วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 23:57 น.
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บูรณาการเครือข่ายปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า ตัดวงจรเครือข่ายออนไลน์ บุกโกดัง พร้อมทลายเครือข่ายโรงงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้า ยึดของกลางกว่า 80,000 ชิ้น มูลค่า 40 ล้านบาท
(7 พฤษภาคม 2569) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปบย.ตร.), พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปบย.ตร., นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค, ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ฯลฯ ร่วมแถลงผลการจับกุมเครือข่ายลักลอบจำหน่ายและผลิตบุหรี่ไฟฟ้า
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันพบว่ามีการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และมีการลักลอบจำหน่ายในหลายช่องทาง เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลจึงได้บูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยหารือร่วมกับ พล.ต.อ.นิรันดรฯ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ร่วมกันตรวจสอบและลงพื้นที่บังคับใช้กฎหมายการกระทำผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะการจำหน่ายในช่องทางออนไลน์ การกระทำความผิดในลักษณะเป็นเครือข่ายหรือขบวนการ หรือมีโกดังเก็บบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมาก เพื่อเป็นมาตรการตัดวงจรการกระจายสินค้าไปยังประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน
“จากการบูรณาการในห้วงเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถจับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ได้หลายราย ตรวจยึดของกลางได้มากกว่า 80,000 ชิ้น มูลค่าของกลางรวมกว่า 40 ล้านบาท
พล.ต.อ.นิรันดรฯ กล่าวว่า แม้ว่าจะเริ่มมีการตั้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปบย.ตร.) ได้ไม่ถึง 1 เดือน แต่ทุกหน่วยร่วมกันสืบสวนจับกุมตามมาตรการที่กำหนด จนมีผลการดำเนินการเป็นรูปธรรม ล่าสุดตำรวจสอบสวนกลางทลายขบวนการบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์แก๊งหน้ากาก GMpot ที่มีวลี "สืบดูกูใคร" ตรวจยึดอุปกรณ์การผลิต พร้อมของกลางบุหรี่ไฟฟ้ากว่า 6,890 ชิ้น
ในการปราบปรามอย่างจริงจังเด็ดขาด สั่งให้ทุกหน่วยเปิดปฏิบัติการลักษณะนี้อย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่ เพื่อดำเนินการปราบปรามเครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งรายใหญ่ รายย่อย ลักลอบขายหน้าร้านและขายออนไลน์ รวมถึงเครือข่ายการลักลอบผลิตบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในกฎหมายทุกฉบับที่
“สำนักงานตำรวจแห่งชาติยกระดับการรณรงค์และป้องกันควบคู่กันไป ด้วยการบูรณาการกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่, ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.), มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ และเครือข่ายรณรงค์อื่น ๆ เพื่อให้สร้างองค์ความรู้ให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน ให้ทราบถึงอันตรายและโทษ ตามกฎหมายจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้า”
พร้อมทั้งฝากไปยังพี่น้องประชาชนว่า หากพบเบาะแสการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นการลักลอบเปิดหน้าร้านหรือจำหน่ายออนไลน์ สามารถโทรแจ้งเบาะแสมายังสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 สายด่วน สคบ. 1166 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และในอนาคตจะเปิดให้มีการแจ้งเบาะแสผ่านทางแอปพลิเคชัน Police Care ได้อีกช่องทางด้วย



