หน้าแรก > อาชญากรรม

รวบสาวแสบแก๊งสแกมเมอร์ หลอกชวนเปิดร้านค้าขายออนไลน์ ความเสียหายเฉียด 3 ล้าน พบประวัติเคยหลอกพาคนทำงานต่างแดน

วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เวลา 03:22 น.


รวบสาวแสบแก๊งสแกมเมอร์ หลอกชวนเปิดร้านค้าขายออนไลน์ ความเสียหายเฉียด 3 ล้าน พบประวัติเคยหลอกพาคนทำงานต่างแดน 

กองกับการกองบังการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) โดย พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.5 บก.ปพ. และ ชุดสืบสวน กก.5 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นางสาว สุข (นางสมมุติ) กระทำผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบโดยการตกลงตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน,ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั้งยี่ และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลหนึ่งและเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคารโดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิด” ตามหมายจับศาลอาญา  ลงวันที่ 8 เมษายน 2568 จับกุมได้บริเวณลานจอดรถสถานีขนส่งแห่งหนึ่ง ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน จังหวัดกรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2568 ผู้เสียหายรายหนึ่งถูกมิจฉาชีพหลอกให้เข้าร่วมกลุ่มไลน์ “Shopping Center” เพื่อลงทะเบียนเปิดร้านค้าออนไลน์ โดยคนร้ายอ้างว่าหากมียอดขายแล้วต้องโอนเงินเพิ่มเพื่อ “เปิดการมองเห็นร้านค้า” และทำการสต็อกสินค้าเพื่อทำกำไร ผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินไปรวม 11 ครั้ง เข้าบัญชีต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือบัญชีของ นางสาว สุข (นางสมมุติ) ที่มียอดโอนเงินสูงถึง 1,021,118.80 บาท ในคราวเดียว จากยอดความเสียหายรวมในคดีนี้กว่า 2.9 ล้านบาท โดยอ้างว่าเป็นค่าภาษีเพื่อถอนเงินทั้งหมดออกจากระบบ แต่สุดท้ายกลับไม่สามารถถอนเงินได้จริง พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องหานี้ไว้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กก.5 บก.ปพ.ฯ ได้สืบทราบว่า นางสาว สุข (นางสมมุติ) ผู้ต้องหานี้จะมีการเดินทางมาจากจังหวัดทางภาคใต้ โดยใช้รถโดยสารสาธารณะ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมฯ จึงวางกำลังตรวจสอบพื้นที่จุดจอดรถสถานีขนส่งแห่งหนึ่ง ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน จังหวัดกรุงเทพมหานคร พบบุคคลที่มีตำหนิรูปพรรณฯ ตรงตามหมายจับเจ้าหน้าที่ตำรวจฯ จึงได้แสดงบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ฯ พร้อมทั้งได้แสดงหมายจับให้บุคคลดังกล่าวดูและตรวจสอบจนเป็นที่พอใจ โดยยอมรับว่าตนเองคือ นางสาว สุข (นางสมมุติ) เป็นบุคคลตามหมายจับนี้ มีชื่อที่อยู่ เลขบัตรประจำตัวประชาชนตรงตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจฯ จึงได้จับกุม พร้อมทั้งแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ นำตัวไปทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 2 บก.ปอท. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ภายหลังการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบว่า นางสาว สุข (นางสมมุติ) ยังมีหมายจับติดตัวของ สภ.เมืองราชบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดราชบุรี ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลหนึ่งและเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บุญชีธนาคารโดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิด” โดยพฤติการณ์ในคดีนี้คือ การสร้างเพจเฟซบุ๊กปลอม หลอกลวงประชาชนว่าสามารถพาไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลียได้ เหยื่อในคดีราชบุรีถูกหลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันและโอนเงินค่าดำเนินการเข้าบัญชี นางสาว สุข (นางสมมุติ) จำนวน 10 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 852,000 บาท เบื้องต้นผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และให้การว่าเคยไปทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศกัมพูชา ได้รับเงินเดือนๆ ละ 18,000 บาท 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม