หน้าแรก > การเมือง

แจงสูตรค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันได ใช้กับไฟบ้าน ร้านค้า-อุตสาหกรรมคงอัตราเดิม ยันใช้ไม่เกิน 500 หน่วยถูกกว่าแน่นอน

วันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 14:40 น.


วันนี้ (29 เม.ย.69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมแถลงประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 1/2569 (ครั้งที่ 175)

โดยนายเอกนัฏเปิดเผยว่า ที่ประชุม กพช.มีมติ 2 เรื่อง คือ 1.การส่งเสริมการติดโซลาร์ เป็นการสนับสนุนให้ประชาชนใช้หลังคาบ้านผลิตไฟฟ้าใช้เอง โดยจะลดขั้นตอนตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ติดตั้งได้เร็วขึ้น การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ทำวันสต๊อปเซอร์วิส และหากบ้านไหนผลิตเกินที่ใช้ จะรับคืนในอัตรา 2.20 บาท โดยจะเริ่มเสนอขายไฟฟ้าได้ตั้งแต่หลังเดือนมิถุนายน 2569 ทั้งนี้ เดิมมีการจำกัดการรับซื้อไฟฟ้าไม่เกิน 90 เมกะวัตต์ แต่การประชุม กพช.ได้มีมติขยายเพิ่ม รับซื้อครั้งละ 500 เมกะวัตต์ และถ้าเต็มก็จะมีการขยายเพิ่มอีก เพราะตั้งใจจะให้มีการติดโซลาร์เพื่อผลิตไฟไว้ใช้เองและขายคืนเข้าระบบให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

นายเอกนัฏกล่าวต่อว่า เรื่องที่ 2 มีมติเห็นชอบอัตราค่าไฟฟ้า สำหรับบ้านอยู่อาศัยทุกครัวเรือน ไม่เกี่ยวข้องกับประเภทกิจการ ร้านอาหาร ร้านค้า โรงงานอุตสาหกรรม ที่ขอจดใช้ไฟเป็นกิจการขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ โดยใช้อัตราค่าไฟแบบก้าวหน้า โดยจะปรับลดค่าไฟสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ราคาต่ำกว่า 3 บาทต่อหน่วย ซึ่งจากการคำนวณแล้วคาดการณ์ว่า ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์คือผู้ที่ใช้ไฟไม่เกิน 500 หน่วยต่อเดือน หรือผู้จ่ายค่าไฟต่อเดือนไม่เกิน 2,200 บาท โดยจะได้ใช้ไฟฟ้าในราคาที่ถูกลง โดย 200 หน่วยแรก จะจ่ายค่าไฟต่ำกว่า 3 บาท และหากมากกว่า 200 หน่วย แต่ไม่เกิน 500 หน่วยจะใช้การคำนวณค่าไฟจะใช้อัตราก้าวหน้ามาคิดเป็นค่าเฉลี่ย จะทำให้จ่ายค่าไฟถูกกว่าที่เคยจ่าย

นายเอกนัฏกล่าวต่อว่า ตนได้ติดตามข่าวและเข้าใจดีว่ามีข้อสงสัย และมีการเข้าใจผิด ว่าให้โรงงานอุตสาหกรรม ร้านค้า มาแบกค่าไฟของผู้อยู่อาศัย ซึ่งไม่เป็นเรื่องจริง ซึ่งย้ำว่าเป็นการคำนวณค่าไฟเฉพาะบ้านที่อยู่อาศัย ขณะที่บางคนเข้าใจว่าเป็นการคำนวณค่าไฟแบบเหมาจ่าย แต่ความจริงแล้วเป็นการคำนวณแบบอัตราก้าวหน้าเพื่อหาค่าเฉลี่ย ซึ่งผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์ เกิน 90% ของจำนวนครัวเรือนภายในประเทศ หรือประมาณ 21 ล้านครัวเรือน โดยตอนนี้ได้ทำงานร่วมร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อหาเงินก้อน มาสนับสนุนการติดโซลาร์ในลักษณะผ่อนจ่าย ซึ่งอัตราผ่อนจ่ายจะถูกกว่าค่าไฟ โดยมอบหมายให้ การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ดำเนินการศึกษา ลงทุนและให้บริการติดโซลาร์ในราคาถูก สำหรับผู้ที่ไม่มีเงินก้อน

เมื่อถามว่า ในกรณีใช้ไฟเกิน 200 หน่วย แต่ไม่เกิน 500 หน่วย จะราคาหน่วยละเท่าไหร่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าวว่า ค่าเฉลี่ยตามตัวเลขที่คาดคาดการณ์ หากใช้ไฟ 500 หน่วย 200 หน่วยแรกจะคูณ 3 บาท แต่ถ้าใช้เกิน 400 หน่วยจะคูณอีกอัตราหนึ่ง แต่เมื่อรวมออกมาแล้วใครที่ใช้ไฟไม่เกิน 500 หน่วย จะใช้ไฟในราคาที่ถูกกว่าเดิมเล็กน้อย แปลว่าหากใช้ไม่เกิน 200 หน่วยจะถูกลง 20% และหากใช้ไฟไม่เกิน 400 หน่วย จะถูกลง 10%

เมื่อถามว่า อัตราค่าไฟนี้จะอยู่จนครบเทอมรัฐบาลหรือไม่ นายเอกนัฏยืนยันว่า ใช่ นอกจากนี้ยังยืนยันว่าการติด Solar Rooftop จะลดขั้นตอนการขออนุญาตในส่วนท้องถิ่นออกทั้งหมด แล้วให้ไปดำเนินการที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือการไฟฟ้านครหลวง โดยหากเป็นการติดตั้งเพื่อใช้เองไม่ใช่เพื่อเสนอขาย จะต้องติดตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน แต่ถ้ามีการขายไฟคืน จะต้องเสร็จภายใน 30 วัน แล้ววันนี้มติ กพช.ให้เพิ่มการรับซื้อทันที 500 เมกะวัตต์ และถ้าเต็ม 500 เมกะวัตต์จะมีการขยายต่อเป้าหมายไม่มีที่สิ้นสุด และติดให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และยืมหลังคาประชาชนเป็นโรงไฟฟ้า เพราะเรตรับซื้อ 2.20 บาท เป็นอัตราที่ไม่แพ้ที่การไฟฟ้าไปซื้อที่โซลาร์ฟาร์ม

ขณะที่ นายวราวุธกล่าวย้ำถึงมาตรการว่า เป็นโครงการที่ใช้กับบ้านพักที่อยู่อาศัย เรื่องที่ผ่านมามีการแสดงความเป็นห่วงมายังสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยได้มีการส่งเรื่องมายังตนเกี่ยวข้องกับผลกระทบ ของภาคอุตสาหกรรม ที่ใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก จึงเกรงว่าจะเป็นการแบกภาระในส่วนนี้ในส่วนนี้ โดยชี้แจ้งว่าใน 200 หน่วย แต่ไม่เกิน 400-​500 หน่วย ซึ่งไม่ครอบคลุมร้านค้าที่มีการจดทะเบียน และยืนยันว่าไม่ได้เป็นการผลักภาระอะไร ซึ่งค่าไฟฟ้ายังคงไปตาม อัตราเดิม แต่จะมีการเปลี่ยนแปลง เฉพาะโครงสร้างค่าไฟฟ้าบ้านพักอาศัย แต่ไม่เกี่ยวข้องกับบ้านพักอาศัยที่ประกอบธุรกิจด้วย

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม