วันที่ 3 พฤษภาคม 2569 เวลา 17:46 น.
ปักกิ่ง, 3 พ.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันเสาร์ (2 พ.ค.) กระทรวงพาณิชย์ของจีนได้ออกคำสั่งห้ามมิให้มีการยอมรับ บังคับใช้ หรือปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่บังคับใช้กับบริษัทจีน 5 แห่ง ด้วยข้อกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมน้ำมันของอิหร่าน
บริษัททั้ง 5 แห่ง ได้แก่ บริษัท เหิงลี่ ปิโตรเคมิคอล (ต้าเหลียน) รีไฟน์นิ่ง จำกัด (Hengli Petrochemical (Dalian) Refining Co., Ltd.) บริษัท ซานตง โซ่วกวง หลู่ชิง ปิโตรเคมิคอล จำกัด (Shandong Shouguang Luqing Petrochemical Co., Ltd.) บริษัท ซานตง จินเฉิง ปิโตรเคมิคอล กรุ๊ป จำกัด (Shandong Jincheng Petrochemical Group Co., Ltd.) บริษัท เหอเป่ย ซินไห่ เคมิคัล กรุ๊ป จำกัด (Hebei Xinhai Chemical Group Co., Ltd.) และ บริษัท ซานตง เซิ่งซิง เคมิคัล จำกัด (Shandong Shengxing Chemical Co., Ltd.)
ประกาศของกระทรวงพาณิชย์จีน ระบุว่ามาตรการของสหรัฐฯ ประกอบด้วยการนำบริษัทเหล่านี้ไปใส่ในบัญชีรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดเป็นพิเศษ (Specially Designated Nationals List) อายัดทรัพย์สิน และสั่งห้ามมิให้ทำธุรกรรมกับบริษัทดังกล่าว
โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีนกล่าวชี้แจงถึงคำสั่งห้ามดังกล่าวเมื่อวันเสาร์ ว่านับตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นมา สหรัฐฯ ได้ใช้คำสั่งผู้บริหารที่มุ่งเป้ายังประเทศอื่น เพื่อใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อบริษัทจีนเหล่านี้ ด้วยข้อกล่าวหาว่าบริษัทเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำธุรกรรมซื้อขายน้ำมันกับอิหร่าน
โฆษกฯ ระบุว่า มาตรการของสหรัฐฯ ถือเป็นการห้ามหรือจำกัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการค้าตามปกติระหว่างบริษัทจีนกับประเทศ ตลอดจนพลเมือง นิติบุคคล หรือองค์กรฝ่ายที่สามอื่นๆ อย่างไม่เหมาะสม ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและบรรทัดฐานขั้นพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
โฆษกฯ ระบุเพิ่มเติมว่ากระทรวงพาณิชย์ได้ออกคำสั่งห้ามดังกล่าวโดยอาศัย "กฎระเบียบว่าด้วยการตอบโต้การบังคับใช้กฎหมายและมาตรการอื่นของต่างประเทศนอกอาณาเขตอย่างไม่เป็นธรรม" (Rules on Counteracting Unjustified Extra-territorial Application of Foreign Legislation and Other Measures) เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ ความมั่นคง และผลประโยชน์ด้านการพัฒนา รวมถึงปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของพลเมืองจีน นิติบุคคล และองค์กรอื่นๆ ของจีน
โฆษกฯ ย้ำว่ารัฐบาลจีนต่อต้านมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวที่ปราศจากการมอบอำนาจจากองค์การสหประชาชาติและขาดพื้นฐานทางกฎหมายระหว่างประเทศมาโดยตลอด
โฆษกฯ เสริมว่าการออกคำสั่งห้ามนี้ถือเป็นการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมในการบังคับใช้กฎระเบียบข้างต้นตามกฎหมาย ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศของจีน และไม่ส่งผลกระทบต่อการปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของวิสาหกิจทุนต่างประเทศตามกฎหมายของจีน
โฆษกฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงพาณิชย์จะยังคงติดตามการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการของต่างประเทศนอกอาณาเขตอย่างไม่เหมาะสมอย่างใกล้ชิดต่อไป และจะดำเนินการขั้นต่อไปตามกฎหมายหากเกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก