วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 10:48 น.
1 พฤษภาคม 2569 นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ KPI Poll เปิดเผยผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 18 ที่ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 24-27 เมษายน 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง ต่อนโยบายเร่งด่วนด้านเศรษฐกิจ สังคม และประเด็นสำคัญทางการเมือง
นโยบายที่ควรให้ความสำคัญเพิ่มเติมมากที่สุด 64.8% นโยบายเรื่อง “การแก้ปัญหาราคาพลังงาน ค่าไฟ และค่าน้ำมัน” สูงที่สุด รองลงมา 15.5% นโยบายเรื่อง “การแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และสิ่งแวดล้อม” ,8.2% นโยบายเรื่อง “การผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่”, 6.7% นโยบายเรื่อง “การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ/รายได้ของผู้เริ่มทำงาน”, 2.0% นโยบายเรื่อง “นิรโทษกรรม ผู้ต้องโทษคดีทางการเมืองต่าง ๆ”, 1.6% ไม่มีนโยบายเรื่องใดเพิ่มเติม และ 1.2% ไม่มีความเห็น
ประชาชนให้น้ำหนักกับปัญหาที่กระทบชีวิตประจำวันอย่างเร่งด่วนมากกว่าประเด็นเชิงโครงสร้างทางการเมือง นั่นคือ “ราคาพลังงาน ค่าไฟ และค่าน้ำมัน” ซึ่งเป็นทั้ง “ต้นทุนชีวิต” และ “ต้นทุนเศรษฐกิจ” ในขณะที่ประเด็น ฝุ่น PM 2.5 และสิ่งแวดล้อม ตามมาเป็นลำดับรอง สะท้อนว่า ประชาชนไม่ได้มองเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตในระยะยาวต่อสุขภาพด้วย
เรื่องค่าครองชีพยังเป็นโจทย์ใหญ่ ประชาชนหนุนรัฐ “ลดหนี้-ลดภาระ” เร่งด่วนที่สุด 57.7% อยากให้ภาครัฐเร่งดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในเรื่อง “ลดหนี้สินและลดค่าครองชีพของประชาชน” รองลงมา คือ 22.6% อยากให้เร่งนโยบาย “โครงการคนละครึ่งพลัส”, 11.8% อยากให้เร่งนโยบาย “ลดรายจ่ายภาครัฐที่ไม่จำเป็น”, 6.2% อยากให้เร่งนโยบาย “ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยตลอดทั้งปี” และ 1.7% ไม่มีความเห็น
พบว่าประชาชนไม่ได้มองหาเพียงมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายระยะสั้น หรือ ไม่ใช่แค่ “การช่วยใช้จ่ายเพิ่ม” แต่ต้องการให้เข้าไปจัดการ “ภาระทางเศรษฐกิจพื้นฐาน” ที่กระทบชีวิตประจำวันโดยตรงมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นหนี้ครัวเรือน ราคาสินค้า หรือค่าครองชีพโดยรวม
ส่วนเรื่องยาเสพติด” ครองปัญหาสังคมอันดับหนึ่ง แต่ “Gen Z” อยากให้เร่ง เรื่อง“เรียนฟรี มีงานทำ”35.6% อยากให้เร่งดำเนินนโยบายสังคมและคุณภาพชีวิตในเรื่อง “แก้ปัญหายาเสพติด” รองลงมา 25.3% อยากให้เร่งนโยบาย “เรียนฟรี มีงานทำ”, 16.9% อยากให้เร่งนโยบาย “เตรียมสังคมและชุมชนให้พร้อมรองรับผู้สูงอายุ”, 14.4% อยากให้เร่งนโยบาย “แก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ/แก๊งสแกมเมอร์”, 5.9% อยากให้เร่งนโยบาย “แก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้อย่างยั่งยืน” และ 2.0 ไม่มีความเห็น
ตามช่วงวัย : คน Gen Y (38.6%), Gen X (37.5%) และ Gen Baby boomer (36.5%) ให้ความสำคัญและอยากให้เร่งนโยบาย “แก้ปัญหายาเสพติด” เป็นสัดส่วนสูงสุด ขณะที่ Gen Z (36.6%) ให้ความสำคัญและอยากให้เร่งนโยบาย “เรียนฟรี มีงานทำ” เป็นสัดส่วนสูงสุด ซึ่งคนส่วนใหญ่ยังอยากเห็นรัฐเร่งแก้ปัญหายาเสพติด ในฐานะโจทย์เร่งด่วนด้านความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของสังคมไทย แต่ในอีกด้านหนึ่ง คนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z กลับส่งสัญญาณชัดว่า สิ่งที่ต้องการเร่งด่วนที่สุดคือ “เรียนฟรี มีงานทำ” สะท้อนความคาดหวังต่อโอกาสในชีวิตและความมั่นคงในอนาคต นโยบายสังคมที่ตอบโจทย์ประชาชนในเวลานี้ จึงไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องสร้างทั้ง “ความปลอดภัยในปัจจุบัน” และ “โอกาสในอนาคต” ไปพร้อมกัน
ขณะที่คนเกินครึ่งกังวลต่อปัญหาทางกฎหมาย กรณี “บัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด” 60.2% รู้สึก “ค่อนข้างกังวล-กังวลมาก” ต่อกรณีข้อร้องเรียน “บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด” ว่าอาจมีปัญหาทางกฎหมายและกระทบต่อความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้ง ในขณะที่ 26.2% “ไม่ค่อยกังวล-ไม่กังวลเลย” และ 13.6% ไม่มีความเห็น จะเห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับความถูกต้อง โปร่งใส และความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้งอย่างมาก โดยเมื่อเกิดข้อร้องเรียนที่อาจเกี่ยวข้องกับปัญหาทางกฎหมาย ก็ทำให้ประชาชนจำนวนมากเกิดความกังวลต่อความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้งได้ทันที
สะท้อนความคาดหวังให้รัฐเร่งดำเนินการควบคู่กันในหลายมิติ โดยเฉพาะการบริหารที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน ควรออกแบบนโยบายสังคมให้สอดคล้องกับความต้องการของคนแต่ละช่วงวัย นอกจากนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความโปร่งใสและความชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณะ รวมทั้งการให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงกับสุขภาพและความมั่นคงในอนาคตไปพร้อมกัน
