24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 15 เมษายน 2569
>> หนุ่ม 25 ขับขี่รถจักรยานยนต์ เกิดอาการวูบชนเจ้าหน้าที่อยู่เต็นท์บริการประชาชนได้รับบาดเจ็บ
07.00 น. ร.ต.ท. มานิตย์ เข็มหนู รองสารวัตรสอบสวน สภ.คูบางหลวง ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนคนเดินเท้า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณถนนคู่ขนาน 3902 กาญจนาภิเษกหมายเลข 9 ใต้ทางต่างระดับลาดหลุมแก้ว มุ่งหน้าบางบัวทอง หมู่ที่ 10 ตำบลคูบางหลวง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี
ในที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บคือ ชายไทย อายุ 47 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ป้องกัน อบต.คูบางหลวง ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่เวรประจำเต็นท์บริการประชาชนจุดต่างระดับลาดหลุมแก้ว สภาพมีบาดแผลแตกบริเวณใบหน้าและศีรษะ รวมถึงมีแผลถลอกตามร่างกาย เจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.คูบางหลวง จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลปทุมธานี
ห่างออกไปประมาณ 10 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีเทา หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้ารถพังเสียหาย ทราบคนขับคือ ชายไทย อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดตาก อยู่ในสภาพมีเลือดออกทางปากจำนวนมากและมีอาการศีรษะโนจากการกระแทก
จากการสอบถาม นายเกษม แจ้งดี สารวัตรกำนันตำบลคลองพระอุดม ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะที่คณะเจ้าหน้าที่กำลังนั่งปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณจุดบริการประชาชน จนท.ที่บาดเจ็บ ได้ปลีกตัวเดินไปเข้าห้องน้ำบริเวณหน่วยบริการของตำรวจทางหลวงซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง 20 เมตร แต่ในระหว่างที่กำลังเดินกลับมายังเต็นท์ ได้มีรถจักรยานยนต์ขับมาด้วยความเร็วสูงพุ่งเข้าชนอย่างจังหน้าหน่วยบริการจนร่างกระเด็น โดยคนขับรถจักรยานยนต์ให้การเบื้องต้นว่า ตนเองเกิดอาการวูบจึงทำให้รถเสียหลักไปชนเจ้าหน้าที่
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูบางหลวง ได้บันทึกภาพสถานที่เกิดเหตุและสอบปากคำพยานแวดล้อมไว้เป็นหลักฐาน พร้อมเตรียมเดินทางไปสอบสวนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างละเอียดถึงสาเหตุที่แท้จริงภายหลังจากรับการรักษาตัว เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
>> กรมคุมประพฤติ เผยสถิติเมาขับสงกรานต์ 5 วัน ยังพุ่งสูง 3,726 คดี
09.16 น. ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยว่า กรมคุมประพฤติได้กำชับสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ ดำเนินมาตรการเข้มข้นภายใต้แนวคิด ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ และ “คุมประพฤติร่วมสร้างสังคมปลอดภัย ลดอุบัติภัยทางถนน” โดยนำผู้ถูกคุมความประพฤติร่วมทำกิจกรรมบริการสังคม สนับสนุนภารกิจของเจ้าหน้าที่ในจุดบริการประชาชน จำนวน 18 จุด มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวม 357 ราย รวมถึงจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจราจรและโทษภัยของการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จำนวน 1 ครั้ง มีผู้เข้าร่วม 24 ราย เพื่อสร้างความตระหนักรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง
จากการดำเนินงานดังกล่าว มีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาและกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครได้อย่างปลอดภัย ลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ และสร้างวินัยจราจรอย่างยั่งยืนในสังคม
ในส่วนของสถิติคดี อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยว่า คดีที่ศาลสั่งคุมความประพฤติในวันที่ 14 เมษายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 667 คดี เนื่องจากศาลปิดทำการในหลายพื้นที่ โดยแบ่งเป็นคดีขับรถในขณะเมาสุรา 650 คดี คิดเป็นร้อยละ 97.5 และคดีขับเสพ 17 คดี คิดเป็นร้อยละ 2.5
ขณะที่สถิติคดีสะสมช่วง 5 วัน (10 – 14 เมษายน 2569) มีจำนวนรวม 3,961 คดี โดยเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 3,726 คดี คิดเป็นร้อยละ 94.07 คดีขับเสพ 230 คดี คิดเป็นร้อยละ 5.8 คดีขับรถประมาท 4 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.1 และคดีขับซิ่ง 1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.03
สำหรับจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เชียงใหม่ 651 คดี สมุทรปราการ 317 คดี และนนทบุรี 266 คดี
>> รับสงกรานต์ เกิดเหตุไฟลุกไหม้รถบรรทุกฟางอัดก้อนกว่า200.ก้อน วอดทั้งคัน
09.40น. เกิดเหตุระทึกรับสงกรานต์ เกิดเหตุไฟไหม้รถกระบะบรรทุกฟางอัดก้อนกว่า200.ก้อน ถูกไฟไหม้วอดพังเสียหายทั้งคัน สถานที่เกิดเหตุบนทางหลวง 214 เส้นทางสุรินทร์ - ปราสาท บริเวณใกล้เคียงโรงเรียนรัฐประชาสามัคคี เขตพื้นที่บ้านรำเบาะ ต.เชื้อเพลิง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์
หลังจากได้รับแจ้งเหตุจึงได้ประสานรถน้ำป้องกันบรรเทาสาธารณภัยตำบลเชื้อเพลิง รถน้ำป้องกันบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลกังแอน รถน้ำป้องกันบรรเทาสาธารณภัยตำบลกังแอน พร้อมหน่วยกู้ชีพเชื้อเพลิง และ อาสาหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรม จุด อ.ปราสาท รุดออกตรวจสอบ
ในที่เกิดเหตุพบรถกระบะลากจูงพ่วงการเกษตร บรรทุกฟางอัดก้อนจำนวน 200 ก้อน มาเต็มคันรถถูกไฟลุกไหม้อย่างรุนแรงวอดทั้งคัน ในสภาพพังเสียหายยับเยิน ต่อมาจึงได้ทำการปิดการจราจรชั่วคราวเพื่อให้รถน้ำดับเพลิงเข้าระงับเพลิงที่กำลังโหมไหม้ ใช้เวลาประมาณ1.ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้สำเร็จ จากการตรวจสอบภายในตัวรถและลูกพ่วงลากจูงการเกษตร พบถูกไฟไหม้เสียหายยับเยินหมดทั้ง
ส่วนสาเหตุเบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนเวรสถานีตำรวจภูธรปราสาท ได้ทำการเข้าเก็บภาพตรวจสอบเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นจะได้เรียกพยานที่เห็นเหตุการรวมไปถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดใกล้เคียงจุดเกิดเหตุและจะได้เรียกคนขับเพื่อมาสอบถามหาสาเหตุที่แน่ชัดเหตุการณ์ในครั้งนี้ต่อไป
>> ศปถ. สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569
09.50 น. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 เปิดเผยว่า ศปถ. ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 14 เม.ย. 2569 ซึ่งเป็นวันที่ห้าของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ
” เกิดอุบัติเหตุ 192 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 202 คน ผู้เสียชีวิต 30 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 38.54 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 28.13 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 72.88 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 77.08 บนถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 30.73 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 15.01 –18.00 น. ร้อยละ 23.96 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด อยู่ในช่วงอายุ 20 - 29 ปี ร้อยละ 23.71 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ แพร่ (16 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ แพร่ (18 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ปทุมธานี (3 ราย)
สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 5 วันของการรณรงค์ (10 – 14 เม.ย. 69) เกิดอุบัติเหตุรวม 951 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 911 คน ผู้เสียชีวิต รวม 191 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ แพร่ (45 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ แพร่ (47 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (16 ราย)
>> ขนส่งฯ คุมเข้ม เดินทางด้วยโดยสารสาธารณะ ช่วงสงกรานต์ ย้ำ ผู้ประกอบการและคนขับ ต้องพร้อม-ปลอดภัย
11.58 น. นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบก ได้ดำเนินการตามมาตรการอำนวยความสะดวกและปลอดภัย ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569
โดยมีมาตรการตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอด, จุดChecking Point และ Rest Area รวม 219 จุด ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 9 – 19 เม.ย. 2569 เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์
โดยคาดว่าในปีนี้จะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ และเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ให้บริการสถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดทุกแห่ง ตรวจความพร้อมของรถและความพร้อมของผู้ขับรถก่อนออกเดินทาง ตามแบบ Checklist เช่น การมีใบอนุญาตขับรถที่ถูกต้อง ตามประเภทใบอนุญาตขับรถและไม่หมดอายุตรวจความพร้อมด้านร่างกายและการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจต้องเป็นศูนย์มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ชั่วโมงการขับรถไม่เกินที่กฎหมายกำหนด รถโดยสารสาธารณะทุกคันต้องมีสภาพมั่นคงแข็งแรงทั้งสภาพตัวรถภายนอกและภายใน
รวมทั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยต่างๆ ต้องพร้อมใช้งานอยู่เสมอพร้อมจัดเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำและให้ความรู้แก่ผู้โดยสารกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินและขอให้ผู้โดยสารทุกที่นั่งคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดการเดินทาง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บและเสียชีวิตเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ
สำหรับผลการดำเนินการตรวจความพร้อม ในวันที่ 14 เมษายน 2569 ตรวจรถโดยสารสาธารณะแล้ว 13,229 คัน พบรถบกพร่อง 8 คัน สั่งเปลี่ยนรถ - คัน ดำเนินการออกคำสั่งผู้ตรวจการแล้วทุกคัน ส่วนการตรวจความพร้อมพนักงานขับรถจำนวน 13,229 ราย พบพนักงานขับรถบกพร่อง 1 คน เนื่องจากใช้ใบอนุญาตขับรถผิดประเภท
>> หนุ่มวัย 26 ปี พลัดตกต้นไม้ บาดเจ็บข้ามวันข้ามคืน ก่อนคลานออกมาความช่วยเหลือ
12.23 น. รับแจ้งจาก ศูนย์กู้ชีพพลังบุญ มูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี ศูนย์ไทรโยคน้อย มีเหตุคนตกจากที่สูง ได้รับบาดเจ็บ ที่เกิดเหตุ หมู่ 9 บ้านชายทุ่ง ตำบลวังกระแจะ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี จึงจัดกับอาสาสมัครพร้อมอุปกรณ์โรยตัว ออกตรวจสอบ ซึ่งระยะทางในการเดินทางเข้าไปยังจุดเกิดเหตุค่อนข้างไกลถนนไม่อำนวยต่อการขับขี่รถเนื่องจากเป็นหลุมเป็นบ่อจึงใช้เวลาเขาไปยังจุดเกิดเหตุค่อนข้างนาน
ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย อายุ 26 ปี นอนรอให้การช่วยเหลืออยู่บริเวณเต็นท์ผ้าใบ อาสาสมัครจึงทำการตรวจสอบร่างกายพบ มีแผลเปิด หรือฉีกขาดยาวประมาณ 30 เซนติเมตร กว้างประมาณ 20 ซม. มีอาการปวดเจ็บสะโพกและปวดบาดแผลมาก อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
คนเจ็บ เล่าเบื้องต้นว่า ได้พลัดตกต้นไม้ตั้งแต่เมื่อวาน (14 เมษายน) ช่วงประมาณเที่ยง และเพิ่งสามารถคลานออกจากจุดบริเวณที่ตกมายังจุดพักได้ และได้ทำการตะโกนเรียกผู้ที่ผ่านไปเส้นทางขอความช่วยเหลือ ต่อมาผู้พบเห็นได้ทำการโทรประสานไปยังอาสากู้ภัย เพื่อให้มาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ต่อมาอาสาสมัครได้ทำการปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บและนำส่งโรงพยาบาลไทรโยค ต่อไป
>> สงกรานต์ 2569 เงินสะพัด 1.29 แสนล้านบาท, ททท. คาดรายได้ท่องเที่ยวโต 6% ต่างชาติแห่เข้าไทย 5 แสนคน
13.33 น. มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่าเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 จะมีเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจราว 129,649 ล้านบาท สะท้อนว่าเทศกาลสำคัญของไทยยังคงมีบทบาทในการกระตุ้นการใช้จ่ายและสร้างความคึกคักทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง
ผลสำรวจพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังมีการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลตามปกติ โดย 42.7% ระบุว่าใช้จ่ายเท่าเดิม และ 20.8% ระบุว่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ขณะที่บรรยากาศโดยรวมของสงกรานต์ปีนี้ ประชาชน 51.8% มองว่ายังคงสนุกสนานเหมือนเดิม สะท้อนว่ากิจกรรมเทศกาลยังได้รับความสนใจจากประชาชนในวงกว้าง
สำหรับพฤติกรรมการเดินทาง พบว่า คนไทยส่วนใหญ่เลือกท่องเที่ยวภายในประเทศและในพื้นที่ใกล้บ้าน โดย 56.6% เน้นเที่ยวในจังหวัดของตัวเอง, 5.5% ท่องเที่ยวในประเทศ และ 4.2% กลับบ้านพร้อมวางแผนท่องเที่ยวเพิ่มเติม สะท้อนการกระจายเม็ดเงินลงสู่พื้นที่ต่างจังหวัดและเศรษฐกิจท้องถิ่น ด้านค่าใช้จ่ายเฉลี่ย ผู้ที่ท่องเที่ยวในประเทศมีการใช้จ่ายประมาณ 8,056 บาทต่อคน
ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดว่า ช่วงวันที่ 11-15 เมษายน 2569 จะมีรายได้หมุนเวียนจากการท่องเที่ยวรวมประมาณ 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในจำนวนนี้ คาดว่าตลาดต่างประเทศจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยประมาณ 500,000 คน สร้างรายได้ราว 8,100 ล้านบาท ส่วนตลาดในประเทศคาดว่าจะมีการเดินทางของคนไทยประมาณ 5.96 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ประมาณ 22,250 ล้านบาท
>> พายุถล่ม ต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับนักท่องเที่ยวบาดเจ็บหลายราย ที่ท้ายเขื่อนลำนางรอง
13.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุ พายุกระหน่ำฝนตกหนักและมีต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับนักท่องเที่ยวบาดเจ็บหลายราย ที่ท้ายเขื่อนลำนางรอง จ.บุรีรัมย์
ที่เกิดเหตุ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 6 ราย ผู้หญิง 4 รายผู้ชาย 2 ราย นำส่งโรงพยาบาลโนนดินแดง, ส่งโรงพยาบาลนางรอง และส่งโรงพยาบาลบุรีรัมย์
จากการสอบถามเจ้าของร้านให้เช่าห่วงยางซึ่งเป็นผู้เสียหาย เล่าให้ฟังว่าฝนตกหนักและลมแรงมากตอนนั้นมีนักท่องเที่ยวกำลังเล่นน้ำเป็นกลุ่มกลุ่มหลายกลุ่ม ในขณะที่ตนได้ตะโกนเรียกให้ทุกคนรีบหลบออกจากบริเวณดังกล่าวจนกระทั่งบนฝั่งหลบได้หมดแล้ว แต่คนที่เล่นอยู่ในน้ำวิ่งขึ้นมาเป็นช่วงเวลาที่ต้นไม้ล้มทับพอดี เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลโนนแดงและกู้ชีพองค์การบริหารส่วนตำบลโนนดินแดง ให้การช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล ก่อนส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลศูนย์ต่อไป
>> บขส.เตรียมแผนรองรับ ปชช.เดินทางกลับ หลังฉลองสงกรานต์ คาดเฉลี่ยวันละ 1.2 แสนคน
14.22 น. นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. (BKS) เปิดเผยว่า ในวันที่ 15 – 19 เมษายน 2569 คาดการณ์ว่า ประชาชนจะทยอยเดินทางเที่ยวกลับ หลังจากฉลองเทศกาลสงกรานต์ 2569 ในเที่ยวไป - กลับ เฉลี่ยวันละ 110,000 - 120,000 คน ใช้รถโดยสาร (รถบริษัทฯ และรถร่วมฯ) เฉลี่ยวันละ 6,000 - 7,000 เที่ยว
โดย บขส. ได้จัดรถโดยสาร Shuttle bus จำนวน 4 คัน ให้บริการฟรี ในเส้นทางสถานีขนส่งฯ หมอชิต 2 – BTS หมอชิต – สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (ประตู 2) จอดรับ – ส่งประชาชนบริเวณหน้าเสาธง สถานีขนส่งฯ หมอชิต 2 ในวันที่ 15 - 20 เมษายน 2569 เวลา 04.00 – 07.00 น. เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน และช่วยระบายผู้โดยสารจากสถานีขนส่งฯ ไปยังจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนหลัก
ส่วนข้อมูลการเดินรถเมื่อวานนี้ (14 เมษายน 2569) มีผู้โดยสารเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ เที่ยวกลับ จำนวน 51,213 คน เที่ยวไป จำนวน 47,238 คน รวมทั้งสิ้น 98,451 คน ใช้รถโดยสาร (รถบริษัทฯ และรถร่วมฯ) เที่ยวกลับ จำนวน 3,089 เที่ยว เที่ยวไป จำนวน 2,973 เที่ยว รวมทั้งสิ้น จำนวน 6,062 เที่ยว สามารถบริหารจัดการเดินรถได้อย่างเพียงพอ และไม่มีผู้โดยสารตกค้าง
>> นายกฯ ย้ำปรับโครงสร้างพลังงานรับมือวิกฤตโลก มุ่งสู่ Net Zero พร้อมเร่งมาตรการช่วยค่าครองชีพดูแลประชาชน
14.25 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังเข้าร่วมการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือ Asia Zero Emission Community (AZEC) Plus Online Summit ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดย ได้หารือร่วมกันเพื่อผลักดันความร่วมมือของประเทศในภูมิภาคเอเชียในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) โดยประเทศไทยได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับโครงสร้างการใช้พลังงานภายในประเทศ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ควบคู่กับการไม่สร้างภาระแก่ประชาชน พร้อมมองว่าวิกฤตพลังงานโลกในปัจจุบันเป็นโอกาสในการเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานทางเลือก และบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้เร็วยิ่งขึ้น รัฐบาลไทยไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคที่เกิดขึ้น และพร้อมปรับตัวอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาพลังงานทางเลือก เพื่อรักษาความต่อเนื่องทางเศรษฐกิจ และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ
นายกฯ ได้กล่าวขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือในการประหยัดพลังงาน โดยเฉพาะการใช้น้ำมันที่ลดลงในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณสำรองน้ำมันของประเทศเพิ่มขึ้น และช่วยบรรเทาความตึงเครียดของสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ย้ำว่ารัฐบาลยังคงต้องบริหารจัดการเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานอย่างใกล้ชิด
สำหรับมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ รัฐบาลจะเร่งดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมาย ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณารูปแบบโครงการใหม่ เพื่อต่อยอดจากแนวคิดเดิมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้า โดยกำหนดอัตราค่าไฟสำหรับการใช้ 200 หน่วยแรกในราคาที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกครัวเรือน
นอกจากนี้ รัฐบาลเตรียมส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัด โดยร่วมมือกับ ก.พาณิชย์และก.มหาดไทย กระจายสินค้าคุณภาพในราคาย่อมเยาสู่ประชาชนในทุกอำเภอทั่วประเทศ เพื่อช่วยลดค่าครองชีพและเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชน
>> หนุ่มใหญ่วัย 54ปี บอกเพื่อนว่าจะออกมาหาปลา ผิดสังเกตเดินออกมานาน เพื่อนจึงตามมาดู พบนอนคว่ำหน้าในน้ำเสียชีวิต
14.30น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองหาน รับแจ้งเหตุชายนอนคว่ำหน้าจมน้ำเสียชีวิต บริเวณสระน้ำกลางทุ่งนา บ้านหนองเม็กน้อย ม.18 ต.หนองหาน อ.หนองหาน จ.อุดรธานี
เบื้องต้น พบร่างของเสียชีวิต เป็นชายไทย อายุ 54 ปี นอนอยู่บริเวณบ่อน้ำสภาพใส่กางเกงชั้นใน ใกล้กันพบอุปกรณ์หาปลา และมีปลาอยู่จำนวนหนึ่ง แพทย์ขั้นสูตรพลิกศพเบื้องต้นคาดเสียชีวิตจากโรคประจำตัว หน้ามืดเป็นลมจากอากาศร้อน แล้วจมลงในน้ำ
ด้านพี่สาว อายุ 64ปี ไม่ติดใจในการเสียชีวิต จึงมอบร่างให้อาสาสมัครมูลนิธิส่งเสริมหนองหาน นำส่งประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
>> รถกระบะชนเสาไฟข้างทาง ริมถนนทางหลวงหมายเลข 304 เสียชีวิต 1 และบาดเจ็บ 5 ราย จ.ฉะเชิงเทรา
15.00 น. รับแจ้งจากอาสากู้ภัยพนมสารคาม มีอุบัติเหตรถกระบะชนเสาไฟฟ้า และมีผู้บาดเจ็บหลายราย ริมถนนหมายเลข 304 ช่วงเขาหินซ้อน - พนมสารคาม ขาเข้าพนมสารคาม บริเวณทางต่างระดับสวนป่ากิตติ หมู่ 2 ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน ปราจีนบุรี ลักษณะชนกับเสาไฟส่องสว่างข้างทาง สภาพรถพังเสียหาย จากการตรวจสอบ พบว่ามีผู้เสียชีวิต เป็นหญิง 1 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 5 ราย ทางอาสาสมัครกู้ภัยพนม ช่วยเหลือและนำส่ง รพ.พนมสารคาม ส่วนสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาหินซ้อน
>> “นายกฯ” ลงพื้นที่สุ่มตรวจปั๊มน้ำมันสุโขทัย ยกหัวจ่ายช่วยเติมน้ำมันให้ประชาชน
17.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจที่ จ.สุโขทัย พร้อมด้วยภริยา นางธนนนท์ ชาญวีรกูล เดินทางถึงท่าอากาศยานสุโขทัย พร้อมถือโอกาสสุ่มตรวจติดตามสถานการณ์ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ จ.สุโขทัย โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเดินทางไปตรวจปั๊มน้ำมันบริเวณแยกโตโยต้า อ.เมือง จ.สุโขทัย ซึ่งมีประชาชนแวะมาเติมน้ำมันดีเซล 500 บาท โดยนายกรัฐมนตรีทักทายพร้อมสอบถามว่า “เติม 500 บาทหรอ เดี๋ยวเติมให้นะ” จากนั้นจึงยกหัวจ่ายเติมน้ำมันดีเซลให้ด้วยตัวเอง ก่อนจะบอกว่า “เติม 500 บาทได้นิดเดียว” ซึ่งประชาชนคนดังกล่าวตอบว่า เติม 500 บาทเพียงพอ เพราะจะกลับบ้านแล้ว
>> รฟท. เผย 14 เม.ย.69 ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ กำชับมาตรการความปลอดภัย-ไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง
18.06 น. การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยภาพรวมการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 โดยพบว่าเริ่มมีประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง ภายหลังจากเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว โดยเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นช่วงปลายของเทศกาล มีผู้โดยสารใช้บริการรถไฟขาเข้า-ออก ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 86,424 คน โดยระบบรางเป็นโครงข่ายการเดินทางหลักที่สามารถรองรับผู้โดยสารจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก และปลอดภัยสูงสุด
สำหรับภาพรวมการเดินทางเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 มีผู้โดยสารใช้บริการรถไฟทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 86,424 คน แบ่งเป็นผู้โดยสารขบวนรถปกติ 85,653 คน และขบวนรถเสริมพิเศษ 771 คน โดยเป็นผู้โดยสารขาเข้า 45,397 คน และขาออก 41,027 คน ทั้งนี้ เส้นทางที่มีผู้โดยสารหนาแน่นสูงสุด ได้แก่ สายใต้ 30,018 คน รองลงมาคือสายตะวันออกเฉียงเหนือ 22,284 คน สายเหนือ 15,128 คน สายตะวันออก 8,812 คน สายมหาชัย 8,351 คน และสายแม่กลอง 1,831 คน ตามลำดับ ซึ่งช่วงสงกรานต์ได้รับ-ส่งผู้โดยสารแล้วกว่า 450,000 คน
ขณะที่บรรยากาศการเดินทางในวันนี้ (15 เมษายน 2569) ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ ยังคงมีประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในช่วงบ่ายถึงค่ำ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการสำรองที่นั่งล่วงหน้าไว้จำนวนมาก คาดว่าจะมีผู้โดยสารใช้บริการกว่า 104,957 คน แบ่งเป็นผู้โดยสารขาเข้า 61,335 คน และขาออก 42,622 คน ทั้งนี้ การรถไฟฯ ได้จัดเดินขบวนรถโดยสารประจำวันกว่า 210 ขบวน และเพิ่มขบวนรถเสริมพิเศษอีก 4 ขบวน เพื่อรองรับความต้องการเดินทางของประชาชน
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ตรงข้ามซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 66 พื้นที่เขตประเวศ
00.16 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ตรงข้ามซอยเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 66 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ที่ภายในห้องนอน เพลิงลุกไหม้เสียหายบ้านต้นเพลิง เสียหาย 1 ห้องพื้นที่ประมาณ 15 ตารางเมตร ลุกลามบ้านข้างเคียง เสียหาย 1 ห้องพื้นที่ประมาณ 10 ตารางเมตร
และลุกลามรถยนต์นั่งส่วนบุคคล สีเหลือง หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร เสียหายเฉพาะด้านหลังรถยนต์ พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 25 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยประเวศ
>> เพลิงไหม้โกดังเก็บทินเนอร์ สี เสียหายเกือบทั้งหลัง ในพื้นที่ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
02.13 น. สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งจากเทศบาลนครอ้อมน้อย ว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริษัทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ม.13 ถ.เพชรเกษม 91 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
โดยที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นโกดังเก็บของขนาดใหญ่ ซึ่งใช้สำหรับเก็บทินเนอร์ ปี๊บสี รวมถึงเครื่องจักร โดยเพลิงได้ลุกไหม้บริเวณปี๊บทินเนอร์ซึ่งมีประมาณ 50 ปี๊บ ทำให้เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว
ทางเจ้าหน้าที่ เทศบาลนครอ้อมน้อย เทศบาลเมืองกระทุ่มแบน เทศบาลเมืองคลองมะเดื่อ และ เทศบาลตำลลสวนหลวง ได้นำรถดับเพลิง รถบรรทุกน้ำ และกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการระงับเหตุ โดยสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในเวลาประมาณ 03.00 น. ขณะนี้อยู่ระหว่างการดับเถ้าถ่านและระบายควัน
จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต สาเหตุและมูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน