วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลา 04:05 น.
รวบ 3 ผู้ต้องหา เปิดสปาแมวบังหน้า ย่านปทุมธานี หลังร้านเปิดค้ากามเด็กสาว แม้มีประจำเดือนก็ต้องรับแขก
(3 พ.ค.69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย กก.5 บก.ปคม.ได้ร่วมกันทำการตรวจค้นเป้าหมาย จำนวน 2 จุด ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี และจับกุมตัวผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย
1. เป็นหญิงไทย อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 7288/2568 ลงวันที่ 9 ธ.ค. 2568
2. เป็นชายไทย อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 7289/2568 ลงวันที่ 9 ธ.ค. 2568
3. เป็นหญิงไทย อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 7287/2568 ลงวันที่ 9 ธ.ค. 2568
ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ฯ”
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากก่อนเข้าทำการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปคม. พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิ International Protection Alliance (IPA) และ เจ้าหน้าที่มูลนิธิ Our Rescue ประเทศไทย ได้ทำการช่วยเหลือ น.ส.กอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เข้ารับการคุ้มครองสวัสดิภาพ และฟื้นฟูสภาพจิตใจ ณ สถานคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์
จากการซักถาม น.ส.กอ ได้ความว่า ก่อนหน้านี้ประมาณเดือน มิ.ย. 67 ได้ไปทำงานขายบริการทางเพศที่ หญิงไทย อายุ 33 ปี และสามี เป็นชายไทย อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน และเปิดร้าน “บริการอาบน้ำแมว” โดยมี หญิงไทย อายุ 38 ปี คนสนิท เป็นแอดมินประจำร้านคอยหาเด็กมาทำงาน, คอยต้อนรับลูกค้า และดูแลค่าตัวเด็กในร้าน จำได้ว่ามีพนักงานให้บริการทางเพศ ในร้าน จำนวน 22 คน เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ประมาณ 7 - 8 คน โดยในหนึ่งวันจะต้องรับลูกค้าประมาณวันละ 7 คน และทำงานจนครบ 30 วัน จึงจะได้เงินเดือน หากพนักงานคนไหนดูแลลูกค้าไม่ดีก็จะถูก ชายไทย ด่าทอและบางครั้งก็จะมีการตบตีพนักงาน หากพนักงานคนใดมีประจำเดือน แล้วเป็นคนที่ลูกค้าเลือก ต้องใช้ฟองน้ำ หรือเรียกอีกอย่างว่าลูกเจี๊ยบยัดที่อวัยวะเพศเพื่อให้บริการทางเพศแก่ลูกค้า เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปคม.ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญา ออกหมายจับกลุ่มบุคคลดังกล่าว
จากการตรวจสอบ พบว่า เป็นร้านขายบริการทางเพศโดยตรง โปรโมทร้านผ่านเว็บบอร์ดงานขายบริการ เปิดให้บริการมาแล้ว 7 ปี มีบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนี้ประมาณ 10 บัญชี มีเงินหมุนเวียนทุกบัญชีรวมกันกว่า 20 ล้านบาท จากการสืบสวนพบว่า ร้านอาบน้ำแมวนั้น มีลักษณะเป็นธุรกิจบังหน้า ไม่ได้มีลูกค้ามากมาย และปัจจุบันทางร้านได้ปิดตัวไปแล้ว และย้ายกับไปเปิดที่บ้านแทน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ร้องขอต่อศาลจังหวัดปทุมธานี และศาลจังหวัดธัญบุรี เพื่อขออนุมัติหมายค้นบ้าน และร้านเป้าหมาย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดปทุมธานี ที่ 115/2569 ลง 28 เม.ย.69 เข้าตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือ ,อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และกล่องพัสดุบรรจุถุงยางอนามัยกว่า 500 ชิ้น สามารถจับกุม หญิงไทย และชายไทย 2 สามีภรรยา เจ้าของร้าน ได้ภายในบ้านพักดังกล่าว ทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และให้การเพิ่มเติมว่าเป็นเจ้าของร้านจริง รับลูกค้าทั้ง Online และ Walk in รายได้ส่วนใหญ่มาจากร้าน และถุงยางที่พบนั้นสั่งมาเพื่อนำไปใช้ที่ร้าน และในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิ International Protection Alliance (IPA) ได้ร่วมกันนำหมายค้นของศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 241/2568 ลง 28 เม.ย. 2569 เข้าตรวจค้นผลการตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือ,อุปกรณ์อิเล็กทรออนิกส์, โหลบรรจุฟองน้ำ (ลูกเจี๊ยบ), ถุงยางอนามัยจำนวนหนึ่ง และพบสำเนาบันทึกประจำวัน สภ.คลองหลวง ของอดีตพนักงานในร้าน ที่แจ้งความไว้ว่าถูกหลอกมาขายบริการทางเพศที่ร้าน และไม่ได้รับเงินค่าตัวแต่อย่างใด
สามารถจับกุม หญิงไทย ผู้จัดการร้าน ได้ภายในร้านดังกล่าว ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และให้การเพิ่มเติมว่าเป็นผู้จัดการร้านจริง รับลูกค้าทั้ง Online และ Walk in ทำงานที่ร้านมา 5 ปี เดิมทีมาทำงานเป็นหมอนวด ทำได้ 3 ปี หญิงไทยไว้ใจ จึงให้เป็นผู้จัดการร้าน ได้เงินเดือน 35,000 บาท แต่ต้องทำครบ 30 วัน จึงจะได้เงินเดือน โดยรายได้ของทางร้านในแต่ละวันหลักหักค่าใช้จ่าย ประมาณ 7,000 - 20,000 บาท และเชิญตัวพนักงานที่นอนอยู่ในร้านมาทำการสอบ/คัดกรองคัดแยก พบผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์เพิ่มเติมอีก 1 ราย ให้การว่าเป็นหลานของ หญิงไทยดังกล่าว ทำงานอยู่ที่ร้านตั้งแต่อายุ 17 ปี ได้เงินเดือน เดือนละ 20,000 บาท สามารถหยุด ลาได้ทุกวัน แต่ต้องทำงานให้ครบ 30 วัน จึงจะได้เงินค่าแรง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เชิญตัวผู้เสียหายเข้ารับการคุ้มครองฯ และได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสาม ส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปคม. เพื่อดำเนินคดีต่อไป
เตือนภัยแก่พี่น้องประชาชนทั่วไป ดังนี้
1. ฝากเตือนผู้ปกครอง ที่มีบุตรหลานเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ให้สังเกตพฤติกรรมของบุตรหลานว่ามีการใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือยเกินตัว กว่าเงินที่ท่านมอบให้หรือไม่ และควรตรวจสอบการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของบุตรหลานว่ามีความผิดปกติ หรือไม่ ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เด็กหลงเข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์เช่นนี้
2. ฝากเตือนเด็กเยาวชน ที่คิดจะกระทำผิดเช่นนี้ เพียงเพราะเห็นแก่เงินรายได้ไม่เท่าไหร่ และคิดว่าทำไปก็ไม่มีใครรู้ ให้พึงระลึกว่าแม้วันที่กระทำผิดอาจไม่มีใครรู้หรือถูกจับได้ แต่ร่องรอยพยานหลักฐานต่างๆ ของการกระทำผิดนี้ ยังคงอยู่ตลอดไป หากวันใดที่ผู้ปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบ อาจถูกนำกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้
3. ฝากเตือนผู้ซื้อบริการทางเพศ อย่าเพียงเพราะเห็นแก่ความสนุกชั่วครั้งชั่วคราว และคิดว่ากระทำไปแล้วไม่มีใครรู้หรือจับได้ ขอให้พึงระลึกเช่นกันว่าพยานหลักฐานการกระทำผิด จะยังคงอยู่ และสามารถนำกลับมาดำเนินคดีได้ในภายหลัง ภายในอายุความ
4. ฝากเตือนผู้ที่คิดจะตั้งตัวเป็นเอเย่นหรือนายหน้าค้าบริการทางเพศเด็ก เพียงเพราะเห็นแก่รายได้ส่วนต่างจากการค้าประเวณี ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ และเป็นความผิดที่มีอัตราโทษสูง จำคุกกว่า 10 ปี อีกทั้งคดีดังกล่าวมีอายุความ 20 ปี