24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 20 เมษายน 2569
>> รถกระบะนำคนงานจาก กทม. ขึ้นไปติดตั้งโซล่าเซลล์ เกิดอุบัติเหตุชนราวกั้นและเสาไฟ เสียชีวิต 1 รายเป็นชาวเมียนมา ที่มหาสารคาม
06.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมหาสารคาม รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถกระบะเสียหลักชนราวกั้นขอบทางและชนเสาไฟ มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย บนถนนเส้นทาง บรบือ - มหาสารคาม ช่วงทางกลับรถ บ้านหนองจิก ในพื้นที่ ต.แก่งเลิงจาน อ.เมือง จ.มหาสารคาม
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า แชมป์ สีขาว ลักษณะชนราวเหล็กกั้นถนน แล้วพุ่งลงไปชนกับเสาไฟส่องสว่างเกาะกลางถนน สภาพหน้ารถพังเสียหาย ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย เป็นคนไทย 3 ราย และชาวเมียนมา 1 ราย ทางอาสากู้ภัยให้การช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ใกล้เคียง ส่วนที่เกิดเหตุ พบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชาย อายุ 34 ปี สัญชาติเมียนมา
เบื้องต้นทราบว่า รถคันดังกล่าว นำคนงานมาจาก กรุงเทพฯ จะเดินทางไปติดต่อโซล่าเซลล์ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎแห่งหนึ่ง แต่มาประสบอุบัติเหตุเสียก่อน ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะดำเนินการสอบสวนต่อไป
>> สกัดจับ 16 แรงงานกัมพูชาลอบเข้าไทย รับจ่ายเงินให้นายหน้าฝั่งกัมพูชาหัวละ 7,500 บาท
08.00 น. กองกำลังบูรพา ร่วมกับ ฉก.อรัญประเทศ ชุดควบคุมทหารพรานที่ 12 โดยกองร้อยทหารพรานที่ 1202 สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว จับกุมต่างด้าว สัญชาติกัมพูชา 16 ราย บริเวณรอยต่อพื้นที่รับผิดชอบ หมู่ 5 ตำบลป่าไร่ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว แบ่งเป็นชาย 9 คน และหญิง 7 คน จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าผู้ถูกจับกุมบางรายมีหนังสือเดินทาง แต่บางรายไม่มีเอกสารแสดงตน และทั้งหมดไม่ผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
สอบสวนส่วนใหญ่เคยเข้ามาทำงานรับจ้างก่อสร้างในประเทศไทย ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เขตมีนบุรี และจังหวัดชลบุรี ได้ค่าแรงวันละ 300-700 บาท ก่อนหน้านี้ได้เดินทางกลับประเทศกัมพูชา เพื่อเยี่ยมครอบครัวและทำเกษตรกรรม ภายหลังต้องการกลับเข้ามาหางานทำในประเทศไทยอีกครั้ง จึงติดต่อเครือข่ายนายหน้าชาวกัมพูชาชื่อ “มูย” ผ่านแอปพลิเคชันแมสเซนเจอร์ เพื่อจัดหาช่องทางลักลอบข้ามแดน โดยตกลงค่าดำเนินการคนละ 7,500 บาท และจะชำระเงินเมื่อเดินทางถึงสถานที่ทำงานในประเทศไทย
เจ้าหน้าที่จึงนำตัวชาวกัมพูชาทั้ง 16 คน ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขยายผลติดตามขบวนการนายหน้าและผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนีมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> คนร้ายลอบยิง อส. วัย 59 ปี เสียชีวิตขณะเดินทางในพื้นที่กะพ้อ
08.40 น. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า รับแจ้งว่า เกิดเหตุคนร้ายลอบยิง นายเดชอุดมอายุ 59 ปี เจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน (อส.) เสียชีวิตบริเวณหมู่ 6 บ้านคอลอกาปะ ต.กะรุบี อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าผู้เสียชีวิตมักใช้เส้นทางเดิมในการเดินทางไป–กลับระหว่างที่พักเป็นประจำ คาดว่าอาจถูกเฝ้าติดตามพฤติกรรมก่อนลงมือก่อเหตุ โดยลักษณะการก่อเหตุพุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่รัฐ และสอดคล้องกับรูปแบบของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ ที่มุ่งสร้างสถานการณ์และบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชน
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมพื้นที่และเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด
>> นายกฯ มอบนโยบายงบฯ ปี 2570 ชูใช้งบ “ตรงเป้า-แม่นยำ” เน้นลงทุนรับวิกฤตโลก-ดัน EV พลังงานสะอาด
10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย มอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570
นายกฯ ระบุว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนสูง ภาครัฐจึงต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน โดยเริ่มจากการทบทวนและปรับลดงบประมาณในโครงการที่ไม่จำเป็น เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุด
การจัดทำงบฯ ปี 70 ต้อง “ตรงเป้า แม่นยำ” และตอบโจทย์นโยบาย “10 พลัส” เพื่อพาประเทศก้าวผ่านวิกฤต ควบคู่กับการวางรากฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยรัฐบาลกำหนดกรอบนโยบาย 5 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจ การต่างประเทศและความมั่นคง สังคม ภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม และการบริหารภาครัฐ พร้อมวาง “กฎเหล็ก” ขอรับงบฯ เพิ่มไม่เกินร้อยละ 20 ของปีที่ผ่านมา และต้องเป็นรายจ่ายลงทุนเท่านั้น
นอกจากนี้ รัฐบาลยังมุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด เช่น การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) การติดตั้ง Solar Rooftop ในหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อรับมือวิกฤตพลังงานในระยะยาว รวมถึงส่งเสริมความพร้อมด้านความมั่นคงอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ทันสมัยและเพียงพอ
โอกาสนี้ นายกฯ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านงบประมาณ ระหว่าง 5 หน่วยงาน เพื่อยกระดับความโปร่งใส ลดการทุจริต และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณของภาครัฐ
>> คนร้าย ลอบซุกระเบิด ร้อยกว่ากิโล ฝังใต้ท่อลอดสะพาน กดบึ้มขบวนรถ ผบ.เฉพาะกิจ 33 ทหารพรานเจ็บ 7 นาย
10.00 น. เหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารพราน ชุดปฏิบัติการรักษาความปลอดภัย (รปภ.) คณะผู้บังคับบัญชา ผบ.ฉก.ทพ.33 บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 410 (ยะลา-เบตง) บริเวณใกล้เคียงทางเข้าโรงเรียนแสงทิพย์วิทยา ในพื้นที่ หมู่ 4 บ้านตาเนาะปูเต๊ะ ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 7 นาย ล่าสุดอาการปลอดภัย
ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิดขนาดใหญ่กลางถนน ขนาดกว้าง 3 เมตร ลึก 60 ซม. ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุทั้งหมด พร้อมทั้งพยานแวดล้อมที่อยู่ในที่เกิดเหตุทั้งหมด
จากการสอบสวนเบื้องต้น ช่วงเกิดเหตุ ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหาร ชุดปฏิบัติการรักษาความปลอดภัย (รปภ.) คณะผู้บังคับบัญชา ผบ.ฉก.ทพ.33 กำลังปฏิบัติหน้าที่เดินทางลงพื้นที่ ปฏิบัติงานมวลชน คนร้ายได้ลอบวางระเบิด เป็นเหตุให้รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ ได้รับความเสียหาย บริเวณด้านหน้าตัวรถ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด พบเป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊ส น้ำหนัก 15 กก. บรรจุดินระเบิด เหล็กเส้นตัดท่อน คละขนาด รวมน้ำหนัก ประมาณ 80 - 100 กก. ฝังใต้ท่อลอดสะพาน ชุดชนวนด้วยระบบลากสาย
ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กำลังปิดล้อมพื้นที่ ติดตามไล่ล่ากลุ่มขบวนการก่อเหตุ เชื่อเป็นการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ จากการประเมินเบื้องต้น พบว่าเป็นการก่อเหตุที่มุ่งเป้าไปยังเจ้าหน้าที่รัฐโดยตรง และมีรูปแบบสอดคล้องกับพฤติกรรมของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ ที่พยายามสร้างสถานการณ์ความไม่สงบอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเลือกจุดใกล้สถานศึกษา เพื่อสร้างความหวาดกลัวและบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่
>> แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งคุมเข้มชายแดนไทย-มาเลเซีย เตรียมเสนอสร้าง “รั้วความมั่นคง” ด่านบูเก๊ะตา ยกระดับควบคุมชายแดนในทุกมิติ
10.11 น. พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 เปิดเผยว่า ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงาน ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง บูรณาการการทำงานร่วมกับศุลกากรอย่างใกล้ชิด เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายข้ามแดน บริเวณด่านศุลกากรบูเก๊ะตา อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส โดยจากการประเมินพื้นที่พบว่า แนวชายแดนบริเวณด่านบูเก๊ะตามีลักษณะเป็นชายแดนธรรมชาติ ระยะทางยาวกว่า 185 กิโลเมตร ซึ่งเอื้อต่อการลักลอบกระทำผิด ทั้งการขนสินค้าหนีภาษี ยาเสพติด และการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง
ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า จึงเตรียมเสนอแผนก่อสร้าง “รั้วความมั่นคง” ตลอดแนวพื้นที่เสี่ยง เพื่อยกระดับการควบคุมชายแดน ลดช่องว่างการแทรกซึม และเสริมประสิทธิภาพการป้องกันภัยคุกคามในทุกมิติ
>> รวบหนุ่มโหด ทำร้ายเมียท้อง 4 เดือนเสียชีวิตคาห้องนอน อ้างปมหึงหวง เมียหน้าตาดี ระแวงจะไปมีชายอื่น
13.00 น. พ.ต.อ.ญาณพล พัฒนชัย ผกก.สภ.เเม่ปิง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตภายในบ้านพัก ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่
ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านเช่าชั้นเดียว ภายในห้องนอนพบร่างของเสียชีวิต 1 ราย ทราบต่อมา คือ หญิงไทย อายุ33 ปี สภาพศพ มีร่องรอยพกช้ำตามร่างกาย นอนเสียชีวิตบนพื้นห้อง โดยมี ชายไทย อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นแฟนของผู้ตาย รอพบเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่
โดย แฟนหนุ่มของผู้ตาย ให้การว่า ผู้ตายเสียชีวิตนั้นท้องได้ 4 เดือน แต่เกิดอุบัติเหตุลื่นล้มในบ้านพักจึงทำให้เสียชีวิต แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อจึงได้เค้นสอบอย่างหนัก จนกระทั่งรับสารภาพว่าตนเป็นอดีตผู้ช่วยพยาบาลพึ่งคบแฟนคนนี้ได้ประมาณ 8 เดือน และมาอยู่ด้วยกัน
ก่อนลาออกมาขายเสื้ออผ้าออนไลน์และขับรถไรเดอร์ กับแฟนคนนี้อยูด้วยกันจนท้อง แต่ผู้ตายเป็นสาวสวย มีคนมาชอบเยอะและเวลาทะเลาะกันก่อนหน้านี้แฟนสาวมักบอกว่าลูกในท้องไม่ใช่ลูกตน วันนี้ก็ทะเลาะกันอีก ตนก็โมโหจึงได้เผลอซ้อมด้วยการทุบตี บีบคอเนื่องจากหึงหวงและระแวงว่าผู้ตายจะไปมีชายอื่น จึงได้พลั้งมือทำร้ายและผลักผู้ตายไปชนกำแพง จนทำให้เสียชีวิต
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้เสียชีวิต และจะได้สอบสวนเพิ่มเติมต่อไป
>> “นายพิพัฒน์” กาง 4 นโยบายคมนาคมยุคใหม่ ลดค่าเดินทาง ดันขนส่งสะอาด ยกระดับชีวิตประชาชน
14.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบนโยบายและทิศทางการทำงานให้หน่วยงานในสังกัด โดยย้ำแนวคิด “ความคุ้มค่า ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น” ตามแนวทางของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมปรับการทำงานเน้นซ่อมบำรุงโครงข่ายเดิมแทนการลงทุนใหม่ที่ไม่จำเป็น ควบคู่การประหยัดพลังงานและส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดภาระงบประมาณของประเทศ
ทั้งนี้ ได้กำหนด 4 นโยบายหลัก ได้แก่ ลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการเร่งด่วน เปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งพลังงานสะอาด และเปิดทางเอกชนร่วมลงทุน (PPP) เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืน สะท้อนวิสัยทัศน์การยกระดับระบบคมนาคมไทยให้ทันสมัย ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศในระยะยาว
>> นายอำเภอฯ ทหารพราน ติดตามสถานการณ์ความมั่นคงชายแดนแม่น้ำสาละวิน หลังกองทัพเมียนมา ปฏิบัติการทางอากาศทิ้งระเบิดใส่ฐาน KNU
15.00 น. นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง พร้อมด้วย พันเอกต่อพงษ์ ชำนาญอาสา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 สนธิกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจภูธรท่าตาฝั่ง และผู้นำท้องถิ่น ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนแม่น้ำสาละวิน บ้านแม่แวน (หย่อมบ้านบริวารบ้านท่าตาฝั่ง) ต.แม่ยวม จ.แม่ฮ่องสอน หลังกองทัพเมียนมาปฏิบัติการทางอากาศทิ้งระเบิดใส่ฐานที่ตั้งกองกำลัง KNU บริเวณริมแม่น้ำสาละวิน ตรงข้ามฝั่งไทย ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ได้ยินเสียงระเบิดชัดเจน ซึ่งจากการลงพื้นที่ พบสะเก็ดระเบิดตกใส่หลังคาบ้านราษฎร เสียหายเล็กน้อย 1 หลัง และพบหลุมระเบิดบริเวณริมน้ำสาละวิน ห่างจากชุมชน 800 เมตร "ไม่มี" ราษฎรไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด
นายอำเภอแม่สะเรียง และคณะเจ้าหน้าที่ ได้เข้าพูดคุยสร้างขวัญกำลังใจแก่พี่น้องประชาชนในหมู่บ้าน พร้อมเน้นย้ำมาตรการความปลอดภัย ดังนี้: ยกระดับการเฝ้าระวัง: เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนตามแนวชายแดนตลอด 24 ชั่วโมง ประสานผู้นำชุมชนเตรียมพร้อมพื้นที่ปลอดภัย (หลุมหลบภัย/จุดอพยพ) หากสถานการณ์มีความรุนแรงขึ้น ฝ่ายปกครองร่วมกับทหารและตำรวจ พร้อมดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่
>> ไฟไหม้เพิงพัก ซอยงามวงศ์วาน 47 อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
15.41 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ไม่มีเลขที่ ซอยงามวงศ์วาน 47 แยก 30 ถนนงามวงศ์วาน แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพิงพักไม้ชั้นเดียว หลังคาสังกะสี ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในเพิงพัก เพลิงลุกไหม้เสียหายกองขยะ กองเสื้อผ้า ลุกลามฝาผนัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 8 ตารางเมตร อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้น้ำทำการดับถ่านและระบายความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากการจุดเทียนทิ้งไว้ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยลาดยาว
>> นายกฯ ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ตรวจความพร้อมเฮลิคอปเตอร์ดับไฟป่า-รถวัดฝุ่น PM2.5
15.45 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะรัฐมนตรี ลงพื้นที่ติดตามความพร้อมของเฮลิคอปเตอร์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และทีมปฏิบัติการภาคสนาม ณ ฐานการบินกองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
โดยนายกรัฐมนตรีได้ตรวจความพร้อมของเฮลิคอปเตอร์ จากหลายหน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย กองทัพบก กระทรวงกลาโหม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีนักบินและทีมกู้ภัยประจำเครื่องพร้อมปฏิบัติการครบชุด
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ตรวจความพร้อมของรถสถานีตรวจวัดฝุ่น PM2.5 และมลพิษทางอากาศแบบเคลื่อนที่ขนาดใหญ่ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งติดตั้งในจุดเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อใช้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศ สปป.ลาว
17.08 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 3.5 ความลึก 6 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศลาว ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ประมาณ 151 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> กรมทางหลวง สรุป ปริมาณจราจร เข้า-ออกกรุงเทพ ช่วงสงกรานต์69 "บนมอเตอร์เวย์ ทางหลวง 12 เส้นทาง"
18.00 น. กรมทางหลวง โดยสำนักอำนวยความปลอดภัย ได้รายงานสรุปภาพรวมปริมาณจราจรเข้าออกกรุงเทพมหานครบนมอเตอร์เวย์ และทางหลวงสายหลัก รวมจำนวน 12 เส้นทาง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. 69 - 19 เม.ย. 69 รวม 10 วัน
พบว่า มีปริมาณจราจรทั้งขาเข้าและขาออก รวมทั้งสิ้น 9,517,998 คัน แบ่งเป็นฝั่งขาออก จำนวน 4,738,855 คัน ฝั่งขาเข้า จำนวน 4,779,143 คัน เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 พบว่า ปริมาณจราจรลดลงกว่า 3.20%
>> ร่างชายสูงวัย ถูกไฟไหม้เสียชีวิตปริศนา ข้างรถ จยย.พ่วงข้าง กลางไร่มันเมืองศรีธาตุ จ.อุดรธานี
18.00 น. ร.ต.ท. ธนากูร วงค์โคกสูง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ศรีธาตุ ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตในพื้นที่ไร่มันสำปะหลัง ริมถนนสายบ้านป่าหวาย ไปบ้านคำดอกไม้ พื้นที่อำเภอศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน
ที่เกิดเหตุ พบร่างของ ผู้ชาย อายุประมาณ 60 ปี ลักษณะนอนเสียชีวิตอยู่ใน สภาพถูกไฟไหม้ตามร่างกาย บริเวณใกล้กันพบรถจักรยานยนต์พ่วงข้างถูกไฟไหม้เสียหายเกรียมทั้งคัน ท่ามกลางความสงสัยของชาวบ้านในพื้นที่
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่สามารถระบุสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าวได้ว่าเกิดจากอุบัติเหตุหรือสาเหตุอื่นใด โดยจะมีการตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด รวมถึงรอผลการชันสูตรจากแพทย์ เพื่อสรุปข้อเท็จจริงต่อไป
>> ไฟไหม้บ้านพักคนงาน เสียหายวอดทั้งห้อง จนท.พร้อมรถดับเพลิงระดมฉีดน้ำสกัด
18.00 น. สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรี รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักคนงาน ภายในบริษัทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ตำบลหนองโน อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี
โดยที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นห้องแถวติดกันจำนวน 10 ห้อง มีผู้พักอาศัยส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว จำนวน 15 คน ต้นเพลิงเกิดที่ห้องพัก เลขที่ 10 ได้รับความเสียหายทั้งห้อง
เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทต.ป๊อกแป๊ก และพื้นที่ใกล้เคียง ได้เข้าระงับเหตุ จนสามารถควบคุมและเพลิงได้สงบลงในเวลาต่อมา ตรวจสอบ พบว่าห้องพักต้นเพลิงได้รับความเสียหาย 1 ห้อง และลุกลามห้องข้างเคียง ได้รับความเสียหายบางส่วน 1 ห้อง อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายของทรัพย์สิน ขณะเกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เบื้องต้น คาดว่าสาเหตุคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร
ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี
>> รถอเนกประสงค์ชนกับรถจักรยานยนต์ตราโล่ บนยกระดับเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บ 1 ราย อาสากู้ภัยเร่งนำส่ง รพ.
23.50 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุ รถอเนกประสงค์ 2 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คันชนกัน และมีผู้บาดเจ็บเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ บนทางยกระดับเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนถึงทางเบี่ยงลงศูนย์การขนส่งสาธารณะ
ที่เกิดเหตุ พบรถอเนกประสงค์ โตโยต้า สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. สภาพหน้ารถฝั่งซ้ายมีร่องรอยชนได้รับความเสียหาย ห่างออกไป พบรถอเนกประสงค์ โตโยต้า สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. สภาพท้ายรถฝั่งซ้ายมีร่อยรอยการชนเสียหาย ติดกัน พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีขาว ป้ายทะเบียนตราโล่ สภาพหน้ารถและท้ายรถพังเสียหาย
ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลาดกระบัง รหัสหมวก 6623 ทางอาสาสมัครเร่งให้การช่วยเหลือ ก่อนดำเนินการนำส่ง รพ.จุฬารัตน์ 9 ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลาดกระบัง