หน้าแรก > อาชญากรรม

ปอศ. ทลายเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ อ้างโรบอทเทรดคริปโตจากอังกฤษ เสียหายกว่า 23 ล้านบาท

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 23:59 น.


ปอศ. ทลายเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ อ้างโรบอทเทรดคริปโตจากอังกฤษ เสียหายกว่า 23 ล้านบาท

กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปอศ. ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 2 ราย 1.นายกัน (นามสมมุติ) อายุ 46 ปี สัญชาติไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ลงวันที่ 24 เมษายน 2569 และ 2.นางสาวรัน (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี สัญชาติไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ลงวันที่ 24 เมษายน 2569

ข้อหา “ร่วมกันกันฉ้อโกงทรัพย์,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ,ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”

สถานที่จับกุม และจุดตรวจค้นที่ 1 บริษัทในพื้นที่ ต.สันทรายน้อย อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ตรวจยึดของกลาง 4 รายการ

จุดตรวจค้นที่ 2 บ้านพักในพื้นที่ ต.ยางซ้าย อ.เมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย ตรวจยึดของกลาง 4 รายการ

จุดตรวจค้นที่ 3 บริษัทในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ตรวจยึดของกลาง 5 รายการ

สืบเนื่องจากกลุ่มผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์หลังถูกเครือข่ายดังกล่าวหลอกให้ลงทุนในระบบ AI IOTA โดยอ้างว่าเป็นเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะ (Robot Trade) สำหรับซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลจากประเทศอังกฤษ การันตีผลกำไรสูงถึงร้อยละ 12 ต่อรอบการลงทุน (28 วัน) พร้อมโฆษณาชวนเชื่อว่ามีการรับประกันเงินต้นเต็มจำนวน

​เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อ กลุ่มผู้ต้องหาได้เปิดสำนักงานตกแต่งอย่างหรูหราในย่านประเวศ กรุงเทพฯ และ จ.เชียงใหม่ เพื่อใช้เป็นสถานที่นัดพบและสร้างความน่าเชื่อถือ มีการแสดงพอร์ตการลงทุนปลอมที่ทำตัวเลขกำไรสูงเกินจริง รวมถึงแสดงสลิปการโอนเงินปันผลของสมาชิกรายอื่นซึ่งไม่มีตัวตนจริง นอกจากนี้ยังมีการสร้างเว็บไซต์ www.iotawse.com เพื่อให้ผู้ลงทุนเข้าไปตรวจสอบยอดเงินและกำไรในระบบ “ทิพย์” ที่กลุ่มผู้ต้องหาควบคุมข้อมูลเองทั้งหมด

ในช่วงแรกผู้เสียหายได้รับผลตอบแทนตามปกติเพื่อกระตุ้นให้ลงเงินเพิ่มหรือชักชวนคนใกล้ชิดมาร่วมลงทุน แต่ต่อมาเมื่อมียอดเงินสะสมจำนวนมาก กลุ่มผู้ต้องหาเริ่มบ่ายเบี่ยงการจ่ายเงินปันผลโดยอ้างเหตุผลต่างๆ นานา ก่อนจะปิดบริษัทและแอบขนย้ายอุปกรณ์สำนักงานหลบหนีไปในที่สุด ตรวจสอบเบื้องต้นพบมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 23 ล้านบาท ​จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมการบริษัทและผู้ดูแลระบบ (Admin) ยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อติดตามอายัดทรัพย์สินมาคืนให้แก่ผู้เสียหายต่อไป

 

 

 

 

 

 

ข่าวยอดนิยม