วันที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 17:31 น.
22 เม.ย.69 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกันแถลงคดีการจับกุม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหา “ร่วมกันกรรโชกทรัพย์” หลังผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้กำกับการตํารวจตรวจคนเข้าเมือง เข้าแจ้งความว่าถูกข่มขู่เรียกเงินจำนวน 2.5 ล้านบาท
สืบเนื่องจากกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีผู้เสียหายได้เข้ามาแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม ว่าถูกกลุ่มผู้ต้องหาเรียกรับเงิน เพื่อแลกกับการไม่เปิดโปงเรื่องราวบางอย่าง ที่ทำให้ผู้เสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียง เกี่ยวกับการทํางานภายในห้องกัก ตม.สวนพลู จนกระทั่งผู้เสียหายได้ยินยอมจ่ายเงิน 2,500,000บาท แต่หลังจ่ายเงินไปแล้ว นายอัจฉริยะกับพวก ก็ยังคงมีการไลฟ์สดเปิดเผยข้อมูล ที่ทำให้ผู้เสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียงอยู่ ผู้เสียหายจึงตัดสินใจแจ้งความ
ในแนวทางการดำเนินคดี ตำรวจได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเส้นทางการเงิน จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 6 ราย โดยคดีนี้ผู้ต้องหามีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ อินฟลูเอนเซอร์ (อัจฉริยะ) ใช้ความน่าเชื่อถือเข้าหาผู้เสียหาย กลุ่มที่ 2 ทำหน้าที่ข่มขู่ให้ผู้เสียหายยินยอมจ่ายเงิน และกลุ่มที่ 3 คือกลุ่มรับเงิน โดยทั้งหมดเชื่อมโยงกันในลักษณะเป็นขบวนการ
ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า กรณีอินฟลูเอนเซอร์ (อัจฉริยะ) ที่อาจมีบทบาทเป็นหัวโจกนั้น ขอให้พิจารณาแนวทางจากคดีของนายศรีสุวรรณ จรรยา ในการดำเนินการ ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกัน โดยการสืบสวนเรามีข้อมูลที่มากกว่านี้ ในการดำเนินการครั้งนี้ เพราะข้อมูลบางอย่างเป็นหลักฐานในการข้อหมายจับครั้งนี้ ซึ่งเราพบการกระทำความผิดมากกว่าคดีนี้แน่นอน พร้อมเรียกร้องให้ผู้ที่เคยถูกกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวเรียกรับเงินในลักษณะกรรโชกทรัพย์ เข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ เพื่อใช้ในการสืบสวนและขยายผลไปยังคดีที่เกี่ยวข้องต่อไป
ยืนยันว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่การกลั่นแกล้งหรือเอาคืน หรือโกรธแค้น แต่เป็นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดโดยอาศัยพยานหลักฐานชัดเจนจากผู้กล่าวหา
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวด้วยว่า คดีกรรโชกทรัพย์และการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องห้องกัก ตม.สวนพลู เป็นคนละส่วนกัน ซึ่งสํานักงานตํารวจแห่งชาติได้สั่งให้คณะทํางานทั้ง 2 ส่วน เร่งดําเนินการตรวจสอบโดยจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากพบตํารวจเกี่ยวข้องกับการกระทําความผิดในเรื่องใดก็ตาม จะดําเนินการเอาผิดทั้งทางวินัยและอาญาเด็ดขาด
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ศาลให้ประกันตัวนายอัจฉริยะ กับพวก ในวงเงิน 400,000 บาท โดยมีเงื่อนไขห้ามยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และเข้าใกล้ข่มขู่ผู้เสียหาย

