วันที่ 26 เมษายน 2569 เวลา 15:33 น.
"ศุภจี" ลงพื้นที่จันทบุรี ติดตามส่งออก "ทุเรียนไทยคุณภาพ" สู่ตลาดโลก ร่วมไลฟ์สดอินฟลูฯจีน เจาะตลาด Live Commerce
เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตสวนทุเรียนไทย พร้อมตรวจเยี่ยมกระบวนการคัดบรรจุทุเรียนคุณภาพเพื่อการส่งออก โดยมีนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี คณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนหน่วยงานภาคและเอกชนในพื้นที่เข้าร่วม ณ บริษัท แซม-ซัน อินเตอร์ เฟรช จำกัด ตำบลแสลง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี
โดย นายภาณุวัชร์ ไหมแก้ว กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ อดีตนายกสมาคมผู้ส่งออกทุเรียนและมังคุด รวมถึงผู้แทนหน่วยงานในพื้นที่ ได้บรรยายสรุปขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพทุเรียนก่อนส่งออก ตั้งแต่การตรวจโดยสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 (สวพ.6) ร่วมกับ Central Lab Thai ไปจนถึงกระบวนการตรวจปิดตู้โดยด่านตรวจพืชจังหวัดจันทบุรี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก
ในโอกาสนี้ นางศุภจี และคณะ ได้ปล่อยคาราวานผลไม้สู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยแบ่งเป็น 2 เส้นทาง ได้แก่ การกระจายผลผลิตเข้าสู่ห้าง Modern Trade ในประเทศ และการส่งออกไปยังตลาดจีนด้วยตู้คอนเทนเนอร์ปริมาณกว่า 100 ตัน
นางศุภจี ให้สัมภาษณ์ว่า ได้บูรณาการความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตร สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ศุลกากร และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อควบคุมคุณภาพตั้งแต่การคัดแยกจนถึงการส่งออก
“วันนี้ได้เห็นกระบวนการคัดคุณภาพอย่างเข้มข้น ตั้งแต่การตรวจเปอร์เซ็นต์แป้งที่ต้องไม่ต่ำกว่า 32% และที่นี่ตั้งเกณฑ์สูงถึง 35% รวมถึงการตรวจสารตกค้างโดยห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน ทั้งสารแคดเมียม BY2 ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจของผู้ประกอบการในการรักษาคุณภาพทุเรียนไทย” นางศุภจี กล่าว
นอกจากนี้ ยังได้ปล่อยคาราวานตู้คอนเทนเนอร์ส่งออกไปยังประเทศจีน พร้อมกับการใช้ Influencer จีนไลฟ์สดจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์ม e-Commerce ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยภาพรวมราคาทุเรียนในขณะนี้ยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังระบุว่า ได้มีการส่งทีมล่วงหน้าโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศไปประจำด่านสำคัญ ทั้งเส้นทางผ่านเวียดนามและลาว (ด่านเชียงของ) ไปยังจีน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ และกระจายการส่งออกไปยังตลาดต่างๆ รวมถึงจีนตอนในและตะวันตก
“ปีนี้ผลผลิตเพิ่มขึ้นกว่า 30% สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาคุณภาพ หากคุณภาพดีจะช่วยพยุงราคาได้ ขณะเดียวกันกระทรวงได้เตรียมความพร้อมทั้งตู้คอนเทนเนอร์และแรงงาน โดยร่วมกับกระทรวงแรงงานในการพัฒนาทักษะแรงงานรองรับฤดูกาลผลไม้” นางศุภจี กล่าว
พร้อมกันนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังมีแผนส่งเสริมการบริโภคในประเทศควบคู่กับการส่งออก ผ่านความร่วมมือกับกรมการค้าภายใน ห้าง Modern Trade ตลาดกลาง และแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะการร่วมมือกับ TikTok เพื่อขยายตลาดภายในประเทศ รองรับผลผลิตที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มีกิจกรรมส่งเสริมการจำหน่ายทุเรียนไทย ผ่าน Live Commerce เจาะตลาดจีน ผ่านแพลตฟอร์มซื่อผิ่นฮ่าวโดยมี KOL เยี่ยน กงจู่ เยี่ยน เจินเสี่ยน (มีผู้ติดตาม 6 ล้านคน) โดยนางศุภจีได้ร่วม ไลฟ์สดกับ KOL จีนด้วย ซึ่ง กรมฯได้ร่วมมือกับบริษัท ไทยพาวิเลี่ยน จำกัด ร่วมโปรโมทการจำหน่ายทุเรียนไทย ร่วมกับ Top Thai Flagship Store ในจีน โดยการไลฟ์สดจะดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม 2569 ผ่านแพลตฟอร์มชั้นนำอีกหลายแหล่ง อาทิ Douyin, Kuaishou และ Taobao ซึ่งเน้นประชาสัมพันธ์การเดินทางของทุเรียนคุณภาพของไทยไปสู่ผูบริโภคชาวจีน คาดว่าจะสามารถจำหน่ายทุเรียนไทยได้ไม่น้อยกว่า 200 ตัน ภายใต้แนวคิด “From Farm to Table” เพื่อสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าไทย
นางศุภจี เปิดเผยว่า สถานการณ์ผลผลิตทุเรียนปี 2569 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าผลผลิตรวมทั้งประเทศอยู่ที่ 2.071 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 33 ซึ่งภาคตะวันออกทยอยให้ผลผลิตก่อนและคาดว่าช่วงเดือนพฤษภาคมจะมีปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุด ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการร่วมกันเพื่อควบคุมทุเรียนไทยให้มีคุณภาพในการส่งออกไปประเทศปลายทาง
โดยในปี 2568 ไทยส่งออกทุเรียนสดไปตลาดทั่วโลก มีปริมาณ 979,045 ตัน มูลค่า 4,368 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 125,737 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 15.71 ขณะที่ปี 2569 (มกราคม–มีนาคม) ส่งออกแล้ว 101,773 ตัน มูลค่า 506.60 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 181.05 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สำหรับตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดหลัก มีการส่งออกในช่วงวันที่ 1 มกราคม – 22 เมษายน 2569 จำนวน 16,037 ชิปเมนต์ ปริมาณกว่า 252,690 ตัน มูลค่า 29,288 ล้านบาท โดยมีเส้นทางขนส่งสำคัญผ่านด่านเชียงของและด่านนครพนม
กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้กำหนดแผนผลักดันการส่งออกผลไม้ไทยปี 2569 ครอบคลุม 3 กลุ่มตลาด ได้แก่
1. ตลาดหลัก : เน้นรักษาตลาดจีน ส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง
2. ตลาดศักยภาพ : ซึ่งรู้จักผลไม้ไทยเป็นอย่างดี ตลาดที่ส่งเสริม ได้แก่ ฮ่องกง มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ
3. ตลาดส่งเสริมภาพลักษณ์ : เน้นสร้างการรับรู้ผลไม้ไทยโดยนำร่องเป็นผลไม้แปรรูป เช่นตลาดในกลุ่ม ตะวันออกกลาง ยุโรป เอเชียใต้ และเอเชียกลาง ในคอนเซ็ปต์ “THAILAND: THE LAND OF TROPICAL FRUITS” เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันในทุกกิจกรรมทั่วโลก
พร้อมเดินหน้ากิจกรรมสำคัญ เช่น การจับคู่ธุรกิจ การส่งเสริมการขายในต่างประเทศ (Thai Tropical Fruits Golden Months) การใช้ E-Commerce และ Influencer การเข้าร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติ และการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทย ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยืนยันจะบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อบริหารจัดการผลผลิต ยกระดับมาตรฐานสินค้า และขยายตลาดส่งออกอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยอย่างยั่งยืน
จากนั้นนางศุภจี และคณะ ได้เดินทางไปที่ บริษัท เกาฟง จำกัด ณ ตำบลเขาวัว อำเภอท่าใหม่ หารือกับผู้บริหาร เพื่อติดตามการคัดบรรจุทุเรียนคุณภาพแช่แข็งส่งออกต่างประเทศ ดูกรรมวิธีการแกะเนื้อทุเรียนพร้อมแช่แข็งเนื้อทุเรียนด้วยก๊าซไนโตรเจนเหลว เป็นการช่วยยืดอายุและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตร
ทั้งนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้ ดร.ปิยนุช วุฒิสอน คณะที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะร่วมกับนางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ลงพื้นที่หารือผู้บริหารจังหวัดหล่างเซิง และสำรวจเส้นทางขนส่งสินค้าผ่านด่านสากลหูหงิ ด่านโหย่วอี้กวน และศูนย์การซื้อขายผลไม้จีน(ฉงจั่ว) - อาเซียน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์และการผ่านแดน รองรับฤดูกาลส่งออกผลไม้ไทยสู่ตลาดจีน ช่วงระหว่างวันที่ 23-25 เม.ย. ด้วย






26 เมษายน 2569
26 เมษายน 2569