24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 13 พฤษภาคม 2569
>> ผลการเสี่ยงทาย พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2569
09.55 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2569 ผลการเสี่ยงทาย คำพยากรณ์ ดังนี้
พระยาแรกนาหยิบได้ผ้านุ่ง 6 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาในที่ดอนจะเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่, พระโคกินถั่ว พยากรณ์ว่า ผลาหาร ภักษาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี, พระโคกินน้ำและหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี, พระโคกินเหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง
ส่วน ปีนี้ กรมการข้าว ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต นำเมล็ดพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานทั้งหมด 7 พันธุ์ ได้แก่ ขาวดอกมะลิ 105 กข6 กข79 กข85 กข99 กข109 กข26 รวม 2,800 กิโลกรัม เข้าร่วมพระราชพิธี และนำไปบรรจุซองพลาสติก จำนวน 400,000 ซอง แจกจ่ายให้แก่ผู้สนใจและชาวนาทั่วประเทศ เพื่อเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคล
>> หนุ่มใหญ่ เสียชีวิตเพียงลำพังในบ้าน สุนัขคู่ใจ ส่งเสียงร้องโหยหวน นานกว่า 4 คืน ชาวบ้านเริ่มได้กลิ่น ประสาน จนท.ตรวจสอบ
11.20 น. พ.ต.ท.บุญรับ ยุบล สว.สอบสวน ทำหน้าที่พนักงานสอบสวน สภ.เด่นชัย ได้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุอยู่ภายในบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ บ้านปากพวก ม.10 ต.เด่นชัย จ.แพร่ หลังรับแจ้งจึงประสานแพทย์เวร รพ.สมเด็จพระยุพราชเด่นชัย ร่วมกับ เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยเด่นชัยร่วมบุญ ออกตรวจสอบเหตุทันที
ตรวจสอบเบื้องต้น พบร่างผู้เสียชีวิตนอนข้างเตียงติดผนังบ้าน คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วเกินกว่า 6-7วัน มีแมลงวันและหนอนทั่วร่างกาย ทราบต่อมา เป็นชายไทย อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน โดยมีสุนัข เพศผู้ชื่อ มารวย เฝ้าร่างไม่ห่าง ไม่ยอมให้ผู้ใดเข้าใกล้ ทางเจ้าหน้าที่จึงประสานทีมกู้ภัยมาทำการจับตัวใส่กรง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ทราบว่า ผู้เสียชีวิต มีอาชีพรับจ้างทั่วไป และก่อนหน้าไม่นานคุณพ่อได้เสียชีวิตไปไม่นาน ที่บ้านหลังเดียวกัน จึงอาศัยอยู่บ้านคนเดียว กับสุนัข1ตัวที่รักมาก จากการตรวจสอบโดยละเอียด ไม่พบร่องรอยการฆาตกรรม คาดว่าอาจจะโรคกำเริบตกเตียงนั่งเล่น โดยไม่มีใครเห็น
ชาวบ้านใกล้เคียง ให้การว่า ได้ยินเสียง เจ้ามารวย สุนัขของผู้ตาย ร้องโหยหวน เหมือนสุนัขร้องไห้ มา 4 คืนแล้ว แต่ก็ไม่มีใครเอ๊ะใจ ประกอบกับช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา สังเกตแมลงวันเยอะมากผิดปกติ จนมาได้กลิ่นเหม็นเน่าจึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการ ก่อนประสานทางญาติ รับมอบร่างเพื่อทำพิธีทางศาสนาต่อไป
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยช่างอากาศอุทิศ 10 เสียหายวอดหมดทั้งหลัง
12.22 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยช่างอากาศอุทิศ 10 แยก 122 ถนนประชาอุทิศ แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นบน เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 30 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บเพศหญิง จำนวน 2 ราย อาการบาดเจ็บแผลถลอกเล็กน้อย ทำการปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยดอนเมือง
>> รวบ 2 หนุ่มใหญ่ เมืองอุดร รับโอนเงินให้สแกมเมอร์ แลกเหล้าขาว
12.27 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา2ราย ชื่อนายนอ (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี และ นายคอ (นามสมมุติ) อายุ 47 ปี ฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ และใช้เอกสารราชการปลอม, ร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม, โดยทุจริตหรือ
โดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมฯ ” โดยจับกุมได้ บริเวณอู่รถยนต์ และ บ้านแห่งหนึ่ง อ.เมือง จ.อุดรธานี
พฤติการณ์ โดยเมื่อเดือนมิถุนายน 2567 กลุ่มคนร้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้โทรศัพท์หาผู้เสียหาย อ้างว่าเป็นพนักงานเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ หลอกว่าชื่อและบัตรประชาชนของผู้เสียหาย ถูกนำไปเปิดหมายเลขโทรศัพท์อีกหมายเลข เพื่อใช้ส่งข้อความเกี่ยวกับการพนันที่ จ.นครสวรรค์ จากนั้นเข้าขั้นตอนการหลอกให้โอนเงิน โดยให้โอนเงินเข้าบัญชีของนายนอ (ผู้ต้องหา) จำนวน 3 ครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 764,913.91 บาท โดยอ้างว่าเป็นการตรวจสอบเส้นทางการเงิน แต่เมื่อรู้ว่าถูกหลอก จึงเดินทางเข้าแจ้งความ หลังจากนั้นสืบสวนจนทราบที่อยู่ของผู้ต้องหาจึงเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบสวนนายนอ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าตนเคยทำกระเป๋าเงินพร้อมบัตรประชาชนหาย และเมื่อหลายปีก่อนไม่ทราบว่าใคร มีใครนำบัตรประชาชนของตนไปเปิดบัญชีหรือไม่
ส่วนนายคอ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยเล่าว่าเมื่อประมาณ 5 - 6 ปีก่อน เพื่อนที่รู้จักกันขอยืมบัญชีธนาคาร โดยได้ออกอุบายอ้างว่าจำเป็นต้องใช้บัญชีคนอื่นเป็นทางผ่าน เพื่อโอนเงินให้เมียน้อยโดยไม่ให้ทางบ้านล่วงรู้ ด้วยความเห็นใจ เขาจึงยอมตกลงให้ยืมบัญชีไปใช้ โดยได้รับค่าตอบแทนเพียง “เหล้าขาวหนึ่งขวด” เป็นน้ำใจตอบแทนในตอนนั้น
>> นายกฯ ย้ำชายหาดเป็นของประชาชน เดินหน้าจัดระเบียบพะงัน สร้างท่องเที่ยวเป็นธรรมและยั่งยืน
14.40 น. นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติในพื้นที่ พร้อมพบปะประชาชนและรับฟังรายงานผลการปฏิบัติงานอำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากนายอำเภอเกาะพะงัน
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การลงพื้นที่เกาะพะงันครั้งนี้เป็นครั้งแรก เพื่อติดตามและจัดการกับการกระทำผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องเกาะพะงัน พร้อมเดินหน้าจัดระเบียบให้เกิดความเรียบร้อย เพื่อให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพได้อย่างเป็นธรรม และทำให้เกาะพะงันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าอยู่ น่าเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาใช้จ่ายและสร้างรายได้แก่ชุมชน
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางมา ต้องมาด้วยเจตนาที่ดี เพื่อการท่องเที่ยวและพักผ่อน ไม่ใช่เข้ามาเอาเปรียบหรือช่วงชิงอาชีพของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ พร้อมย้ำว่า รัฐบาลรับทราบถึงปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชน และพร้อมเดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ พื้นที่ชายหาดถือเป็นสมบัติสาธารณะของประชาชนทุกคน โดยรัฐบาลพร้อมดำเนินการจัดระเบียบและดูแลพื้นที่อย่างเต็มที่ พร้อมขอความร่วมมือให้ช่วยกันสอดส่องดูแล ทั้งนี้ ในบริเวณที่กำหนดโซนแล้ว สามารถอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวได้ แต่ต้องไม่ใช่ให้ใครมาทำหน้าที่แทน การจัดสรรที่ดินต้องเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ไม่ใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือบริษัทใดบริษัทหนึ่ง หากเป็นเช่นนั้นถือว่าผิดวัตถุประสงค์ และรัฐบาลจะไม่ยินยอมให้เกิดขึ้น
นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลมุ่งมั่นพัฒนาเกาะพะงันให้มีสาธารณูปโภคที่ดี สร้างงาน สร้างโอกาส และจัดระเบียบให้แก่พี่น้องประชาชน โดยจะติดตามดูแลในเรื่องของแหล่งน้ำ ซึ่งรับทราบว่าประชาชนได้รับความเดือดร้อน รวมถึงระบบไฟฟ้าที่ต้องมีความเสถียรมากที่สุด โดยมุ่งให้เกาะพะงันสามารถยืนบนขาของตัวเองได้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
>> ชายวัย 67 ปีขี่จยย.พ่วงข้างเสียหลักตกข้างทาง รถทับร่างดับในร่องน้ำ จ.น่าน
16.30 น. พนักงานสอบสวน สภ.ปัว จ.น่าน รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พ่วงข้างเสียหลักตกข้างทางและมีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนในหมู่บ้านเส้นทางไปวังศิลาแลง บ้านหัวน้ำ หมู่ 5 ต.ศิลาแลง อ.ปัว จ.น่าน
ที่เกิดเหตุ พบร่าง ชายไทย อายุ 67 ปี ชาวบ้านหมู่ 5 ต.ศิลาแลง เสียชีวิตอยู่ภายในร่องน้ำ สภาพถูกรถจักรยานยนต์พ่วงข้างทับร่าง โดยรถคันดังกล่าวเป็นรถเก่าดัดแปลงใช้งานทั่วไป
จากการสอบถาม ชาวบ้านในพื้นที่ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้ไปดื่มสุราที่บ้านเพื่อน ก่อนขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างกลับบ้านเพียงลำพัง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ รถเกิดเสียหลักพลิกคว่ำตกลงข้างทาง ทำให้รถทับร่างจนเสียชีวิตคาที่
เจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพและทำแผนที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำร่างส่งชันสูตรเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลสมเด็จยุพราชปัว โดยญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต และรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
>> ยึดรถเช่าคืนเจ้าของ หลังผู้เช่าอ้างทะเลาะแฟนสาว ก่อนพบกระบะจอดทิ้ง ศาลาอเนกประสงค์หมู่บ้าน พื้นที่โคราช
16.35 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง ร่วมกันตรวจยึดคืนรถยนต์กระบะ สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียน "กรุงเทพมหานคร" จำนวน 1 คัน พร้อมกุญแจรีโมท และสมุดคู่มือประจำรถ โดยไปพบจอดทิ้งที่ศาลาอเนกประสงค์ บ้านเฉลียงบรรพต ม.10 ต.เฉลียง อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ตำรวจทางหลวงนครราชสีมาได้รับแจ้งจาก เจ้าของรถ ซึ่งเป็นผู้ให้เช่ารถ ขอความช่วยเหลือให้ติดตามรถคันดังกล่าว หลังผู้เช่ารถขาดการติดต่อ โดยก่อนหน้านี้ได้เช่ารถไปใช้งานระหว่างวันที่ 9-12 พฤษภาคม อ้างว่าจะเดินทางไปจังหวัดสระบุรี
ต่อมาในช่วงเย็นวันเดียวกัน ผู้เช่าได้โทรแจ้งเจ้าของรถว่าเกิดทะเลาะกับแฟนสาว และแฟนสาวได้นำรถที่เช่าไป ไม่สามารถติดต่อได้ พร้อมให้เจ้าของรถช่วยติดตามรถคืนเอง ก่อนที่ผู้เช่าจะหายตัวและไม่สามารถติดต่อได้ทุกช่องทาง
กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึด พบรถยนต์คันดังกล่าวจอดทิ้งไว้บริเวณศาลาอเนกประสงค์ บ้านเฉลียงบรรพต หมู่ 10 ตำบลเฉลียง อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา โดยไม่พบผู้ขับขี่หรือผู้ครอบครอง เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึด ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำส่งหน่วยบริการตำรวจทางหลวงหนองบุญมาก และส่งต่อพนักงานสอบสวน สภ.หนองบุญมาก ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
เบื้องต้น เจ้าของรถได้มารับรถคืนและตรวจสอบทรัพย์สินภายในรถ ไม่พบความเสียหายหรือทรัพย์สินสูญหายแต่อย่างใด
>> รถกระบะพานักกีฬาของโรงเรียนย่านนนทบุรีไปซ้อมบาสฯ ก่อนเสียหลักชนเสาไฟ เจ็บ 9 ราย
16.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์ พร้อมอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินทางเข้าตรวจสอบหลังจากได้รับแจ้งมีรถกระบะของนักกีฬาโรงเรียนแห่งหนึ่งชนเสาไฟฟ้ามีผู้บาดเจ็บหลายคน เหตุเกิดภายในซอยบางพลับ 2 ถนนชัยพฤกษ์ ต.บางพลับ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะ สีทอง ทะเบียน นนทบุรี ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี พุ่งชนเสาไฟฟ้าบริเวณช่วงทางโค้ง ที่เกิดเหตุมีเด็กนักเรียนเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลของโรงเรียนได้รับบาดเจ็บ 8 ราย โค้ช 1 ราย รวม 9 ราย แต่ละคนมีบาดแผลฟกช้ำ เจ็บขา-แขนและส่วนโค๊ชศีรษะแตก กู้ภัยช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลกรุงไทยปากเกร็ด ,โรงพยาบาลปากเกร็ด และโรงพยาบาลวิภารามปากเกร็ด
จากการสอบถาม นายเอกมล (โค้ช) นั่งข้างคนขับที่ได้รับบาดเจ็บกล่าวว่า กำลังพานักกีฬาไปซ้อมบาสที่สนามด้านถนนชัยพฤกษ์ เมื่อถึงที่เกิดเหตุรถเกิดเสียหลักไม่ทราบสาเหตุพุ่งชนเสาไฟฟ้าเป็นช่วงทางโค้งอย่างแรงจนทำให้ตนเองและนักกีฬาได้รับบาดเจ็บ
ขณะที่ทางด้าน นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี นักเรียนกล่าวว่า ตัวเองนั่งอยู่ที่กระบะท้ายก่อนเกิดเหตุเล่นโทรศัพท์อยู่จู่ๆ รถก็พุ่งชนเสาไฟฟ้าโดยไม่ทราบสาเหตุ ขณะเดียวกันกล้องวงจรปิดของหอพักแห่งหนึ่งใกล้จุดเกิดเหตุสามารถบันทึกภาพช่วงที่รถกระบะคันเกิดเหตุวิ่งผ่านกระทั่งได้ยินเสียงชนสนั่นอย่างแรง
หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ ตำรวจกล่าวว่าเบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุ โดยคนขับอ้างว่ารถเกิดเสียหลักชนเสาไฟฟ้าโดยไม่มีคู่กรณี โดยหลังจากนี้จะทำการสอบปากคำคนขับเพิ่มเติม อีกครั้ง
>> นายกฯ ลุยหาดฟรีด้อม สั่งเร่งจัดการขบวนการบุกรุกป่า – คุ้มครองประชาชน
17.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการปราบปรามขบวนการบุกรุกพื้นที่ป่า บริเวณพื้นที่ใกล้หาดฟรีด้อม ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต พร้อมมอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด และบูรณาการความร่วมมือเฝ้าระวังและปกป้องทรัพยากรป่าไม้
ทั้งนี้ คดีบุกรุกพื้นที่สาธารณะบริเวณหาดฟรีด้อมได้ดำเนินการสืบสวนและสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว โดยนายกฯ กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและเฝ้าระวังไม่ให้เกิดผลกระทบในอนาคต ควบคู่กับการวางแผนบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย
นายกฯ ย้ำว่า รัฐบาลรับทราบปัญหาทุกอย่างและพร้อมเร่งแก้ไขโดยเร็ว โดยได้กำชับฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครอง คุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนทุกคน พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการดำเนินการของรัฐบาล
>> แผ่นดินไหว ขนาด 3.2 ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา
18.04 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว 3.2 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 176 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> ทบ. แจงพบการยั่วยุของทหารกัมพูชาพื้นที่โอร์เสม็ด ย้ำกองกำลังสุรนารีเฝ้าติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด
18.40 น. ทีมโฆษกกองทัพบก ได้รับรายงานว่า หน่วยได้ตรวจพบเหตุเพิ่มเติมในพื้นที่บริเวณเดียวกัน โดยตรวจพบการยิงอาวุธปืนเล็กจากฝั่งกัมพูชาตลอดแนวพื้นที่โอร์เสม็ด จำนวนรวม 11 นัด ซึ่งหน่วยในพื้นที่ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและยังไม่ได้มีการตอบโต้กลับ เนื่องจากประเมินว่าเป็นการยิงยั่วยุเพื่อตรวจสอบแนววางกำลังของฝ่ายไทย ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบันยังไม่พบความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมจากฝ่ายกัมพูชา
โฆษกกองทัพบกกล่าวเพิ่มเติมว่า กองทัพบก โดยกองกำลังสุรนารี ยังคงตรึงกำลังและพร้อมปฏิบัติการทันทีหากมีการรุกล้ำอธิปไตย โดยยึดถือหลักปฏิบัติตามข้อตกลงและกติกาสากลอย่างเคร่งครัด เพื่อดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนอย่างเต็มความสามารถ ทั้งนี้ หากประชาชนพบเหตุผิดปกติสามารถแจ้งหน่วยทหารในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
>> ไฟไหม้กุฎิสงฆ์ วัดบ้านโซ้ เมืองพะเยา ชาวบ้านช่วยพระขนของหนีวุ่น เจ้าหน้าที่เร่งระดมฉีดน้ำสกัด
20.00 น. รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้กุฎิสงฆ์ ภายในวัดบ้านโซ้ ตำบลแม่นาเรือ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา
ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นกุฏิชั้นเดียว ต้นเพลิงเกิดขึ้นบริเวณตัวกุฎิก่อนที่ไฟจะลุกลามอย่างรวดเร็ว เนื่องจากภายในอาคารส่วนใหญ่เป็นไม้และมีวัสดุที่ติดไฟง่าย พระภิกษุและชาวบ้านต่างรีบช่วยกันขนย้ายทรัพย์สิน เครื่องใช้ไฟฟ้า เอกสารสำคัญ รวมถึงเครื่องอัฐบริขารออกจากกุฎิ
ขณะที่บางส่วนพยายามช่วยกันใช้น้ำสกัดเพลิงเบื้องต้น ก่อนเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากองค์การบริหารส่วนตำบลแม่นาเรือ พร้อมรถดับเพลิงหลายคัน จะเร่งเข้าระงับเหตุ
เจ้าหน้าที่ใช้เวลาฉีดน้ำ จนสามารถควบคุมและเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา เบื้องต้นยังไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ากุฎิสงฆ์ได้รับความเสียหายถูกเพลิงเผาวอดทั้งหลัง คาดว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพะเยา และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เตรียมเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
>> รวบ 2 พ่อค้า แอบตั้งวง “เต๋าปั่น” หน้าแผง หนีตำรวจพลาดสะดุดขาตัวเอง หน้าคะมำกลางตลาด จ.ชลบุรี
22.39 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บางละมุง รับแจ้งจากประชาชนว่ามีการลักลอบเล่นการพนันภายในตลาดแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ย่านนาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
จากการเฝ้าสังเกตการณ์ พบพ่อค้าจำนวน 2 ราย กำลังลักลอบเล่นเต๋าปั่น พนันเอาทรัพย์สินกัน บริเวณถังน้ำแข็งหน้าร้านค้าภายในตลาด เจ้าหน้าที่จึงปลอมตัวเป็นชาวบ้าน ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปภายในพื้นที่เพื่ออำพรางตัว ก่อนแสดงตัวเข้าจับกุม
ขณะเข้าจับกุม นักพนันรายหนึ่งทำหน้าเหวอและมีอาการตกใจอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งพยายามวิ่งหลบหนีฝ่าวงล้อมเจ้าหน้าที่ แต่เกิดพลาดสะดุดขาตัวเองจนล้มหน้าคะมำไปกระแทกโต๊ะร้านค้าใกล้เคียง
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 2 ราย เป็นชายไทย อายุ 44 ปี และ อายุ 42 ปี พร้อมตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย ลูกเต๋า 1 ลูก แก้วน้ำ 1 ใบ และธนบัตรชนิด 20 บาท จำนวน 16 ฉบับ รวมเป็นเงิน 320 บาท
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า หลังตลาดใกล้ปิด ทั้งสองได้นั่งดื่มสุราด้วยกัน ก่อนชักชวนเล่นเต๋าปั่นพนันกันตาละ 20 บาท เพื่อความสนุกและคลายความเบื่อหลังเลิกค้าขาย
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันลักลอบเล่นการพนันเต๋าปั่น พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> ตม.ชลบุรี สนธิกำลัง จับบ่อนพนันโป๊กเกอร์จีนวีไอพี กลางเมืองพัทยา โดดหน้าต่างหนีร่วงเจ็บ 3 ราย ก่อนรวบทั้งหมด 16 รายจ่อถอนวีซ่า - เนรเทศ
23.00 น. พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 สั่งการให้ พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 และ พ.ต.ท.ปราบดา สุขสุนทรีย์ สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ตำรวจท่องเที่ยวพัทยา สภ.หนองปรือ และฝ่ายปกครอง เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านพักหรู ซอยเขาน้อย ม.5 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังสืบทราบว่าเปิดเป็นบ่อนคาสิโนไพ่โป๊กเกอร์ลักลอบเล่นการพนันของกลุ่มชาวจีน
จากการตรวจค้นพบว่า บ้านพูลวิลล่าสูง 2 ชั้น มีสระว่ายน้ำภายในและรั้วรอบขอบชิด โดยบริเวณชั้น 2 ถูกดัดแปลงเป็นคาสิโนขนาดย่อม ภายในพบกลุ่มนักพนันชาวจีนกำลังล้อมวงเล่นไพ่โป๊กเกอร์กันอย่างเมามัน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่บุกเข้าจับกุม ต่างพากันแตกตื่นหลบหนี โดยมีนักพนัน 3 ราย กระโดดหนีออกจากหน้าต่างชั้น 2 ซึ่งมีความสูงประมาณ 7 เมตร จนได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงประสานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์พัทยาเข้าปฐมพยาบาล ก่อนนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาล
เบื้องต้นสามารถจับกุมนักพนันชาวจีนได้ทั้งหมด 16 ราย แบ่งเป็นชาย 13 ราย และหญิง 3 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางจำนวนมาก อาทิ โต๊ะเล่นไพ่โป๊กเกอร์ ไพ่ เก้าอี้ ชุดเหรียญชิป เครื่องนับธนบัตร เงินสดจำนวน 93,000 บาท และโทรศัพท์มือถือกว่า 20 เครื่อง นอกจากนี้ ภายในสถานที่ยังมีการจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มไว้รองรับผู้เล่นอย่างครบครัน
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนักพนันชาวจีนทั้ง 16 ราย พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี เพื่อดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน” พร้อมดำเนินการเพิกถอนวีซ่าและผลักดันออกนอกประเทศต่อไป
>> พบศพเด็กทารกเพศหญิง อายุครรภ์ 9 เดือนถูกทิ้งใส่ถุงดำกองขยะข้างทาง ตร.เร่งตรวจสอบ จ.ชลบุรี
00.30 น. ร.ต.ท.รัชกฤช เรืองวงศ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.หนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งพบศพเด็กทารกเพศหญิง อายุครรภ์ประมาณ 9 เดือน ถูกนำใส่ถุงดำมาทิ้งไว้บริเวณกองขยะริมข้างทาง พื้นที่หมู่ 3 ตำบลหนองขาม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเพียวเยี่ยงไท้ศรีราชา
ในที่เกิดเหตุพบเป็นบริเวณป่ารกร้างริมถนนทั้งสองฝั่ง และบริเวณกองขยะพบถุงดำจำนวน 1 ถุง ถูกมัดไว้อย่างแน่นหนา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการเปิดตรวจสอบ ก่อนพบศพเด็กทารกเพศหญิง อายุครรภ์ประมาณ 9 เดือน อยู่ภายในถุงดำดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงกั้นพื้นที่ พร้อมบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบถาม ร.ต.ท.รัชกฤช เรืองวงศ์ ร้อยเวรเจ้าของคดี เล่าว่า ได้รับแจ้งว่าพบถุงดำต้องสงสัยถูกทิ้งไว้บริเวณกองขยะริมป่าข้างทาง และมีกลิ่นเหม็นโชยออกมา หลังเดินทางมาตรวจสอบและเปิดถุงขยะสีดำดู พบว่าเป็นศพเด็กทารกเพศหญิง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วก่อนถูกนำมาทิ้งอำพรางไว้ในกองขยะ
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างเด็กทารกส่งชันสูตรเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด พร้อมทั้งเร่งสั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแสและติดตามตัวมารดาของเด็กทารกรายดังกล่าว เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป