วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เวลา 23:29 น.
“รมว.พัฒนา” ย้ำ ‘หัวใจของระบบสุขภาพ คือ คน’ เดินหน้าแก้ไขปัญหากำลังคน ทยอยบรรรจุตำแหน่งว่าง พร้อมเสนอขอรับงบสนับสนุนเพิ่มเติมอีกกว่า 282 ล้านบาท
(17 พ.ค.69) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ย้ำ “หัวใจของระบบสุขภาพ คือ คน” เดินหน้าแก้ไขปัญหากำลังคนอย่างเต็มกำลังความสามารถ
โดยในระยะ 4 เดือน ทยอยบรรจุนักเรียนทุนแพทย์และทันตแพทย์ ปี 2569 สายงานพยาบาลวิชาชีพ และสายงานอื่นๆ รวมกว่า 7,900 อัตรา พร้อมเสนอขอรับงบสนับสนุนเพิ่มเติมอีกกว่า 282 ล้านบาท เพื่อเติมเต็มบุคลากรในระบบ ลดภาระงานและเพิ่มประสิทธิภาพดูแลประชาชน สร้างความมั่นคงให้กับระบบสุขภาพไทย
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขเข้าใจและรับทราบถึงปัญหากำลังคนในระบบสุขภาพ โดยให้ความสำคัญกับทุกสายวิชาชีพ เพราะตระหนักดีว่า หัวใจของระบบสุขภาพไม่ใช่อาคารหรือเครื่องมือ แต่คือ “คน” ซึ่งตนมุ่งมั่นแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังเต็มกำลังความสามารถ โดยกำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนในการลดภาระของบุคลากรด่านหน้า ทำให้บุคลากรสาธารณสุขทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุขมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลถึงประชาชนโดยตรงให้ได้รับบริการที่มีคุณภาพ สร้างความมั่นคงให้กับระบบสุขภาพไทยในระยะยาว
นายพัฒนา กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน กระทรวงสาธารณสุขมีตำแหน่งว่างที่จําเป็นต้องเร่งบรรจุ 8,418 อัตรา โดยมากกว่าครึ่งเป็น "พยาบาลวิชาชีพ" 4,525 อัตรา ซึ่งเป็นกำลังหลักของระบบบริการทั่วประเทศ ได้กำหนดแผนการดำเนินงาน ดังนี้ มาตรการเร่งด่วน จะเริ่มบรรจุนักเรียนทุนแพทย์และทันตแพทย์ ปี 2569 ก่อน ในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ จำนวน 2576 อัตรา เพื่อเติมเต็มกำลังแพทย์ให้ถึงประชาชนโดยเร็วที่สุด จากนั้นทยอยบรรจุพยาบาลวิชาชีพ 4,194 อัตรา ใน 3 ระยะ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน - กันยายน 2569 และบริหารตำแหน่งสายงานอื่นเพิ่มเติมอีก 1,131 อัตรา เพื่อสนับสนุนการทำงานในระบบสุขภาพให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยในภาพรวมช่วง 4 เดือนนี้ จะใช้งบประมาณกว่า 608 ล้านบาท ซึ่งต้องดำเนินการภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังของภาครัฐอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ยังได้เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมอีกประมาณ 282 ล้านบาท จากสำนักงบประมาณ เพื่อรองรับการใช้ตำแหน่งเพิ่มเติมในบางส่วนที่มีความจำเป็นต่อระบบบริการ
“การขาดแคลนกำลังคนในระบบสุขภาพเป็นปัญหาที่มีมายาวนาน กระทรวงจึงจำเป็นต้องเติมกำลังคนเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ลดความแออัด ลดระยะเวลารอคอย และทำให้บุคลากรสาธารณสุขสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบสาธารณสุขของไทยสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน” นายพัฒนากล่าว