วันที่ 15 เมษายน 2569 เวลา 02:18 น.
ตำรวจปฏิบัติการพิเศษ รวบผู้ต้องหาหลอกเหยื่อสูญเงินรวมกว่า 1.4 แสนบาท
กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) โดย พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นายนุ (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน
1.“ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน" ตามหมายจับของศาลอาญามีนบุรี ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2567
2.”ร่วมกันหรือเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำโดยทุจริต หรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น เป็นเจ้าของบัญชีเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีโดยทุจริต โดยประการที่รู้หรือควรจะรู้ว่านะนำไปใช้ในการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด” ตามหมายจับของศาลจังหวัดศรีสะเกษ ลงวันที่ 16 มิถุนายน 2568 จับกุมได้บริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
คดีที่ 1: เมื่อช่วงกลางปี 2566 กลุ่มมิจฉาชีพได้ปลอมเป็นตำรวจหลอกโอนเงิน มิจฉาชีพโทรอ้างเป็นตำรวจ แจ้งว่าบัญชีเกี่ยวข้องคดียาเสพติดและฟอกเงิน พร้อมขู่ให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบ ผู้เสียหายเกิดความกลัวจึงโอนเงิน 17,500 บาท เข้าบัญชีของผู้ต้องหาสุดท้ายติดต่อไม่ได้ จึงรู้ว่าถูกหลอก
คดีที่ 2: ช่วงเวลาเดียวกับคดีที่ 1 กลุ่มมิจฉาชีพได้สร้างเรื่องเงินกู้ปลอมเรียกค่าค้ำ กลุ่มมิจฉาชีพตั้งบูธหลอกให้กู้เงิน ก่อนหลอกให้แอดไลน์และอ้างว่าต้องโอน “ค่าค้ำประกัน” ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินรวม 130,800 บาท แต่ไม่ได้รับเงินกู้จริง รวมความเสียหายทั้งหมด 148,300 บาท
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบสวนทราบว่า นายนุ (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี ได้หลบหนีอยู่ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบฯ และจะเดินทางเข้ามาที่กรุงเทพมหานคร จึงได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อนายนุ (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




