วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เวลา 14:12 น.
กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 (บก.ตม.3) โชว์ผลงานชิ้นโบแดง เดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ ตามนโยบายเข้มของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ที่สั่งการให้ "X-ray" พื้นที่เป้าหมายทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นแหล่งกบดานของมิจฉาชีพสากล
ปฏิบัติการ “ล้มยักษ์ฟอกเงิน” ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 .ต.อ.เดโช โสสุวรรณากุล รอง ผบก.ตม.3 , พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.สุทธิพงษ์ พุทธิพงษ์ รอง ผบก.อก.บช.น. ช่วยราชการ บก.ตม.3 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 นำกำลังชุดสืบสวนเข้าแกะรอยจับกุม ผู้ต้องหาคนสำคัญ ที่ทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนต้องการตัวมากที่สุดในขณะนี้
นำโดย พ.ต.ท.รัฐไกร ประยูรศร รอง ผกก.สส.บก.ตม.3 และ พ.ต.ท.เดรินิว มิ่งเมือง สว.กก.สส.บก.ตม.3 พร้อมกำลังชุดสืบสวน เร่งแกะรอย หลังจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ประสานให้จับกุมผู้ต้องหาคนสำคัญที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ต้องการตัวเป็นอย่างมาก ซึ่งได้กระทำความผิดฐานอำพรางและปกปิดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด” ถูกออกหมายจับกระทรวงสาธารณะเมืองหลานโจว มูลค่าความเสียหายประมาณ 3,222 ล้านหยวน (1.6 หมื่นล้านบาท) โดยผู้ต้องหารายนี้ อยู่ในกระบวนการฉ้อโกงเงินจากธนาคารแห่งหนึ่ง และโอนผ่านบริษัทบังหน้าเพื่อฟอกเงิน
ซึ่งเจ้าหน้าที่สืบสวน ตม.3 ได้สืบสวนติดตามพบว่าผู้ต้องหา เดินทางเข้าประเทศไทย เมื่อวันที่ 11 พ.ย.68 ประเภทวีซ่า PE ซึ่ง ผู้ต้องหารายนี้ ได้แจ้งที่พักอาศัยเพื่อปกปิดที่พักอาศัยที่แท้จริงไว้เป็นจำนวนหลายแห่ง กระทั่งวันที่ 8 พ.ค.69 เจ้าหน้าที่สืบสวน ตม.3 ได้จับกุมตัว ผู้ต้องหารายนี้ ได้ที่คอนโดแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.3 ได้แจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร (เพิกถอนวีซ่า) เนื่องจาก เข้าลักษณะคนต่างด้าวที่เป็นบุคคลต้องห้าม มีพฤติการณ์ว่าเป็นภัยต่อสังคมฯ ตามกฎหมายคนเข้าเมือง
ซึ่งผู้ต้องหารายนี้ ได้ให้ผู้อื่นเป็นผู้เช่าห้องพักดังกล่าว เพื่อปิดบังตัวตน ซึ่งขณะจับกุมเจ้าหน้าที่ได้พบ หนังสือเดินทางอีกเล่ม ซึ่งเป็นหนังสือเดินทางสัญชาติ VANUATU ซึ่งคาดว่านำไว้ใช้ในการปิดบังตัวตน เพราะว่าผู้ต้องหารายนี้ได้ถูกสาธารณรัฐประชาชนจีน ยกเลิกหนังสือเดินทางสัญชาติจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจากข้อมูลผู้ต้องหารายนี้เป็นสมาชิกหลัก (แกนนำ) ที่คอยสั่งการปฏิบัติงานโดยตรงทั้งในและต่างประเทศ
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยืนยันเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง และจะไม่ยินยอมให้ประเทศไทยเป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้กระทำความผิด เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนต่อไป

