หน้าแรก > การเมือง

ปภ. สั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ยกระดับสู้ไฟป่า–หมอกควัน–พายุฤดูร้อน หนุนเครื่องจักรกลช่วยประชาชนเต็มกำลัง

วันที่ 22 เมษายน 2569 เวลา 12:39 น.


วันนี้ (22 เม.ย. 69) เวลา 08.00 น. ณ ห้องประชุมราชบพิธี ชั้น 5 อาคารดำรงราชานุสรณ์ กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทยให้แก่ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย อธิบดี หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ โดยมีนายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทยเข้าร่วมประชุม และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเข้าร่วมประชุมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการดูแลความเป็นอยู่ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” แก่พี่น้องประชาชน มีภารกิจเร่งด่วนที่ต้องขับเคลื่อนให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ซึ่งการประชุมวันนี้ตนได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทยบูรณาการการทำงานเพื่อประชาชนใน 4 นโยบายสำคัญ ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านความมั่นคง ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสภาวะปัจจุบันที่ต้องประสบกับสภาวะ “วิกฤตซ้อนวิกฤติ” ที่ต้องรับมือกับสาธารณภัยความผันผวนของสภาพอากาศ ความมั่นคงระหว่างประเทศ และความมั่นคงทางพลังเชื้อเพลิง โดยเฉพาะปัญหาสาธารณภัย ซึ่งกระทรวงมหาดไทย มีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบดูแล จึงเน้นย้ำให้ ปภ. วางแผนบริหารจัดการสาธารณภัยอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และ PM10 ภัยแล้ง และพายุฤดูร้อน

โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดควบคุมบริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จ (Single Command) ด้วยความรวดเร็วและมีเอกภาพ และบูรณาการร่วมกับฝ่ายทหาร พลเรือน หน่วยงานด้านความมั่นคง ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM 2.5 ตลอดจนภัยสาธารณภัย ๆ โดยบูรณาการหน่วยงานที่มีเครื่องมือและอุปกรณ์เพื่อสนับสนุนการจัดทำแนวกันไฟ และการดับไฟป่า โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงและเข้าถึงยากที่ต้องใช้อากาศยานปีกหมุนบิน ซึ่งปัจจุบันมีทั้งเฮลิคอปเตอร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย KA-32 ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกองทัพ ที่ประสานการทำงานกันอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ให้ ปภ. ร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นำเทคโนโลยีดาวเทียมมาใช้ติดตามจุดความร้อน (Hotspot) และแก้ไขปัญหาให้แม่นยำรวดเร็ว พร้อมส่งเสริมภูมิปัญญาชาวบ้านในการทำ “ป่าเปียก” หรือ Wet Fire Break ตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาใช้ในชุมชนหมู่บ้านเพื่อป้องกันไฟป่า ส่วนการแก้ไขปัญหาวาตภัยและพายุฤดูร้อน ให้ ปภ. ติดตามสถานการณ์ และประสานการดำเนินงานกับกรมโยธาธิการและผังเมืองซึ่งมีโครงการสร้างแนวคันดิน เขื่อน พนังกั้นน้ำ และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่กำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดใหญ่ที่เป็นพื้นที่ชุมชนและเศรษฐกิจ ให้วางแผนบริหารจัดการรับมือภัยพิบัติล่วงหน้าอย่างมีระบบ

ด้าน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ว่า ปภ. ได้ขานรับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม บูรณาการผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ยกระดับการทำงานภายใต้ “กลไกมหาดไทย” ให้สามารถจัดการสาธารณภัยได้อย่างไร้รอยต่อ เตรียมพร้อมรับมือไฟป่า หมอกควัน PM 2.5 และพายุฤดูร้อนอย่างเข้มข้น สำหรับสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ ปภ. ได้ระดมสนับสนุนภารกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่เข้าถึงยาก ได้จัดส่งเฮลิคอปเตอร์ KA-32 ขึ้นบินทิ้งน้ำดับไฟแล้ว 288 เที่ยวบิน ปริมาณน้ำรวมกว่า 864,000 ลิตร ควบคู่กับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำระยะไกลและเครื่องจักรกลสาธารณภัยตามคำร้องขอของจังหวัด พร้อมยืนยันสามารถจัดส่งกำลังและทรัพยากรเพิ่มเติมได้ทันที ส่วนในด้านการบริหารจัดการงบประมาณ ปภ. ได้ประสานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถใช้จ่ายเงินทดรองราชการฯ ในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเน้นย้ำให้ทำงานประสานสอดคล้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันที หากวงเงินในอำนาจผู้ว่าฯ ไม่ครอบคลุม สามารถขอขยายวงเงินมายัง ปภ. เพื่อประสานกรมบัญชีกลางดำเนินการต่อไปได้ทันที ส่วนการจ่ายเงินชดเชยเยียวยา ปภ. ยืนยันว่าได้ประสานงานกับกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด

อธิบดี ปภ. ยังได้เน้นย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดในการเตรียมความพร้อม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาสาธารณภัยที่เกิดขึ้นในระยะนี้ โดยการเฝ้าระวังพายุฤดูร้อนให้จังหวัดเร่งตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของสิ่งปลูกสร้าง ป้ายโฆษณา และบ้านเรือนประชาชนเพื่อป้องกันอันตรายจากลมพายุและลูกเห็บ รวมทั้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบังคับใช้กฎหมาย ดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดกับผู้ลักลอบจุดไฟเผาป่าตามนโยบายนายกรัฐมนตรี อีกทั้งให้จังหวัดเตรียมพร้อมกำลังพลในพื้นที่ โดยเฉพาะเพิ่มจำนวนและการเสริมศักยภาพ อปพร. ให้เป็นกำลังหลักในการสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยในพื้นที่ ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ร่วมกับกรมการปกครอง จัดการฝึกอบรม "อส.กู้ภัย" ในทุกภูมิภาค เพื่อยกระดับหน่วยเผชิญเหตุระดับพื้นที่ให้มีความพร้อมมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ปภ. ได้เน้นย้ำให้จังหวัดมีบทบาทเชิงรุกในการตอบโต้ข่าวปลอม (Fake News) เร่งตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงด้านภัยพิบัติให้ประชาชนเข้าใจอย่างถูกต้อง เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่เกิดความตื่นตระหนก

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม