หน้าแรก > สังคม

ขยายเวลา! ลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือ "กลุ่มขนส่งที่ใช้น้ำมันดีเซลหรือเบนซินล้วน" ถึงวันที่ 24 เม.ย. 69 (ไม่เว้นวันหยุดราชการ)

วันที่ 18 เมษายน 2569 เวลา 15:45 น.


ขยายเวลา! ลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือ "กลุ่มขนส่งที่ใช้น้ำมันดีเซลหรือเบนซินล้วน" อุ้มผู้ประกอบการขนส่ง-ลดภาระค่าครองชีพประชาชน รับมือวิกฤตน้ำมัน ลงทะเบียนผ่านระบบ “DLT พร้อมซัปพอร์ต” ถึงวันที่ 24 เม.ย. 69 (ไม่เว้นวันหยุดราชการ)

จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนราคาน้ำมัน รวมถึงค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนในประเทศ กระทรวงคมนาคมได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนดังกล่าว จึงได้เร่งผลักดันมาตรการช่วยเหลือแบบเชิงรุกเพื่อแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างเร่งด่วน และได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกกำหนดหลักเกณฑ์ผู้ประกอบการขนส่ง “กลุ่มขนส่งที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง” (น้ำมันดีเซลหรือเบนซินล้วน) ที่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือรับมือวิกฤตน้ำมันตะวันออกกลางอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งได้เปิดลงทะเบียนรับเงินเยียวยา ตามมาตรการดังกล่าว ผ่านระบบ“DLT พร้อมซัปพอร์ต” ทั้งทาง Online และ Walk-in ที่กรมการขนส่งทางบกและสำนักงานขนส่งทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการเปิดระบบให้ลงทะเบียนรับสิทธิช่วยเหลือตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา มีผู้ให้ความสนใจเข้ามาลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก และยังคงมีผู้ประกอบการที่มีสิทธิ แต่ยังไม่สามารถลงทะเบียนสู่ระบบได้

กระทรวงคมนาคม โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม จึงสั่งการให้กรมการขนส่งทางบก ดำเนินการขยายระยะเวลาการลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิเงินช่วยเหลือ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิ และเป็นไปตามจุดประสงค์ของมาตรการดังกล่าวที่ต้องการช่วยผู้ประกอบการขนส่ง รวมถึงลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก ขานรับข้อสั่งการของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โดยขยายเวลาลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 24 เมษายน 2569 (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) สำหรับ “กลุ่มขนส่งที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง” (น้ำมันดีเซลหรือเบนซินล้วน)

ทั้งนี้ ภายหลังที่เปิดรับลงทะเบียนมาแล้ว 2 วัน (16 – 17 เม.ย. 69) พบมีผู้ลงทะเบียนแล้วเป็นจำนวนมาก เป็นผู้ประกอบการที่มีสิทธิกว่า 26,000 ราย ในขณะที่จำนวนยานพาหนะ
ที่ลงทะเบียนในระบบมีจำนวนรวมกว่า 116,000 คัน (ข้อมูล ณ วันที่ 17 เม.ย. 69) โดยผู้ประสงค์ขอรับสิทธิช่วยเหลือสามารถลงทะเบียนผ่านระบบ “DLT พร้อมซัปพอร์ต” ที่เว็บไซต์ https://tss.dlt.go.th/ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือมาดำเนินการลงทะเบียนขอรับสิทธิได้ ณ อาคาร 3 ชั้น 1 กรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากในวันแรกที่เปิดให้ลงทะเบียน พบว่ามีผู้ให้ความสนใจ และพยายามเข้ามาลงทะเบียนในระบบเป็นจำนวนมาก โดยกรมการขนส่งทางบก รับทราบปัญหาในการเข้าสู่ระบบลงทะเบียนทาง Online และได้ทำการปรับปรุงระบบให้มีความเสถียรมากยิ่งขึ้น จึงต้องขออภัยในความไม่สะดวกดังกล่าว พร้อมทั้งได้ขยายระยะเวลาเพื่อให้ผู้มีสิทธิได้มีโอกาสในการเข้ามาลงทะเบียนได้อย่างครบถ้วน

นอกจากนี้ ขอย้ำว่า มาตรการดังกล่าวเป็นความพยายามในการช่วยเหลือผู้ประกอบการรถโดยสารและรถบรรทุกขนส่งสินค้าที่ใช้น้ำมันดีเซลหรือเบนซินล้วนก่อน เนื่องจากเป็นผู้ได้รับผลกระทบสูงจากวิกฤตความผันผวนของราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถจัดเดินรถทั้งในส่วนของรถโดยสารและรถขนส่งสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง อันจะเป็นการช่วยประคับประคองสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศให้สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ในสถานการณ์เช่นนี้

ทั้งนี้ ในการลงทะเบียนขอรับสิทธิ ผู้สมัครจะต้องแจ้งข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือข้อมูลบัญชีเงินฝากที่ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (กรณีนิติบุคคล) พร้อมแนบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำเนาใบอนุญาตประกอบการขนส่ง หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และเอกสารหลักฐานแสดงการรับจ้างขนส่งผู้โดยสาร (ซึ่งเอกสารจะแตกต่างกันไปตามประเภทรถที่ขอรับสิทธิ) โดยการได้รับสิทธิช่วยเหลือจะเป็นไปตามเกณฑ์ที่กรมการขนส่งทางบกประกาศกำหนด ซึ่งจะพิจารณาการจ่ายเงินช่วยเหลือตามสัดส่วนระยะเวลาที่ให้บริการขนส่งจริง หลังจากวันที่ลงทะเบียนสำเร็จ ภายใต้กรอบระยะเวลาดำเนินมาตรการ 42 วัน (ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569)

กรมการขนส่งทางบกจึงขอเชิญชวนให้ผู้ประกอบการมาดำเนินการลงทะเบียน เพื่อรักษาสิทธิในการรับเงินช่วยเหลืออย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584 

ข่าวยอดนิยม