วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 เวลา 12:30 น.
วันนี้ (10 พฤษภาคม 2569) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณี “ช่างหนึ่ง” ผู้รับจ้างก่อสร้างบ้าน เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “ช่างหนึ่งสร้างบ้าน” ที่ตกเป็นข่าวใหญ่ในรายการโหนกระแส เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา หลังพบผู้เสียหายมากกว่า 60 ราย ในพื้นที่ภาคอีสาน ทั้งจังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 45 ล้านบาท
นางสาวศุภมาส เผยว่าได้สั่งการให้ นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบโดยด่วน และมอบหมายให้ นายเลิศศักดิ์ รักธรรม ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภค 3 เข้าร่วมในรายการ และเร่งรวบรวมข้อเท็จจริงทันที โดยพฤติการณ์ของผู้รับเหมารายนี้ คือ นำภาพแบบบ้านสวยของคนอื่น มาแอบอ้างในเพจ เสนอราคาก่อสร้างตารางเมตรละ 9,000 ถึง 10,000 บาท พร้อมโปรโมชั่นแถมแอร์และเครื่องทำน้ำอุ่น หลอกให้ผู้บริโภคโอนเงินมัดจำก้อนใหญ่ตั้งแต่ 500,000 บาท จนถึงจ่ายสดเต็มจำนวนหลักล้าน เมื่อได้เงินแล้วทำเพียงเทคาน ขึ้นเสาโครงเหล็ก หรือทำแค่หลังคา แล้วทิ้งงาน
นางสาวศุภมาส กล่าวต่อว่า กรณีที่สะเทือนใจที่สุดคือข้าราชการวัย 59 ปี รายหนึ่ง ที่นำเงินเก็บทั้งชีวิต 2 ล้านบาทมาสร้างบ้านเตรียมเกษียณ แต่ถูกหลอกจนเครียดหนักและเสียชีวิต สะท้อนว่าการทิ้งงานของผู้รับเหมาไม่ใช่เพียงความเสียหายทางทรัพย์สิน แต่เป็นการทำลายความหวังทั้งชีวิตของประชาชน
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ สคบ. ตรวจสอบ พบว่าธุรกิจรับจ้างก่อสร้างบ้านของนายเกรียงไกร ต้องปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการรับจ้างก่อสร้างอาคารเพื่อการอยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2559 และประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้บริการต่อเติมอาคารเพื่อการอยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ. 2566 แต่กลับใช้สัญญาเอาเปรียบผู้บริโภค เช่น ระบุว่า “ระยะเวลาก่อสร้าง 5 เดือน เริ่มนับตั้งแต่วันตั้งเสาเอก” ทำให้ผู้บริโภคเอาผิดเรื่องความล่าช้าได้ยาก รวมถึงไม่ส่งมอบหลักฐานการรับเงินตามประกาศที่ สคบ. กำหนด
นางสาวศุภมาส กล่าวอีกว่า สคบ. ได้ใช้อำนาจตามกฎหมายเชิญตัวนายเกรียงไกร ระไวกลาง เข้าพบพนักงานเจ้าหน้าที่ในวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.30 น. ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้นำข้อมูลผู้เสียหายทั้งหมดมาแสดง พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม รวมถึงการเยียวยาผู้เสียหาย และหากพบการละเมิดกฎหมายจะดำเนินการตามกฎหมายทั้งทางแพ่งและทางอาญาต่อไป


