หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 5 พฤษภาคม 2569

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 05:34 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 5 พฤษภาคม 2569


>> หนุ่มก่อสร้างชาวเมียนมา เสียชีวิตคาราง คาดเล่นมือถือ จนถูกรถไฟเฉี่ยวชน จ.ชลบุรี

08.00 น. สภ.แหลมฉบัง รับแจ้งเหตุ พบผู้เสียชีวิตอยู่บริเวณริมทางรถไฟ ซังกิว หมู่ 11 ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

ในที่เกิดเหตุ บริเวณริมทางรถไฟซังกิว ซึ่งอยู่ติดกับแคมป์คนงานก่อสร้างแห่งหนึ่ง พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบต่อมาคือ เป็นผู้ชาย อายุ 18 ปี สัญชาติเมียนมา มีอาชีพเป็น คนงานก่อสร้าง ที่แคมป์อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ในสภาพผู้เสียชีวิตมีบาดแผล บริเวณใบหน้า และตามร่างกาย คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่เกิน 5 ชั่วโมง พบโทรศัพท์มือถือ และกระเป๋า รวมทั้งรองเท้าแตะของผู้เสียชีวิต ตกอยู่ ใกล้ร่างผู้เสียชีวิต โดยรองเท้าแตะมีร่องรอยถูกรถไฟทับจนฉีกขาดเป็นทางยาวด้วย

จากการสอบถาม เพื่อนร่วมห้องเปิดเผยว่า ในช่วง เวลาประมาณ 21.00 น ของเมื่อคืนที่ผ่านมา เห็นผู้เสียชีวิตเดินออกมาเล่นโทรศัพท์อยู่บริเวณริมทางรถไฟ ซึ่งผู้เสียชีวิต มักจะเดินคุยโทรศัพท์แบบนี้เล่นโทรศัพท์แบบนี้เป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว หลังจากนั้นก็ไม่ได้พบจนกระทั่งรุ่งเช้าของวันนี้ เวลาประมาณ 7 โมงกว่า ก็มีคนขับรถหัวลากเข้ามาเอารถที่บริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ แล้วพบ ร่างผู้เสียชีวิต จึงเดินไปบอก หัวหน้าแคมป์คนงานให้ออกมาตรวจสอบพบว่าเป็นลูกน้องในแคมป์คนงานดังกล่าวจริง จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ 
โดยเบื้องต้น เพือนร่วมงานยังบอกอีกว่าผู้เสียชีวิตเป็นคนร่าเริง ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ตั้งใจทำงาน ไม่ชอบสุงสิงกับใคร ไม่มีปัญหากับใคร สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ คาดว่า ผู้เสียชีวิต น่าจะเดินคุยโทรศัพท์เล่น ในช่วงเช้ามืดก่อนจะถูกรถไฟเฉี่ยวชน จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต ดังกล่าว

หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุพร้อมบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ก่อนสอบปากคำเบื้องต้นกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และสันนิษฐานว่า สาเหตุน่าจะเกิดจากถูกรถไฟเฉี่ยวชน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะสืบสวนสอบสวนในเรื่องอื่นๆ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป หลังจากนี้จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิต นำส่งชันสูตร ที่โรงพยาบาลเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป


>> แผ่นดินไหว ที่แม่จัน จังหวัดเชียงราย

08.25 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ มีแผ่นดินไหว ขนาด 2.3 ความลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.แม่จัน อ.แม่จัน จ.เชียงราย ยังไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน


>> ฝากขังหนุ่มฆ่าแฟนสาวหมกคอนโด ตร.ค้านประกันตัว ลั่นอยากไปขอขมาศพ

10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากเหตุการพบศพ หญิงสาว อายุ 25 ปี อาชีพแม่ค้าออนไลน์เสียชีวิตที่ เหตุที่คอนโดฯ แห่งหนึ่ง ถนนกาญจนาภิเษก ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 2 พ.ค.69

วันนี้ ร.ต.ต. ชนายุทธ ป้องคำ รอง สว.สอบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พนักงานสอบสวนได้นำตัว ผู้ก่อเหตุ อายุ 33 ปี แฟนหนุ่มผู้ก่อเหตุ อาชีพพ่อค้าออนไลน์ ส่งฝากขังศาลจังหวัดนนทบุรี โดยคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากมีอัตราโทษสูง

โดยผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า เสียใจจริงๆ มันไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น ไม่มีความคิดที่จะให้มันเกิดขึ้นอยู่อยู่มันก็เป็นมันไม่ควรเป็นแบบนี้ เมื่อคืนที่ผ่านมาก็ฝันถึงน้อง ฝันว่าในช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน ฝากขอโทษ ญาติ ถ้าเกิดได้ประกันตัวก็อยากไปร่วมงานศพ ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ เลย

ทางด้าน แม่ผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า วันนี้ได้เดินทางมาเยี่ยม ผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นลูกชาย และซื้อข้าวผัดมาให้ ก่อนที่จะเดินทางไปที่ศาลจังหวัดนนทบุรี แต่ยังไม่ทราบว่าทางพีอเข้าจะไปประกันตัวลูกที่ศาลจังหวัดนนทบุรีหรือป่าว สำหรับเรื่อง งานศพ ของผู้เสียชีวิต ก็ส่งดอกไม้ไป ช่วยงาน และได้โทรศัพท์คุยกันตลอด ก็ขอโทษทาง พ่อ แม่ และยาย ของน้องดรีม กะว่าจะเดินทางไปร่วมงาน ที่จังหวัดยโสธร โดยจะเดินทางไปหลังจากส่งตัวไปที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ไปฟังสวด 1 คืน และณาปณกิจ คงไม่ทันแล้ว เนื่องจากเขาจะ ฌาปนกิจวันนี้ และ ได้โทรหาคุณแม่เขาแล้ว แต่ก็ยังทำบุญให้ตลอดยังรักลูกเหมือนเดิม เค้าเคยเข้าไปอยู่ที่บ้านตอนที่คบกัน ก็อยากโทรคุยกับยายโทรคุยกับพ่อกับแม่ของน้องเดก็บอกว่าเขาคงจะมีวาสนากันมาแค่นี้ หนูเราก็เสียใจเพราะว่ามันเกิดขึ้นไปแล้วโดยทางครอบครัวของน้องดรีมก็บอกว่าอย่าไปคิดมากก็ขออโหสิกรรมกันไปจะได้มีเวรเป็นกรรมกันต่อไป

ส่วนน้องก็มีอาการเครียดเหมือนเดิมแต่ก็มีอาการเครียดแต่เขาสองคนก็รักกันมากแต่แม่ก็เอาความถูกต้อง


>> นายกฯ แถลงมติ ครม. ออก พรก. กู้เงิน รับมือวิกฤตพลังงาน ช่วยกลุ่มเปราะบาง - เกษตรกร - SME

12.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงมติ ครม. ออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน (พรก. กู้เงิน) มุ่งแก้ปัญหาผลกระทบด้านพลังงานและเศรษฐกิจจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง บรรเทาค่าครองชีพประชาชน ประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่ให้หยุดชะงัก และเร่งปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว โดยมุ่งกลุ่มเป้าหมายสำคัญ ได้แก่ ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง เกษตรกร ผู้ประกอบการรายเล็ก โดยเฉพาะ SME

โดยจะดำเนินการใน 2 ทิศทางควบคู่กัน ได้แก่ 1. ช่วยเหลือและบรรเทา ลดภาระค่าครองชีพของประชาชนควบคู่กับการลดต้นทุนให้กับภาคการผลิต โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม ผ่านการจัดหาปุ๋ยและปัจจัยการผลิตที่จำเป็น และ 2. ปรับโครงสร้างเพื่อการเปลี่ยนผ่าน ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล พร้อมพัฒนาทรัพยากรบุคคลในภาคการผลิตให้มีศักยภาพในการแข่งขันในโลกของการผลิตที่เปลี่ยนแปลงไป

นายกฯ ระบุว่า พรก.ฉบับนี้ จะเป็นทั้งเครื่องมือในการพาประเทศผ่านวิกฤต และเป็นการวางรากฐานเพื่อลดความเปราะบางทางเศรษฐกิจในอนาคต โดยยังคงรักษาวินัยการคลังอย่างเคร่งครัด


>> ตำรวจทางหลวง ร่วม บช.ปส. สนธิกำลัง สกัดรถดัดแปลงซุกยาบ้ากว่า 5 แสนเม็ด

12.16 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) และ ตำรวจ บช.ปส. ร่วมกันจับกุม นายคอ (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี ฐาน “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายฯ และ“ความผิดต่อประมวลกฎหมายยาเสพติด ความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ” พร้อมของกลาง ยาบ้ารวม 254 มัด หรือจำนวนรวมประมาณ 508,000 เม็ด ,รถยนต์ 1 คัน,โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง โดยจับกุมได้บริเวณด้านหน้าหน่วยบริการตำรวจทางหลวงหนองบัว อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์

หลังจากตำรวจได้รับแจ้งข้อมูลจากสายลับ ว่ามีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดบริเวณชายแดน ติดต่อกับจังหวัดเชียงราย ได้ติดต่อว่าจ้าง นายคอ เป็นบุคคลที่มีหมายจับของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติด ให้ร่วมกับพวกทำการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมหาศาล โดยจะนำยาเสพติดดังกล่าวถูกนำมาพักคอยไว้ที่ อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ก่อนจะมีการส่งมอบให้ผู้รับจ้างในพื้นที่ อำเภอเมืองเชียงราย เพื่อลำเลียงไปส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้ โดยใช้รถกระบะลำเลียง โดยใช้เส้นทางผ่านหลายจังหวัด ตั้งแต่ เชียงราย, เชียงใหม่, ลำปาง, สุโขทัย, พิษณุโลก, พิจิตร, นครสวรรค์ และสิงห์บุรี เพื่อมุ่งหน้าสู่จุดหมายในภาคใต้ จากการตรวจสอบพบนายคอ มีอาการตื่นเต้น ตัวสั่น และตอบไม่ตรงคำถามมีพิรุธ เมื่อตรวจค้นในรถ พบยาบ้าประมาณ 508,000 เม็ด (254 มัด) ซุกซ่อนตามจุดต่างๆในรถ

ผู้ต้องหาให้การว่า ได้รับจ้างขนยาเสพติดมาจากจังหวัดเชียงรายเพื่อนำไปพักไว้ที่อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ก่อนจะรอคำสั่งให้ไปส่งมอบให้กับลูกค้าในวันถัดไป โดยตนจะได้รับค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 150,000 บาท เมื่อทำงานเสร็จสิ้น


>> สคบ. ร่วมกับ อย. และ สาธารณสุขสมุทรสาครตรวจโรงงานปลากระป๋องไม่ตรงปก อายัด 12,760 กระป๋องในโรงงาน สั่งเรียกคืน 9,500 กระป๋องจากท้องตลาด

13.00 น. นายปฐวี เยาวลักษณ์ นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น พร้อมด้วย นายแพทย์ประกิจ สาระเทพ. นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร, ประมงจังหวัดสมุทรสาคร,นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร, ประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร เจ้าหน้าที่กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีบางโทรัด เจ้าหน้าที่ อบต.กาหลง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตปลากระป๋องแห่งหนึ่งในพื้นที่ ตำบลกาหลง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร หลังมีผู้บริโภคร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่าผลิตภัณฑ์อาจไม่ตรงตามฉลาก

ประเด็นร้องเรียนระบุว่า ผลิตภัณฑ์ที่ติดฉลากเป็น “ปลาแมคเคอเรลในซอสมะเขือเทศ” อาจไม่ใช่ปลาตามที่ระบุ โดยในเบื้องต้นจากการตรวจสอบข้อมูลการผลิต พบว่าในบางรุ่นมีการใช้ “ปลานิล” เป็นวัตถุดิบจริง ซึ่งเป็นการทดลองผลิต และมีการกระจายสินค้าออกสู่ท้องตลาด นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบความไม่ถูกต้องของฉลาก เช่น การแสดงชื่อวัตถุปรุงแต่งอาหารเป็นภาษาอังกฤษว่า Monosodium Glutamate โดยไม่มีภาษาไทยกำกับ และรูปแบบฉลากไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข สถานที่ผลิตไม่ผ่านหลักเกณฑ์และวิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร (GMP)

พบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ใช้ปลาชนิดอื่นตามที่เป็นข่าว เจ้าหน้าที่จึงได้สั่งให้บริษัทเรียกคืนสินค้าทั้งหมดออกจากท้องตลาด จำนวน 9,500 กระป๋อง และดำเนินการอายัดผลิตภัณฑ์ยี่ห้อที่เป็นข่าว 12,760 กระป๋อง พร้อมทั้งประสานกรมประมงเพื่อตรวจยืนยันสายพันธุ์ปลาที่ใช้ให้ชัดเจนอีกครั้ง ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการ เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อผู้บริโภค พร้อมดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ด้านบริษัทผู้ผลิตยอมรับว่า มีการใช้ปลานิลในบางรุ่นการผลิตจริง โดยระบุว่าเป็นการทดลองผลิต อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการเรียกคืนสินค้า


>> กองทัพเรือ สกัดจับ 6 คนไทยลักลอบข้ามแดนจันทบุรี เกี่ยวข้องพนันออนไลน์ฝั่งกัมพูชา ยืนยันดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย

13.00 น. พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) จัดกำลังลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณบ้านมะรุม หมู่ที่ 6 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ได้ตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัย พบผู้โดยสารเป็นบุคคลสัญชาติไทยจำนวน 5 ราย และผู้ขับขี่ 1 ราย รวม 6 ราย (ชาย 3 หญิง 3)

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ที่โดยสารมากับรถทั้ง 5 ราย ได้ลักลอบข้ามแดนจากประเทศกัมพูชาผ่านช่องทางธรรมชาติเพื่อกลับเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ภายหลังจากที่เคยลักลอบเดินทางไปทำงานเป็นแอดมินเว็บพนันออนไลน์ในพื้นที่ฝั่งประเทศกัมพูชา แต่เนื่องจากทางการกัมพูชาได้เพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายจากแรงกดดันจากนานาชาติ ทำให้ตัดสินใจลักลอบเดินทางกลับประเทศไทย จนถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับได้ ส่วนผู้ขับขี่ที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำพา มีผลตรวจสารเสพติดในร่างกาย จึงได้ควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวน ณ ที่ทำการกองร้อย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรโป่งน้ำร้อน และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โฆษกกองทัพเรือกล่าวย้ำว่า กองทัพเรือยังคงเข้มงวดในการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ พร้อมยืนยันว่าการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามหลักกฎหมาย โดยเฉพาะพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ


>> “สนธิญา” ยื่นยุบพรรคพลังประชารัฐ เผยเหตุผู้สมัคร สส. 100 คน ไม่ได้รับค่าช่วยเหลือในการเลือกตั้ง

13.06 น. นายสนธิญา สวัสดี อดีตผู้สมัคร สส.พรรคพลังประชารัฐ (พชปร.) เดินทางเข้ายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ตรวจสอบและพิจารณายุบพรรคพลังประชารัฐ โดยอ้างเหตุพบว่าผู้สมัคร สส. กว่า 100 คนไม่ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เป็นธรรมและความโปร่งใสทางการเงินของพรรค

โดย นายสนธิญา เผยว่า หลังจากการเลือกตั้งสิ้นสุดลง ผู้สมัครจำนวนเกือบ 100 คน รวมถึงตน ไม่ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากพรรคแม้แต่บาทเดียว ขณะที่มีข้อมูลว่าผู้สมัครบางรายกลับได้รับการสนับสนุน ทำให้เกิดข้อสงสัยเรื่องความไม่เป็นธรรมและการเลือกปฏิบัติ

นอกจากนี้ นายสนธิญา ยังมีข้อเรียกร้องให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระแสข่าวว่า พรรคพลังประชารัฐได้รับเงินสนับสนุนจากภาคเอกชนเป็นจำนวนประมาณ 200 ล้านบาท แต่ไม่ปรากฏว่ามีการนำเงินดังกล่าวมาช่วยเหลือผู้สมัครแต่อย่างใด ซึ่งการกระทำดังกล่าว อาจเข้าข่ายฝ่าฝืน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 หลายมาตรา รวมถึงประเด็นด้านจริยธรรมของกรรมการบริหารพรรค 
นายสนธิญา ระบุว่า ตนขอให้ กกต. พิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีความผิด ขอให้ดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงพิจารณาส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 92 เพื่อวินิจฉัยยุบพรรค และตัดสิทธิทางการเมืองของคณะกรรมการบริหารพรรคต่อไป


>> บริษัทกาวยาแนว ลุยเอาผิด "เบิร์ด วันว่างว่าง" หลังทำคอนเทนต์ใช้ "กาวยาแนว" ประแป้งคนในงานสงกรานต์พระประแดง

13.29 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของบริษัทเจ้าของกาวยาแนวชื่อดัง ส่งตัวแทน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สอท.2 เพื่อหารือแนวทางการดำเนินคดี กับ "เบิร์ด วันว่างว่าง" หลังเจ้าตัวทำคอนเทนต์นำวัตถุผงสีขาวใส่ถุง "กาวยาแนวที่มีโลโก้ของบริษัท" ประแป้งคนในงานสงกรานต์พระประแดง จงสมุทรปราการ เนื่องจากทำให้ภาพลักษณ์บริษัทฯเสียหาย แม้เจ้าตัวจะปฎิเสธก็ตาม

โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยว่า วันนี้จะขอหารือกับตำรวจในข้อกฎหมายทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ว่า เข้าข่ายความผิดใดบ้าง โดยเฉพาะในเรื่องความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่หากเข้าข่ายทางบริษัทฯ ยืนยันจะดำเนินคดีตามกฎหมาย แม้ว่าทาง จะออกมาชี้แจงว่าเป็นแค่คอนเทนต์ และในถุงเป็นแค่แป้งก็ตาม ก็เป็นสิทธิ์ที่ "เบิร์ด วันว่างว่าง" จะทำได้ แต่ทางบริษัทฯ ก็ขอใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย เพราะพบหลักฐานปรากฎหลายคลิป และมีตราสัญลักษณ์ยี่ห้อของบริษัทฯ ชัดเจน ทำให้ได้รับผลกระทบ

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สอท.2 ได้นัดหมายให้ "เบิร์ด วันว่างว่าง" เข้าให้ข้อมูลวันพรุ่งนี้


>> ครม. มีมติยกเลิก MOU 44 ย้ำไม่ใช่ปิดประตูเจรจา เพียงใช้กรอบสากล UNCLOS คุ้มครองผลประโยชน์ชาติ

15.26 น. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติ "ยกเลิกบันทึกความเข้าใจว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน" หรือ "MOU 44" โดยมีมติให้ปรับแนวทางไปใช้ กลไกกฎหมายระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) เป็นเครื่องมือหลักในการดำเนินการ เพื่อยกระดับการคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ สอดคล้องกับข้อเสนอและการให้ข้อมูลของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

การยกเลิก MOU 44 เป็นการ "ปรับกรอบ" ความร่วมมือ มิใช่การยุติความสัมพันธ์ หรือการยุติเจรจา โดยไทยยังคงเดินหน้าพูดคุยกับกัมพูชา แต่เปลี่ยนมาใช้กลไกภายใต้ UNCLOS ซึ่งมีความชัดเจน ครบถ้วน และเป็นระบบมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาพื้นที่ทางทะเลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ MOU 44 เดิม มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลร่วมกันในพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทยกับกัมพูชา อย่างไรก็ดี ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา ยังไม่ปรากฏความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม จึงมีความจำเป็นต้องทบทวนและปรับเปลี่ยนแนวทาง เพื่อให้การดำเนินการในระยะต่อไปเกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจน และสอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศไทย ซึ่งไทยได้แจ้งไปยังกัมพูชาในระดับไม่เป็นทางการแล้ว และจะดำเนินการแจ้งอย่างเป็นทางการต่อไป พร้อมทั้งเตรียมทาบทามให้ใช้กรอบ UNCLOS ร่วมกันในการเจรจา


>> สืบท่องเที่ยว รวบสาวลักลอบทำทัวร์ต่างประเทศเถื่อน โพสต์ขายออนไลน์

16.30 น. พ.ต.ท.สราวุฒิ เกาะกลาง สารวัตรกองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 (สว.กก.2 บก.ทท.3) พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจับกุมตัว น.ส.บอ (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี ในข้อหา พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พร้อมหลักฐาน ภาพถ่ายโปรแกรมทัวร์ จำนวน 8 แผ่น, ภาพถ่ายผู้ต้องหา ขณะให้บริการนักท่องเที่ยว จำนวน 33 แผ่น, ภาพถ่ายรายชื่อนักท่องเที่ยว จำนวน 1 แผ่น, ภาพสลิปการโอนเงินของนักท่องเที่ยว จำนวน 4 แผ่น และสำเนาเอกสารข้อมูลใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากระบบออนไลน์ของกรมการท่องเที่ยว จำนวน 4 แผ่น

สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับข้อมูลการร้องเรียน แจ้งเบาะแสว่ามีบุคคลลักลอบกระทำความผิด ขายทัวร์ให้กับนักท่องเที่ยวผ่านเฟซบุ๊ก จึงได้ลงพื้นที่ออกสืบสวนหาข่าว ซึ่งจากข้อมูลการสืบสวน ทราบว่า ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อหนึ่ง โพสต์ขายทัวร์ทริป 2 ประเทศ มาเลเซีย-สิงคโปร์ เดินทางระหว่างวันที่ 30 เม.ย.- 4 พ.ค.69 โดยใช้ชื่อของบริษัทนำเที่ยวชื่อหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจสอบการขออนุญาตธุรกิจนำเที่ยว และมัคคุเทศก์ของบริษัทดังกล่าว

พบเลขที่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ซึ่งปัจจุบันได้ยกเลิกใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวไปแล้ว และยังมีการโฆษณาจัดบริการนำนักท่องเที่ยวเดินทางไปต่างประเทศ โดยจัดบริการสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้กับนักท่องเที่ยว ได้แก่ รถปรับอากาศตลอดการเดินทาง, ที่พัก จำนวน 4 คืน, อาหาร จำนวน 4 มื้อและมัคคุเทศก์นำเที่ยวไทย – มาเลย์ – สิงคโปร์, ประกันการเดินทาง, ตั๋วกระเช้าลอยฟ้าสกายเวเกนติ้ง ด้วยการเดินทางด้วยรถทัวร์ ซึ่งพฤติการณ์เข้าข่าย ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามกฎหมาย พ.ร.บ. ธุรกิจน้ำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559

เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันจับกุมตัว น.ส.บอ ขณะที่รถทัวร์มาจอดส่งนักท่องเที่ยวที่ บริเวณป้ายรถโดยสารสาธารณะแห่งหนึ่ง ในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ก่อนนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ดำเนินคดีข้อหา”ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน“ ต่อไป


>> ไฟไหม้โกดังเก็บอุปกรณ์ไฟฟ้า รถยนต์และกองไม้วอด มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท

17.00 น. ร.ต.ท.หญิงปวีณา ลดโต ร้อยเวร สภ.เมืองราชบุรี ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้โกดังเก็บของภายในหมู่บ้านกลางทุ่ง (ในล็อค) ม.10 ต.เจดีย์หัก อ.เมือง จ.ราชบุรี จึงประสานขอรถน้ำดับเพลิงในพื้นที่ใกล้เคียงให้เข้าไปช่วยฉีดน้ำดับไฟก่อนจะเดินทางไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์

ในที่เกิดเหตุ พบรถดับเพลิงกว่า 10 คัน กำลังช่วยกันระดมฉีดน้ำดับไฟที่กำลังลุกไหม้โกดังขนาดใหญ่ ภายในเป็นที่เก็บอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องถ่ายเอกสารจำนวนมากรวมทั้งกองไม้สักและรถยนต์จำนวน 3 คัน รถจักรยานยนต์อีก 1 คัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลา 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่โครงสร้างของโกดังรวมทั้งสิ่งของที่อยู่ภายในโกดังถุกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด

จากการสอบถาม เจ้าของโกดังที่เกิดเหตุ บอกว่า โกดังที่ไฟไหม้นั้นสร้างไว้สำหรับเก็บอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไปประมูลมา เพื่อจะนำไปขายต่อมีทั้งเครื่องถ่ายเอกสาร และเครื่องปริ้นซ์ รวมทั้งกองไม้สักซึ่งซื้อเอาไว้สำหรับที่จะไปปลูกบ้านพัก และยังมีรถยนต์ที่ไปประมูลมาอีก 3 คันซึ่งเป็นรถยนต์ที่ติดแก๊ส รถจักรยานยนต์อีก 1 คัน ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ส่วนมูลความเสียหายนั้นมากกว่า 5 ล้านบาท ส่วนสาเหตุนั้นไม่ทราบว่าเกิดจากอะไรเพราะภายในโกดังนั้นไม่ได้มีไฟฟ้าแต่เห็นว่ามีร่องรอยไฟไหม้จากทางด้านนอกโกดัง ซึ่งอาจจะมีคนจุดไฟเผาป่าแล้วลุกลามมาหรือไม่ ซึ่งคงจะต้องให้ทางเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง


>> ยึดเฮโรอีนกว่า 6 กก. ซุกซ่อนในชุดผ้าไทย เตรียมจ้างคนหิ้วส่งออกต่างประเทศ

17.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ สภ.วิชิต จ.ภูเก็ต พ.ต.อ.สมศักดิ์ ทองเกลี้ยง ผกก.สภ.วิชิต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลัก จ.ภูเก็ต (พฐ) ตรวจสอบหลักฐานต่างๆ ในคดีร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) และร่วมกันพยายามส่งออกยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

หลังจากเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ปส.4 ร่วมกับ สภ.วิชิต เข้าตรวจยึดตรวจยึดพัสดุต้องสงสัยที่ส่งผ่านบริษัทขนส่งเอกชน โดยต้นทางส่งมาจาก จ.เลย ปลายทางหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จำนวน 2 กระสอบ ภายในมีชุดผ้าไทยสำเร็จรูปจำนวน 48 ชุด ซึ่งมีการซุกซ่อนเฮโรอีนน้ำหนัก 6.198 กก.โดยตรวจยึดได้เมื่อวันที่ 30 เม.ย.69 ที่ผ่านมา เพื่อเก็บลายนิ้วมือแฝงที่ชุดผ้าไทยและพัสดุต่างๆในกระสอบก่อนรวบรวมหลักฐานเสนอต่อศาลเพื่อออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป 
อย่างไรก็ตาม สำหรับเฮโรอีนกิโลกรัมละ 3-5 แสนบาท แต่ถ้าถึงปลายทางจะสูงอีก 10 เท่า


>> พบร่างผู้เสียชีวิต จากเหตุเรือล่ม ปากอ่าวแม่น้ำแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม

17.30 น. หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรม สมุทรสงคราม รับแจ้งจากประชาชนว่าพบร่างผู้เสียชีวิตลอยน้ำ ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณปากอ่าวแม่น้ำแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิต เป็นชาย 1 ราย อายุประมาณ 62 ปี เจ้าหน้าที่จึงนำขึ้นฝั่ง

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสงคราม พร้อมแพทย์เวรรร่วมตรวจสอบ เพื่อหาสาเหตุต่อไป


>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยพหลโยธิน 54/1

18.15 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยพหลโยธิน 54/1 แยก 4 ถนนพหลโยธิน แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 3 เพลิงลุกไหม้โต๊ะหมู่บูชา ลุกลามที่นอนและฝาผนัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 3 ตารางเมตร อาสาสมัครใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้น้ำทำการระบายความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากการจุดธูปเทียนทิ้งไว้ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยสายไหม


>> เพลิงไหม้รถยนต์ยี่ห้อหรู บริเวณทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางลงเพชรบุรี) เสียหายหมดทั้งคัน

18.39 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ บริเวณทางพิเศษเฉลิมมหานคร ช่วงเชิงทางลงถนนเพชรบุรี ถนนเพชรบุรี แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพลิงลุกไหม้รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีแดง หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน ในที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพญาไท


>> วัยรุ่นเดือด ถือมีดไล่ฟันชายเร่ร่อน บาดเจ็บหนัก ริมถนนเลียบหาดจอมเทียน ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ก่อเหตุ จ.ชลบุรี

19.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เทศกิจเมืองพัทยา และหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ นำรถกู้ชีพเข้าตรวจสอบเหตุทะเลาะวิวาท มีผู้ถูกอาวุธมีดฟันได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณริมชายหาดจอมเทียน (สาย 1) ปากซอยจอมเทียน 1 เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุ บริเวณหน้าร้านแมคโดนัลด์ พบผู้ได้รับบาดเจ็บ ลักษณะเป็นชายเร่ร่อน ไม่ทราบชื่อ สภาพมีบาดแผลถูกของมีคมฟันเข้าที่ข้อมือซ้าย 2 แผล เลือดไหลอาบแขน อยู่ในอาการเจ็บปวด ร้องโอดโอยและไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือในช่วงแรก เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันปลอบประโลมจนสงบ ก่อนยอมให้ทำแผล และนำตัวส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา

เจ้าหน้าที่เทศกิจเมืองพัทยา เปิดเผยว่า ผู้บาดเจ็บเป็นบุคคลไร้บ้าน มักอาศัยกินนอนอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว และมีพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อน โดยเฉพาะช่วงมีอาการหลอน คาดว่าเกี่ยวข้องกับการใช้สารเสพติด มักถือไม้หรือมีด และก่อเหตุทะเลาะวิวาทเป็นประจำ ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่เคยเข้าระงับเหตุหลายครั้ง

เบื้องต้น คาดว่าผู้บาดเจ็บอาจไปก่อกวนกลุ่มวัยรุ่น จนถูกตามมาทำร้าย โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพชายวัยรุ่นถือมีดวิ่งไล่ฟันไว้ได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> รถจักรยานยนต์เสียหลักหักหลบรถเข็นข้างทาง รถพ่วงตามหลังเฉี่ยวชนแล้วทับซ้ำ พ่อคนขี่บาดเจ็บ ลูกชายซ้อนท้ายดับกลางถนนเทพรัตน จ.สมุทรปราการ

21.40 น. รับแจ้งจากอาสากู้ภัยจุดบางพลี มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถพ่วง มีทั้งผู้บาดเจ็บและมีผู้เสียชีวิต บนถนนเทพรัตน (บางนาตราด) ฝั่งขาออก ช่วงหลัก กม.ที่ 16 ในพื้นที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า เอนแมกซ์ สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำอยู่ข้างทาง ห่างออกไป พบรถพ่วง สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. จอดอยู่เลนซ้าย 
ตรวจสอบพบว่า มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย เป็นผู้ชาย สัญชาติเมียนมา อายุ 38 ปี ทางอาสา ม.ร่วมกตัญญู ให้การช่วยเหลือและนำส่ง รพ.จุฬารัตน์ สุวรรณภูมิ และยังพบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นเด็กชาย อายุประมาณ 13 ปี ชาวสัญชาติเมียนมา สภาพถูกล้อรถทับที่ศีรษะ

จากการสอบถาม ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ บอกว่า รถจักรยานยนต์ของสองพ่อลูกขับมาตามทางปกติ จนมาถึงที่เกิดเหตุมีรถเข็นขายของคันหนึ่งเข็นย้อนศรมา ทำให้สองพ่อลูกต้องหักหลบออกกลางถนนซึ่งไม่ทันระวังรถบรรทุกที่ตามหลังมา จึงเกิดการเฉี่ยวชนล้มและลูกชายถูกล้อหลังทับอย่างจัง

ขณะที่คนขับรถบรรทุกบอกว่า ตนเองขับรถมาตามทางปกติ จนมาถึงที่เกิดเหตุรถจักรยานยนต์คู่กรณีหักหลบรถเข็นเข้ามาหารถตนเอง ซึ่งพยามหักหลบช่วยแล้วแต่ก็ไม่ทันทำให้เฉี่ยวชนและทับดังกล่าว โดยที่ตนเองไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดเหตุการณ์สลดในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี จะดำเนินการสอบสวนและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม