผู้กระทำความผิด โดยเมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พบรถบรรทุก 12 ล้อ คลุมผ้าใบ บริเวณแยกบ้านเนินดินแดง ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงเรียกตรวจสอบ จากการตรวจค้นพบไข่ไก่บรรจุในกล่องกระดาษ จำนวน 180,000 ฟอง โดยผู้ขับขี่ไม่สามารถแสดงเอกสารการเคลื่อนย้ายและเอกสารแสดงแหล่งที่มาของไข่ไก่ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ พร้อมให้การว่า รับจ้างขนไข่ไก่ ต้นทางจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และจะมีการแจ้งจุดส่งสินค้าอีกครั้งหากเดินทางถึงปลายทาง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สารวัตรปศุสัตว์ได้ตรวจยึดของกลางประกอบด้วย ไข่ไก่จำนวน 180,000 ฟอง และรถบรรทุก 12 ล้อ 1 คัน พร้อมนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยยาง เพื่อดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้เก็บตัวอย่างไข่ไก่ของกลางส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการของศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันตก จ.ราชบุรี เพื่อเฝ้าระวังโรคและตรวจสอบความปลอดภัยเพิ่มเติม และจะขยายผลสืบสวนหาแหล่งโรงฟักไข่ไก่ที่ให้ความร่วมมือกับผู้กระทำความผิด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบมาตรฐานโรงฟักไข่ของกรมปศุสัตว์อย่างเคร่งครัดต่อไป
>> รองนายกฯ ปกรณ์ แจงนายกฯ ไม่ได้สนับสนุนรัฐฟ้องปิดปากประชาชน แค่พูดตามหลักกฎหมาย ยันรัฐบาลจริงจังขจัดคอร์รัปชันทุกรูปแบบ
16.00 น. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้แทนภาคเอกชน (กกร.) โดยคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน ร่วมกันชี้แจง นายกฯไม่ได้สนับสนุนการฟ้องปิดปากประชาชน กรณีเปิดเผยผลการสำรวจของภาคเอกชนที่ระบุว่าการคอรัปชั่นเป็นอุปสรรคสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ แต่เพียงพูดตามหลักกฎหมายว่าเป็นสิทธิของผู้เสียหายที่จะปกป้องตนเองและองค์กร หากมั่นใจว่าไม่ได้กระทำความผิด
ในทางกลับกัน นายกฯ เห็นว่า ข้อมูลการสำรวจนี้เป็นประโยชน์ และทุกหน่วยงาน ไม่ใช่เฉพาะหน่วยที่มีชื่อปรากฏในรายงาน ควรนำไปเป็นฐานในการทบทวนการดำเนินการให้เกิดความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นแก่ภาครัฐ โดย เตรียมเรียกประชุมหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวันที่ 20 พ.ค. 69 นี้ เพื่อทำความเข้าใจและมอบนโยบายในเรื่องนี้ต่อไป
ทั้งนี้ จากการหารือเมื่อวันที่ 15 พ.ค. กกร. ได้มีข้อเสนอ 3 ข้อ คือ จัดตั้งคณะทำงาน และผลักดันการปราบปรามการทุจริต, ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ลดกระบวนการทุจริต สร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และ แก้ไขปัญหาและอุปสรรคจากกฎหมายที่ล้าสมัย
นอกจากนี้ ได้แต่งตั้ง คณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) เพื่อผลักดันมาตราการป้องกันการทุจริตอย่างจริงจัง
>> ตร.เผย ‘คนขับรถไฟ-คนโบกธง’ ให้การขัดกัน เตรียมเรียกนิติกร รฟท. สอบระเบียบใบการเดินรถ
16.22 น. ที่ สน.มักกะสัน พล.ต.ต. วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) เปิดเผยภายหลังประชุมคดีรถไฟชนรถประจำทางสาย 206 นานกว่า 2 ชั่วโมงว่า ที่ประชุมได้ตั้งคณะทำงานสอบสวนสืบสวนและแบ่งหน้าที่การทำงานกัน
โดยเบื้องต้น ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับคนขับรถประจำทางสาย 206 ฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย บาดเจ็บสาหัส และทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย ส่วนคนขับรถไฟและคนโบกธงให้สัญญาณ ตำรวจแจ้งข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บสาหัส
ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ยังระบุว่า "คนขับรถไฟ" กับ "คนโบกธงให้สัญญาณ" ให้การขัดแย้งกัน โดยคนโบกธงยืนยันว่ามีการโบกธงให้สัญญาณแล้ว แต่คนขับรถไฟให้การว่าไม่ได้เห็นสัญญาณ ซึ่งถือเป็นสิทธิของผู้ต้องหา หลังจากนี้คณะทำงานจะแบ่งความรับผิดชอบกัน โดยจะลงไปตรวจสอบทุกจุดตัดแยกที่รถไฟขบวนดังกล่าววิ่งผ่าน เพื่อตรวจสอบว่าใช้ความเร็วขณะผ่านแยกกี่กิโลเมตรต่อชั่วโมง รวมทั้งตรวจสอบว่าคนโบกธงให้สัญญาณในแต่ละจุดตัดแยกมีการให้สัญญาณชัดเจนหรือไม่
ขณะเดียวกันคณะทำงานได้ส่งหนังสือไปที่การรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อขอเข้าไปจำลองเหตุการณ์ ดูมุมมองการขับรถก่อนเรียกผู้เชี่ยวชาญมาให้ข้อมูล พร้อมขอเอกสารจากกล่องดำ และเรียกนิติกรของการรถไฟมาสอบถามว่าใช้ระเบียบหรือมาตรฐานอะไรในการออกระเบียบการเดินรถอนุญาตให้บุคคลขับรถไฟ เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีพนักงานคนขับรถไฟคนใดมีใบอนุญาตขับขี่
นอกจากนี้คนขับรถไฟอ้างว่าเสพยาบ้าและกัญชาเป็นประจำครั้งละหลายเม็ด โดยเสพครั้งล่าสุด 10 วันก่อนเกิดเหตุ แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ โดยจากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหาเคยถูกดำเนินคดีเสพยาเสพติดเมื่อปี 2562 ในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช
>> จ.ชลบุรี กู้ภัยเร่งช่วยเหลือ นักท่องเที่ยวพลัดตก ชั้น 4 น้ำตกชันตาเถร ได้รับบาดเจ็บ
16.30 น. ศูนย์วิทยุ หน่วยกู้ภัย เพียวเยี่ยงไท้ ศรีราชาอำเภอศรีราชาจังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ประจำน้ำตกชันตาเถร พื้นที่ตำบลบางพระอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ว่ามีนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บ จากการลื่นล้ม อยู่บริเวณชั้น 4 ของน้ำตก หลังรับแจ้งจึงรีบจัดรถพยาบาลพร้อมกำลังอาสาสมัครเร่งรัดออกตรวจสอบในที่เกิดเหตุ
เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณด้านล่างของน้ำตกชันตาเถร ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันวางแผนการช่วยเหลือผู้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้นจึงเดินเท้าขึ้นไปยังบริเวณชั้น 4 ของน้ำตก โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถเข้าถึงตัวผู้รับบาดเจ็บได้ โดยผู้เจ็บเป็นชาย 1 รายคือ นาย อนุรักษ์ อายุ 18 ปีได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผลฉีกขาดหลังขนาดใหญ่ ขาด้านขวามีบัตรแผลฉีกขาดฉกรรจ์ ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจึงทำการปฐมพยาบาลในเบื้องต้น ก่อนนำตัวผู้รับบาดเจ็บลงมายังด้านล่างด้วยความทุลักทุเล หลังจากนั้นจึงนำตัวส่งต่อให้ทางทีมแพทย์ของโรงพยาบาลสมิติเวชศรีราชา เพื่อนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล แหลมฉบัง เพื่อให้แพทย์ทำการช่วยเหลืออีกครั้ง
จากการสอบถามทางเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ได้เล่าว่าในขณะที่ตนกำลังอำนวยความสะดวกอยู่บริเวณป้อมบริเวณทางเข้า มีประชาชนแจ้งว่ามีทั้งท่องเที่ยวลื่นล้มอยู่บริเวณชั้น 4 ของตัวน้ำตกหลังจากรับแจ้งจึงได้รายงานผู้ บังคับบัญชา ให้ทราบหลังจากนั้นจึงแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้เดินทางช่วยเหลือต่อไป
>> อุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถพ่วง มีผู้เสียชีวิต กลางถนนสายสุรินทร์ - ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์
18.02 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสุรินทร์ รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ ชนกับ รถพ่วง 18 ล้อและมีผู้เสียชีวิต ริมถนนเส้นทางสุรินทร์ - ศีขรภูมิ ในพื้นที่ บ้านตาเปาว์ ต.เมืองที อ.เมือง จ.สุรินทร์
ที่เกิดเหตุ พบรถพ่วง อีซูซู สีเขียว จอดอยู่ข้างทาง ใกล้กันพบ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีแดง สภาพพังเสียหายทั้งคัน ตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เป็นผู้ชาย อายุ 25 ปี ทางรถกู้ชีพเร่งช่วยเหลือและดำเนินการนำส่ง รพ.สุรินทร์ และพบว่า มีผู้เสียชีวิต 1 รายในจุดเกิดเหตุ เป็นผู้ชาย อายุ 26 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์
>> เด็กหญิงวัย 15 ปีขี่รถจักรยานยนต์ชนเข้าท้ายลูกพ่วง เสียชีวิตริมถนนหมายเลข 101 จ.กำแพงเพชร
18.20 น. รับแจ้งจาก สมาคมหน่วยกู้ภัยข่าวภาพ จ.กำแพงเพชร มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ชนท้ายรถพ่วง และมีผู้เสียชีวิต ริมถนนทางหลวงหมายเลข 101 เลยแยกนครชุม ประมาณ 200 เมตร ฝั่งมุ่งหน้าขาเข้าเมือง ในพื้นที่ ม.4 ต.นครชุม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า จิออโน่ สีขาว ป้ายทะเบียน กำแพงเพชร ลักษณะชนเข้าท้าย ลูกพ่วง ป้ายทะเบียน กำแพงเพชร ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร คือ เด็กหญิง อายุ 15 ปี
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกำแพงเพชร เจ้าหน้าที่แพทย์เวรนิติเวช รพ.กำแพงเพชร ร่วมตรวจสอบรายละเอียดเบื้องต้น ก่อนจะมอบร่างให้อาสาสมัครนำส่งนิติเวช รพ.กำแพงเพชร
>> รวบคาด่านท่าฉัตรไชย หนุ่มรัสเซียนั่งรถทัวร์ ลอบขนคลังยาเสพติด
18.23 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจท่าฉัตรไชย จังหวัดภูเก็ต ร่วมกันจับกุมชายชาวรัสเซีย อายุ 29 ปี หลังนั่งรถโดยสารสายพัทยา-ภูเก็ต เข้ามายังพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พร้อมของกลางยาเสพติดจำนวนมาก ซุกอยู่ในกระเป๋าสะพายสีแดง-ดำ พร้อมยึดของกลาง ไอซ์ 564.74 กรัม, เมฟีโดรน 471.92 กรัม, เคตามีน 582 กรัม, เฮโรอีน 129.8 กรัม, ยาอี 51 กรัม, แอมเฟตามีน 54.6 กรัม รวมถึงโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง, MacBook 1 เครื่อง และเงินสดกว่า 11,000 บาท
ทั้งนี้ มีรายงานระบุว่า ขณะเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจความมั่นคงภูเก็ต (ฝั่งขาเข้า) กำลังปฏิบัติหน้าที่ ได้เรียกตรวจรถทัวร์โดยสารตามปกติ แต่พบชายชาวรัสเซียรายดังกล่าวมีท่าทีพิรุธ ลุกลี้ลุกลน และแสดงอาการตกใจอย่างชัดเจนเมื่อพบเจ้าหน้าที่ จังหวะสำคัญที่ทำให้ตำรวจเอะใจ คือผู้ต้องหาพยายามใช้เท้า “เตะ-ดันกระเป๋า” ใต้ที่นั่งให้ห่างตัว คล้ายต้องการปกปิดความเชื่อมโยง อีกทั้งยังไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางต่อเจ้าหน้าที่ได้
หลังเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบยาเสพติดจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋า จึงควบคุมตัวทันที พร้อมแจ้งข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน” ก่อนส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าฉัตรไชย ดำเนินคดีตามกฎหมาย และเร่งขยายผลหาเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป
>> ชายหลอน คว้ามีดบุกฟัน ยายบ้านตรงข้ามเสียชีวิตคาเปล เพื่อนบ้านเล่า ทั้งคู่เป็นไม้เบื่อไม้เมาทะเลาะกันมานาน จ.สุรินทร์
18.40 น. สมาคมวีอาร์กู้ชีพจังหวัดสุรินทร์ จุดอำเภอศรีณรงค์ ได้รับแจ้งจาก ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านตรวจ มีเหตุ คนถูกฟันในบ้าน ซอย 3 บ้านตรวจ ตำบลตรวจ อำเภอศรีณรงค์ จังหวัดสุรินทร์ ผู้สื่อข่าว พร้อมหน่วยกู้ชีพ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภศรีณรงค์ รุดไปตรวจสอบ
โดยที่เกิดเหตุ ขณะนั้นได้พบผู้ชายไทย 1 ราย อายุประมาณ 47 ปี ยืนถือมีด กำลังเอะอะโวยวายที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง และพบว่าบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามคนละฝั่งของถนน เยื้องๆ ห่างกันเพียง 10 เมตร พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 62 ปี นอนคว่ำหน้าอยู่ใต้เปล ด้านหน้าบ้าน มีแผลขนาดใหญ่ที่ศีรษะกะโหลกเปิด และท้ายทอยเกือบขาด จมกองเลือดเต็มพื้น ส่วนชายผู้ก่อเหตุยังรื้อเอะอะโวยวายพร้อมแกว่งมีดไปมา และพูดว่าจะเอาอีกศพถ้ามีใครมายุ่ง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาใช้เวลาเกลี้ยกล่อม ประมาณ 1 ชั่วโมงจึงเข้าชาร์จผู้ต้องหาซึ่งถือมีดไม่ยอมปล่อย พูดวกไปวนมา ลักษณะคล้ายคนหลอนอะไรบางอย่าง
เพื่อนบ้าน เล่าว่า แต่รู้ว่าทั้งคู่เป็นเพื่อนบ้านอยู่เยื้องๆ กัน และมักเป็นไม้เบื่อไม้เมาทะเลาะกันมานาน ด่ากันแทบทุกวัน แต่ก็ไม่คิดว่าจะลุกลามถึงขั้นแทงอีกฝ่ายจนเสียชีวิต
ทางด้าน แม่ของผู้ก่อเหตุ เล่าให้ฟังว่า ลูกชายเสพยาเสพติดมาตั้งแต่วัยรุ่น และมักจะมีอาการหลอน พูดคุยอยู่คนเดียว ไม่ยอมไปรักษาและไม่ยอมกินยา จนตนเองไม่กล้าอาศัยอยู่ด้วย และต้องย้ายไปอยู่บ้านของลูกสาวนานกว่า 2 ปี เพราะกลัวว่าจะถูกทำร้าย
ทาง รตอ.กันต์ หวานอารมณ์ ร้อยเวร สภ.ศรีณรงค์ ร่วมเข้าควบคุมตัว และนำไปสอบสวนเพื่อหาสาเหตุ และจะดำเนินคดีต่อไป
>> ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าฯ สบอ.1 - เทศบาลเมืองอ่างทอง หาแนวทางแก้ปัญหานกเอี้ยงรวมกลุ่มตามริมถนนในตลาด
19.00 น. นายสมศักดิ์ ดวงรัศมี ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารที่อนุรักษ์ที่ 1 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมนายทนงศักดิ์ ศรีวิเชียร รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองอ่างทอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบฝูงนกเอี้ยงหงอน และนกเอี้ยงด่าง ที่เกาะตามสายสื่อสาร/เสาไฟฟ้า และโครงป้าย บริเวณริมถนนในพื้นที่เขตตลาดเทศบาลเมืองอ่างทอง เพื่อหาแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ และผู้ที่จอดรถริมทางสาธารณะ
จากการตรวจสอบของส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าฯ พบว่า นกเอี้ยง จะเกาะรวมกันเป็นกลุ่มในจุดที่มีแสงสว่าง เป็นไปได้ว่าบริเวณที่กลุ่มนกเอี้ยงรวมตัวกัน มีความอบอุ่นจากแสงไฟ และมีแหล่งอาหาร คือ แมลง จึงมารวมกันจำนวนมาก
สอบถามข้อมูลชาวบ้านใกล้พื้นที่ทราบว่า ช่วงนี้นกเอี้ยงจะมีจำนวนมาก แต่เมื่อถึงช่วงหน้าหนาว นกเอี้ยงจะหายไป คาดว่า ในระยะนี้ คือ ฤดูผสมพันธุ์ของสัตว์ สำหรับแนวทางแก้ปัญหาเบื้องต้น ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าฯ แนะนำให้เทศบาลเมืองอ่างทอง ดำเนินการ 4 ขั้นตอน คือ
ติดตั้งระฆังในจุดที่มีนกอยู่ เพื่อให้ประชาชนสามารถเคาะไล่นก, ใช้ไฟฉายที่มีแสงสว่างมากพอ ส่องในกลุ่มนก จะทำให้นกบินหนี, ติดตั้งตุ๊กตาเหยี่ยว ในจุดที่นกอาศัย เพื่อใช้สำหรับเป็นสิ่งเคลื่อนไหวไล่นก และ การใช้ตาข่ายดักจับนกแล้วนำไปปล่อยยังพื้นที่ป่า ซึ่งวิธีนี้จะเป็นวิธีสุดท้าย
นายสมศักดิ์ ดวงรัศมี ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารที่อนุรักษ์ที่ 1 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า นกเอี้ยงทั้ง 2 ชนิด เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามกฎกระทรวงปี 2546 ไม่สามารถทำร้าย หรือดำเนินการใดๆ ได้ หากจะแก้ปัญหาความเดือดร้อนรำคาญหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องประสานไปยัง ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าฯ เพื่อแจ้งไปยังกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ในการขอความเห็นชอบตามวิธีการที่กรมอุทยานฯ จะอนุมัติมาให้ดำเนินการ
>> ศาลฯ อนุญาตให้ประกันตัว คนขับรถไฟ - คนโบกธง คดีชนรถเมล์ เงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ
20.03 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว นายอุเทน (พนักงานรัฐวิสาหกิจ) และ นายสยมพร (พนักงานขับรถไฟ) สองผู้ต้องหาในคดีอุบัติเหตุรถไฟชนกับรถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขังในชั้นสอบสวน โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว
ในการพิจารณา ศาลอาญาได้พิเคราะห์ถึงความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว พบว่าข้อกล่าวหาตามคำร้องขอฝากขังนั้น เป็นความผิดอันเกิดจากการกระทำโดยประมาท ประกอบกับผู้ต้องหาทั้งสองคนมีที่พำนักเป็นหลักแหล่ง และมีการประกอบอาชีพเป็นกิจจะลักษณะ
นอกจากนี้ ผลจากรายงานการประเมินความเสี่ยงในการปล่อยตัวชั่วคราวชี้ว่าอยู่ในระดับต่ำมาก และยังไม่มีหลักฐานใดที่แสดงว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์จะหลบหนี ศาลจึงมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างการสอบสวน โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไขของแต่ละบุคคล ดังนี้
โดย นายอุเทน ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวโดยใช้ตำแหน่งของผู้บังคับบัญชาเป็นหลักประกัน ศาลอนุญาตให้ประกันตัวโดยมีเงื่อนไขต้องติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (EM) ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล และห้ามกระทำการใดๆ ที่เป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวน โดยกำหนดให้มารายงานตัวต่อศาลเดือนละครั้ง หากผิดสัญญาประกันจะถูกปรับเป็นเงิน 150,000 บาท ทั้งนี้ ศาลได้สั่งให้แจ้งผู้บังคับบัญชาทราบเมื่อสัญญาประกันสิ้นสุดลง และแจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก่อนการปล่อยตัว
19 พฤษภาคม 2569
19 พฤษภาคม 2569