วันที่ 3 พฤษภาคม 2569 เวลา 10:31 น.
วันนี้ (3 พฤษภาคม 2569) พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย กองการต่างประเทศ ในฐานะสำนักงานกลางแห่งชาติตำรวจสากลกรุงเทพฯ (INTERPOL National Central Bureau for Thailand) เดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยกระดับการบังคับใช้กฎหมายและปราบปรามอาชญากรรมการทุจริตไร้พรมแดน
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 กองการต่างประเทศ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายตำรวจสากลและประสานงานภูมิภาค ให้การต้อนรับ นายประทีป คงสนิท รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมคณะ ในโอกาสเข้าหารือข้อราชการและกระชับความร่วมมือในการดำเนินงานตามพันธกรณีระหว่างประเทศด้านการต่อต้านการทุจริต ณ กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ในการหารือครั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ได้กล่าวขอบคุณกองการต่างประเทศ ที่โชว์ศักยภาพความเป็นมืออาชีพในการประสานงานระดับสากล จนสามารถติดตามตัวผู้ต้องหาคนสำคัญในคดีทุจริตกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยได้สำเร็จ จากทั้งสหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐเกาหลี และไต้หวัน ซึ่งถือเป็นผลงานที่เป็นรูปธรรมและตอกย้ำว่าผู้กระทำผิดไม่อาจใช้ช่องว่างทางพรมแดนในการหลบหนีความยุติธรรมได้
นอกจากนี้ ทั้งสองหน่วยงานยังได้วางกรอบการทำงานเชิงรุกในอนาคต ประกอบด้วย
1. ขยายผลและติดตามตัวผู้ต้องหา : เร่งประสานงานตำรวจสากลเพื่อติดตามตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีเพิ่มเติม
2. ยกระดับเครือข่ายผู้ประสานงานสากล : ภายใต้ระบบเครือข่ายตำรวจสากลด้านการติดตามทรัพย์สินและคดีทุจริต (Global Focal Point Network: GFPN) เพื่อให้การทำงานประสานรอยต่อข้อมูลระหว่างประเทศเป็นไปอย่างรวดเร็วและไร้รอยต่อ
3. การลงนาม MOU ทวงคืนทรัพย์สิน : พิจารณาจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลและขอความช่วยเหลือผ่านกลไก ประกาศตำรวจสากลสีเงิน (Silver Notice) ของตำรวจสากล และศูนย์อาชญากรรมทางการเงินและการต่อต้านการทุจริต (IFCACC) เพื่อพุ่งเป้าติดตามและยึดทรัพย์สินที่ถูกโยกย้ายจากการทุจริตกลับคืนสู่ประเทศไทย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติมุ่งมั่นที่จะใช้กลไกของตำรวจสากล อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของไทยเพราะอาชญากรรมไม่มีพรมแดน การปราบปรามของตำรวจไทยจึงจะต้องครอบคลุม ไร้พรมแดนเช่นเดียวกัน


