หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 10 เมษายน 2569

วันที่ 11 เมษายน 2569 เวลา 05:38 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 10 เมษายน 2569


>> รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำลงข้างทาง คุณลุงวัย 64 ปีเสียชีวิต จ.กาญจนบุรี

09.04 น. ศูนย์วิทยุมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำลงข้างทาง และมีผุ้เสียชีวิต ริมถนนบ้านหนองสองตอน ในพื้นที่ ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีเทา-ดำ ทะเบียน กาญจนบุรี ลักษณะล้มคว่ำอยู่ข้างทาง ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบต่อมา เป็นชายไทย อายุ 64 ปี ชาว อ.เมืองกาญจนบุรี

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี พร้อมด้วยแพทย์ร่วมตรวจสอบ ก่อนมอบให้อาสา นำร่างส่งชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่ รพ.พหลพลพยุหเสนา


>> ไฟไหม้บ้านพัก ป่าจันตม จ.เลย นายอำเภอภูเรือ รุดลงพื้นที่ สั่งการด้วยตนเอง

10.00 น. รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ที่บ้านป่าจันตม หมู่ที่ 6 ตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย

ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านพักอาศัย 2 ชั้น ครึ่งไม้ครึ่งปูน ซึ่งเป็นบ้านของ นางอุเทพ อายุ 66 ปี โดยขณะเกิดเหตุมีผู้อาศัยอยู่ร่วมกับลูกชาย ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ นายสายสิทธิ์ ขุนศรี นายอำเภอภูเรือ พร้อมด้วยนายกเทศมนตรีตำบลภูเรือ ปลัดอำเภอ ผู้นำท้องที่ สมาชิก อส. เจ้าหน้าที่ดับเพลิง และชาวบ้านในพื้นที่ ได้รีบรุดเข้าให้ความช่วยเหลือและระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างเต็มกำลัง

ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ทางเจ้าหน้าที่จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ และฉีดน้ำเลี้ยงเพื่อป้องกันการปะทุรอบใหม่พบว่าเสียหายหมดทั้งหลัง ขณะเกิดเหตุยังไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูเรือ พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องจะเข้าตรวจสอบรายละเอียดความเสียหาย รวมถึงหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แน่ชัดต่อไป


>> นายกฯ สั่งเข้มความปลอดภัยสงกรานต์ 69 ย้ำ “ดื่มไม่ขับ” ลดอุบัติเหตุ 7 วันอันตราย

10.30 น. ณ ห้องประชุม 1 อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เขตดุสิต กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีระบุว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นวันหยุดยาวที่มีประชาชนเดินทางจำนวนมาก รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทาง โดยกำหนดช่วง 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 10–16 เมษายน 2569 พร้อมตั้งเป้าลดจำนวนอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตให้ได้มากที่สุด

นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการ ขอความร่วมมือประชาชนยึดหลัก “ดื่มไม่ขับ พักผ่อนให้เพียงพอ และเคารพกฎหมายจราจร” เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน, เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกการเดินทาง ทั้งระบบขนส่งสาธารณะ จุดบริการประชาชน ด่านตรวจ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด, เตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุขทั่วประเทศ รองรับเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และ บริหารจัดการจราจรและดูแลความปลอดภัยในการจัดกิจกรรมสงกรานต์ ให้เป็นไปอย่างเรียบร้อยและไม่กระทบผู้ใช้เส้นทาง

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน เป็นหัวใจสำคัญในการลดความสูญเสีย และร่วมกันสร้างเทศกาลสงกรานต์ที่ปลอดภัยให้กับคนไทยทุกคน


>> พบศพหญิงวัย 69 กลางทุ่งนา จ.ปทุมฯ คาดเป็นลมตอนมาช่วยดับไฟ

10.30 น. ร.ต.ท. ปวริศ คุณดิลกรังสี ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งพบผู้เสียชีวิตนอนอยู่กลางทุ่งนา จึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู จุดเมืองปทุมธานี เข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ บริเวณหมู่ 7 ใกล้วงแหวนราชพฤกษ์ ถนนหมายเลข 9 ตำบลบางเดื่อ อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี เป็นพื้นที่ทุ่งนาติดกับสวนกล้วย เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย ทราบต่อมา เป็นหญิงไทย อายุ 69 ปี สภาพศพนอนหงายอยู่ในที่เกิดเหตุ ตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงพบอุปกรณ์ไม้ตีไฟวางอยู่จำนวน 1 อัน เจ้าหน้าที่จึงบันทึกภาพและเก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด

จากการสอบถาม กำนันตำบลบางเดื่อ เปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาได้รับแจ้งเหตุชาวบ้านเผาฟางในทุ่งนาจนไฟลุกลามเข้าสวนกล้วย ตนจึงรีบลงพื้นที่มาตรวจสอบและพบสามีของผู้ตายกำลังพยายามดับไฟอยู่ จึงได้ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ช่วยกันดับไฟจนสงบลง ก่อนจะพาสามีผู้ตายไปส่งที่บ้าน จนกระทั่งมาทราบข่าวสลดในวันนี้ว่านางบังอรเสียชีวิตอยู่กลางทุ่งนา

เบื้องต้น สันนิษฐานว่า ในขณะที่เกิดเพลิงไหม้ฟาง ผู้เสียชีวิตน่าจะพยายามออกมาช่วยดับไฟเพื่อไม่ให้ลุกลาม แต่เนื่องจากในช่วงนี้สภาพอากาศร้อนจัด ประกอบกับผู้เสียชีวิตมีอายุมาก อาจทำให้เกิดอาการเป็นลมหน้ามืดและเสียชีวิตลงโดยที่ไม่มีใครพบเห็น

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบหมายให้อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูนำร่างส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ก่อนมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป


>> รองนายกฯ “ศุภจี” ย้ำแนวคิดท่องเที่ยว 365 วัน คือปฏิทินท่องเที่ยวตลอดปี พร้อมระบุปัญหา PM2.5 ต้องแก้ควบคู่

10.56 น. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวต่อที่ประชุมรัฐสภาในประเด็นนโยบาย “365 วันมหัศจรรย์เมืองไทย เที่ยวได้ทุกวัน” โดยระบุว่า แนวคิดดังกล่าวหมายถึงการใช้ศักยภาพของประเทศไทยที่มีฤดูกาลท่องเที่ยวหมุนเวียนตลอดทั้งปีในแต่ละภูมิภาค ไม่ได้หมายความว่าทุกจังหวัดสามารถท่องเที่ยวได้ทุกวันในทุกสภาพอากาศ

นางศุภจีกล่าวว่า ประเทศไทยมีปฏิทินกิจกรรมและจุดหมายท่องเที่ยวที่แตกต่างกันตามช่วงเวลา ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญในการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวให้เกิดความต่อเนื่อง

สำหรับสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเปรียบเทียบกับนโยบายท่องเที่ยว นางศุภจีระบุว่า ปัญหามลพิษทางอากาศเป็นเรื่องที่กระทบประชาชนโดยตรง และเป็นประเด็นที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินมาตรการด้านการจัดการต้นเหตุ การควบคุมการเผา และการเพิ่มประสิทธิภาพระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ เพื่อให้การแก้ปัญหาเกิดผลทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

“การเดินหน้านโยบายท่องเที่ยวและการแก้ปัญหาฝุ่นละอองเป็นเรื่องที่ต้องทำควบคู่กัน โดยยืนยันว่าการพัฒนาเศรษฐกิจไม่ลดทอนความสำคัญของการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน” นางศุภจีกล่าว


>> รวบสาวบุรีรัมย์ คาสถานีรถไฟภาชี เปิดบัญชีม้าโยงแก๊งหลอกลงทุนออนไลน์ สูญเงินกว่า 3 แสนบาท

11.03 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปฎิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นางสาวพอ (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี ฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ฯโดยจับกุมได้บริเวณสถานีรถไฟแห่งหนึ่ง อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

โดยเมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2568 ผู้เสียหายรายหนึ่ง พบเพจโพสต์โฆษณาชักชวนให้ทำงานออนไลน์ลักษณะโปรโมทหรือแนะนำที่พัก โดยอ้างว่าจะได้รับค่าคอมมิชชัน แต่ต้องโอนเงินลงทุนล่วงหน้า ผู้เสียหายโอนเงิน 5 ครั้ง ไปยังบัญชีของกลุ่มผู้ก่อเหตุ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 334,860 บาท แต่สุดท้ายถูกหลอก จึงแจ้งความจับกุมเจ้าของบัญชีที่ตนโอนเงินไปก่อนที่ตำรวจจะสืบสวนและทำการจับกุมนางสาวพอ (นามสมมุติ)

จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อ นางสาวพอ สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริง และให้การว่าตนได้รับจ้างเปิดบัญชี โดยมีเพื่อนได้มาชักชวนเปิดบัญชีตนได้เปิด 3 บัญขี ได้ค่าตอบแทนบัญชีละ 500 บาท และตนไม่ทราบว่าบัญชีจะถูกนำไปใช้ในการกระทำผิดกฎหมาย ตำรวจควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย


>> รวบหนุ่มแสบ ใช้เอกสารปลอม เคลมประกัน โควิด-19

12.00 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกันจับกุม นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 51 ปี ฐาน “ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม,เรียกร้องผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยโดยทุจริตหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จในการเรียกร้อง” โดยจับกุมได้ บริเวณหน้าอพาร์ทเม้นท์ ซอยรามอินทรา 5 แยก9 เขตบางเขน กรุงเทพ

โดยเมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2564 ผู้ต้องหาได้สมัครทำประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลและสุขภาพแผนคุ้มครองไวรัสโคโรนา (Covid-19) กับบริษัท แห่งหนึ่ง โดยชำระเบี้ยประกัน 599 บาท เพื่อแลกกับความคุ้มครองกรณีตรวจพบเชื้อที่เรียกว่า(เจอ จ่าย จบ) เป็นเงิน 100,000 บาท ต่อมาเดือนธันวาคม 2564 ผู้ต้องหาได้ยื่นความจำนงขอรับค่าสินไหมทดแทน โดยนำเอกสารประกอบการเคลมประกอบด้วย สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาบัญชีธนาคารกสิกรไทย, ใบรับรองแพทย์ และเอกสารยืนยันผลตรวจเชื้อ COVID-19 จากคลินิกเทคนิคการแพทย์ของโรงพยาบาลชื่อดัง ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2564 มาแสดงต่อบริษัทประกัน

แต่จากการตรวจสอบเชิงลึกของบริษัทประกันภัย พบข้อพิรุธจึงได้ประสานข้อมูลไปยังโรงพยาบาลและคลินิกที่ถูกอ้างถึง ซึ่งผลปรากฏว่าผู้ต้องหามิได้มีประวัติการเข้าใช้บริการหรือตรวจเชื้อในวันดังกล่าวแต่อย่างใด เอกสารทางการแพทย์ทั้งหมดที่ผู้ต้องหานำมาใช้นั้นเป็นเอกสารที่ทำปลอมขึ้นมาเพื่อเรียกร้องผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยโดยทุจริต ทางบริษัทจึงได้รวบรวมหลักฐานและเข้าแจ้งความ นำไปสู่การออกหมายจับและสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ โดยผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยบอกว่าตนป่วยจริง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจนำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> ทลายขบวนการลำเลียงไอซ์ 2 ตัน ซุกกระบะเตรียมขึ้นเรือข้ามฝั่งสู่สมุย ใช้ช่องว่างเฟอร์รี่เลี่ยงด่าน

14.48 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ปฏิบัติการเงียบของเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด คลี่คลายลงในช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังสะกดรอยเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ ก่อนเข้าจับกุมรถกระบะตู้ทึบที่บรรทุกไอซ์เกือบ 2,000 กิโลกรัม ขณะกำลังจะขึ้นเรือเฟอร์รี่ ที่ ท่าเรือแสงทองค้าข้าว ปลายทางมุ่งสู่ เกาะสมุย พร้อมควบคุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย ทั้งคนขับรถลำเลียงและรถนำ จากการสืบสวนพบว่ายาเสพติดถูกกระจายมาจากภาคเหนือและอีสาน เข้าสู่จุดพักยาในพื้นที่ภาคกลาง ก่อนส่งต่อเป็นทอด ๆ ผ่านเครือข่ายที่วางแผนอย่างเป็นระบบ

เบื้องหลังขบวนการนี้สะท้อนรูปแบบใหม่ของการลักลอบขนยา ที่พยายามหลีกเลี่ยงด่านตรวจบนถนน ด้วยการใช้ “เส้นทางน้ำ” ผ่านเรือเฟอร์รี่ขนาดใหญ่ โดยเลือกช่วงเวลาเรือใกล้ออกเพื่อลดการตรวจสอบ ก่อนให้คนขับบินไปรอรับรถปลายทาง กระจายของลงสู่พื้นที่ภาคใต้ และบางส่วนเตรียมส่งออกนอกประเทศ พลตำรวจเอกสำราญ นวลมา ระบุว่า เป็นขบวนการที่ทำงานเป็นเครือข่ายชัดเจน

ขณะเดียวกัน พลตำรวจโทอาชยน ไกรทอง ยืนยันอยู่ระหว่างเร่งขยายผลถึงผู้บงการ พร้อมประสานบริษัทเรือเฟอร์รี่ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง ด้านผู้ประกอบการยืนยันไม่เกี่ยวข้อง แต่ยอมรับเป็นบทเรียนสำคัญในการยกระดับมาตรการคัดกรอง ขณะที่ตำรวจเดินหน้าคุมเข้มการข่าวและการสกัดกั้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างเต็มกำลัง


>> รถเก๋งเสียหลัก พุ่งชนเจ้าของร้านโรตีเสียชีวิต ขณะเตรียมเปิดร้าน ตร.คุมตัวหนุ่มคนขับไปสอบสวน จ.นครศรีธรรมราช

15.37 น. รับแจ้งจาก หน่วยกู้ชีพกู้ภัย สวนหลวง มีอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนร้านน้ำชาริมทาง และมีชายเสียชีวิต 1 ราย ริมถนนหมายเลข 408 ฝั่งตรงข้ามทางเข้าวัดบ่อล้อ หมู่ 7 ต.แม่เจ้าอยู่หัว อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช

ที่เกิดเหตุ พบสิ่งของของร้านขายโรตี ลักษณะถูกรถชนกระจัดกระจาย ใกล้กันพบร่างของเป็นชายไทย อายุประมาณ 32 ปี ลักษณะถูกชนเสียชีวิต ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ 4 คันที่จอดไว้ข้างทางล้มคว่ำเสียหาย และห่างออกไปที่เกาะกลางถนน พบรถนั่งส่วนบุคคลคู่กรณี ฮอนด้า แจ็ส สีดำ ป้ายทะเบียน นครศรีธรรมราช ลักษณะชนติดอยู่กับเสาไฟฟ้า 
เบื้องต้น พยานเล่าว่า ผู้เสียชีวิต เป็นพ่อค้าขายโรตี เปิดร้านอยู่ริมถนน กำลังจัดเตรียมร้าน ถูกรถเก๋งคันดังกล่าวเสียหลักขึ้นไปชนร่าง แล้วพุ่งรถจักรยานยนต์ ที่จอดหน้าร้านซ่อมรถจักรยานยนต์พังเสียหาย ก่อนรถจะไปหยุดที่เสาไฟฟ้าเกาะกลางถนน

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียรใหญ่ ได้ควบคุมตัวคนขับ เป็นชายไทย อายุ 27 ปี ไปสอบสวนและจะดำเนินคดีตากฎหมายต่อไป


>> ช่างวัย 46 ปี เชื่อมเหล็กพลาดท่าในขณะกำลังทำงานปลายลวดเชื่อมไปโดนแก๊สกระป๋องจนเกิดการระเบิดเจ็บสาหัส

16.00 น. เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเพียวเยี้ยงไม้ ศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุแก๊สกระป๋องระเบิดภายในบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่3 ตำบลบ่อวินอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งในที่เกิดเหตุมีผู้บาดเจ็บสาหัสหนึ่งรายหลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ

ในที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บเป็นชายหนึ่งรายคือ ชายไทย อายุ 46 ปี นอนได้รับบาดเจ็บอยู่บริเวณสถานที่ทำงานซึ่งอยู่บริเวณข้างบ้านโดยผู้รับบาดเจ็บมีบาดแผลจากการถูกแก๊สกระป๋องระเบิดใส่จนเกิดบาดแผลฉีกขาดบริเวณแขนด้านขวาและบริเวณลำตัวทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจึงทำการปฐมพยาบาลในเบื้องต้นหลังจากนั้นจึงรีบนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชาเพื่อให้แพทย์ทำการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน 
จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ได้เล่าว่าในขณะที่ผู้รับบาดเจ็บกำลังทำงานเชื่อมเหล็กอยู่นั้นบริเวณปลายลวดเชื่อมได้ไปโดนแก๊สกระป๋องซึ่งตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงจุดที่กำลังเชื่อมเหล็กจนทำให้เกิดความร้อนก่อนที่แก๊สกระป๋องจะเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวซึ่งหลังเกิดเหตุตนได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยให้รีบเดินทางช่วยเหลือ


>> รถกระบะชนราวสะพาน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย จ.ปราจีนบุรี

16.00 น. รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถกระบะชนราวสะพาน มีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนทางหลวงหมายเลข 3481 ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีดำ ป้ายทะเบียน ปราจีนบุรี ลักษณะชนขอบสะพานสภาพรถพังเสียหาย ตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียชีวิต เป็นผู้ชาย 2 ราย ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปราจีนบุรี


>> กสทช. กำชับค่ายมือถือทุกราย ดูแลคุณภาพสัญญาณ เพื่อรองรับการใช้งานช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569

16.02 น. นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวว่า เทศกาลสงกรานต์ ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย เป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ประชาชนจะนิยมติดต่อสื่อสารและอวยพรด้วยข้อความผ่านบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และตามช่องทางในโซเชียลมีเดียต่าง ๆ

สำนักงาน กสทช. จึงได้กำชับให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกราย ให้เตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการติดต่อสื่อสาร และป้องกันมิให้คุณภาพและมาตรฐานในการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในช่วงเวลาดังกล่าวลดลง และเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ กรณีที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่พร้อมกันเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการดูแล บำรุงรักษา และปรับปรุงโครงข่ายโทรคมนาคมให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดระยะเวลาช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง


>> รวบเจ้าของบัญชีม้า หลอกปลัด อบต. ลงทุนสูญเงินกว่า 4 ล้านบาท

16.22 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกันจับกุม นายจอ (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี กระทำผิดฐาน “เป็นผู้สนันสนุนร่วมกันฉ้อโกงผู้อื่น, พ.ร.บ.ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมฯ” โดยจับกุมได้บริเวณลานจอดรถสถานีขนส่ง เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 ผู้เสียหายซึ่งเป็นปลัด อบต. แห่งหนึ่ง ได้รับการติดต่อผ่านเฟซบุ๊กจากบุคคลที่ใช้ชื่อว่า “นายพิชิต” อ้างตัวว่าเป็นหมอเกษียณที่มีธุรกิจจำนวนมาก จากนั้นคนร้ายใช้วิธีตีสนิทผ่านการวิดีโอคอล จนผู้เสียหายหลงเชื่อและตกลงคบหากัน จากนั้นจึงเริ่มชักชวนให้ลงทุนในแพลตฟอร์มที่อ้างว่าเป็น "เพจการกุศล" ผ่านเว็บไซต์ ในช่วงแรกทดลองลงทุน 50,000 บาท และคืนเงินพร้อมกำไรให้จริงจำนวน 54,000 บาท เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อจึงถูกหลอกให้โอนเงินเพิ่มเพื่อขยับระดับการลงทุน ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินจากบัญชีส่วนตัว 2 บัญชี ไปยังบัญชีม้าในเครือข่ายรวมทั้งสิ้น 17 ครั้ง รวมความเสียหายทั้งหมด 4,173,642 บาท และเมื่อหวังจะถอนเงิน ก็ไม่สามารถทำได้และไม่สามารถติดต่อ "นายพิชิต" ได้อีกเลย จึงแจ้งความดำเนินคดี

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สืบทราบว่า นายจอ ผู้ต้องหาในขบวนการนี้จะมีการเดินทางเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยใช้รถโดยสารสาธารณะ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมฯ จึงวางกำลังตรวจสอบพื้นที่จุดจอดรถหมอชิต จึงเข้าจับกุม นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยทับทัน จ.ศรีษะเกษ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง โดยตนเองถูกหลอกให้ไปทำงานที่ฝั่งประเทศลาว ซึ่งเพิ่งทราบภายหลังว่าตนเองถูกออกหมายจับ


>> เพลิงไหม้บ้านร่างทรงชื่อดังเมืองตาก ลุกลามข้างเคียงเสียหายวอด 3 หลัง จ.ตาก

17.00 น. ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ริมถนนเลียบแม่น้ำปิง ฝั่งตะวันตก ในพื้นที่ ต.หนองบัวเหนือ อ.เมือง จ.ตาก

ที่เกิดเหตุ พบ่าเพลิงได้ลุกไหม้บ้านเรือนประชาชน ได้รับความเสียหายจำนวน 3 หลังคาเรือน เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ประชาชนจิตอาสา ได้ร่วมกันระงับเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว สามารถควบคุมเพลิงไหม้ได้ ในเวลาประมาณ 18.00 น. ขณะเกิดเหตุ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทราบต่อมา บ้านต้นเพลิงเป็นของร่างทรงเจ้า ชื่อดังของเมืองตาก มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ลักษณะเป็นบ้านไม้และมีบริเวณใกล้เคียงกัน ทำให้เพลิงไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้บ้านหลังข้างเคียงได้รับผลกระทบอ เกิดความเสียหายทั้ง 3 หลังคาเรือน สาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตาก

ทั้งนี้ นายสัญญา เพชรเศษ นายอำเภอเมืองตาก ได้มอบหมายให้นายนฤพล ภูฆัง ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง ลงพื้นที่ติดตามเหตุการณ์และการให้ความช่วยเหลือ สำหรับการดำเนินการต่อไป อำเภอเมืองตากจะประสานองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวเหนือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบสาธารณภัย (อัคคีภัย) ตามอำนาจหน้าที่อย่างเร่งด่วน ความคืบหน้าจะได้รายงานให้จังหวัดตากทราบอีกครั้ง


>> นายกฯ อนุทิน กล่าวปิดการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เน้นย้ำพร้อมน้อมรับทุกข้อเสนอ เดินหน้ามุ่งทำงานเพื่อประชาชนเป็นศูนย์กลาง

22.00 น. ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชั้น 2 อาคารรัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เพื่อพิจารณาเรื่องด่วนกรณีคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวขอบคุณประธานสภาและสมาชิกรัฐสภาทุกท่านที่ร่วมอภิปราย แสดงความคิดเห็น และให้ข้อเสนอแนะต่อการแถลงนโยบายของรัฐบาล โดยย้ำว่าทุกความคิดเห็นล้วนมีคุณค่าและเป็นประโยชน์ คณะรัฐมนตรีได้รับฟังอย่างรอบด้าน และพร้อมนำข้อเสนอที่เป็นสาระไปปรับใช้และปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน พร้อมยืนยันว่าคณะรัฐมนตรีจะผลักดันนโยบายทั้ง 23 ข้อให้ประสบความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพภายในวาระของรัฐบาล โดยหวังว่าจะสามารถดำเนินงานได้ครบ 4 ปี ทั้งนี้ การคัดเลือกคณะรัฐมนตรีได้ดำเนินการอย่างรอบคอบ คำนึงถึงคุณวุฒิ วัยวุฒิ ประสบการณ์ และความเหมาะสมในการรับผิดชอบแต่ละกระทรวง

สำหรับข้อวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการบริหารงาน นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่าเป็นเรื่องของบทบาทในทางการเมืองที่อาจมีทั้งคำชื่นชมและคำตำหนิ พร้อมย้ำว่าการวิจารณ์ควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง โดยยกตัวอย่างการมอบหมายงานในลักษณะ “คลัสเตอร์” ว่าได้จัดสรรอำนาจหน้าที่อย่างชัดเจน โดยรองนายกรัฐมนตรีแต่ละคนรับผิดชอบกำกับดูแลหน่วยงานตามที่ได้รับมอบหมาย และในส่วนของกระทรวงที่พรรคเพื่อไทยกำกับดูแลนั้น อยู่ภายใต้การดูแลของรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบอำนาจอย่างเต็มที่

นายกรัฐมนตรีอธิบายแนวทางการบริหารงานว่าเป็นรูปแบบที่สั่งสมจากประสบการณ์ภาคเอกชน โดยเน้นการมอบหมายงานให้เหมาะสมกับความสามารถของแต่ละบุคคล เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมาย พร้อมย้ำว่าผู้ที่ได้รับมอบหมายต้องรับผิดชอบต่อผลงาน หากไม่สามารถดำเนินการได้ตามที่กำหนด ก็จำเป็นต้องเปิดทางให้ผู้ที่มีศักยภาพมากกว่าเข้ามาทำหน้าที่แทน

ในประเด็นการทำงานและการลงพื้นที่ นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่าได้ลงพื้นที่จริงในหลายกรณี อาทิ การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ ซึ่งได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รับผิดชอบหลัก พร้อมยืนยันว่าเป็นการ “สั่งการ” ไม่ใช่การ “โยนงาน” และตนเองได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยย้ำว่าการทำงานทุกกรณีมุ่งแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อสร้างภาพลักษณ์

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการให้ความสำคัญต่อรัฐสภา โดยกำชับให้คณะรัฐมนตรีเข้าร่วมรับฟังการอภิปรายอย่างพร้อมเพรียง และมอบหมายให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบเข้าชี้แจงในประเด็นที่เกี่ยวข้องต่อที่ประชุม เพื่อสะท้อนถึงความเคารพต่อกลไกของฝ่ายนิติบัญญัติ

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ข้อเสนอและความห่วงใยจากสมาชิกรัฐสภาทุกท่านล้วนมีเป้าหมายร่วมกัน คือประโยชน์ของประชาชน พร้อมยืนยันว่าคณะรัฐมนตรีทุกคนมีความพร้อมทั้งด้านความรู้ ความสามารถ และความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ โดยรัฐบาลยินดีรับฟังข้อเท็จจริง และพร้อมปรับปรุงแก้ไขหากพบข้อบกพร่อง แม้ในบางกรณีที่อาจไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดโดยตรง แต่หากประชาชนยังไม่พึงพอใจ รัฐบาลก็พร้อมน้อมรับและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลจะดำเนินงานอย่างสร้างสรรค์ โดยนอกจากนโยบายหลัก 23 ข้อแล้ว ยังพร้อมพิจารณาข้อเสนอเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน พร้อมให้การสนับสนุนภารกิจของรัฐสภาทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาอย่างเต็มที่ ภายใต้กรอบกฎหมายและกระบวนการที่ถูกต้อง

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า รัฐบาลพร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่าย โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และหลังจากการแถลงนโยบายในครั้งนี้ รัฐบาลจะเดินหน้าบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มกำลัง เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวหน้า เข้มแข็ง และเป็นความภาคภูมิใจของประชาชนทุกคนต่อไป


>> สืบพัทยา ปลอมเป็นคนเร่ร่อน รวบหัวขโมยตระเวนลักทรัพย์ พบประวัติโชกโชน จ.ชลบุรี

22.06 น. พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา โดยสั่งการให้ ด.ต.ทัศนัย เติมผล ผบ.หมู่.สส.สภ.เมืองพัทยา เฝ้าติดตามพฤติกรรม ของผู้ก่อเหตุลักทรัพย์ ในพื้นที่จอมเทียนพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีผู้เสียหายจำนวนหลายราย หลังสืบจนรู้เบาะแสจึงนำกำลังไปเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งได้ตัว นายสอ (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี ชาว จ.ยโสธร ได้ที่ภายในซอยกรมที่ดิน พัทยาใต้ พร้อมของกลางเป็นชุดที่ใส่ในวันที่ก่อเหตุ

โดย ด.ต.ทัศนัย เติมผล ผบ.หมู่.สส.สภ.เมืองพัทยา หรือบังทัช เจ้าหน้าที่ตำรวชสืบสวนคนดังที่บนสังคมโซเชียลฯ ได้นำกำลังปลอมตัวเป็นคนเร่ร่อนเดินเก็บขยะ เพื่อไม่ให้เป็นจุดสังเกต เมื่อเห็นบุคคลต้องสงสัยตรงตามรูปพรรณสันฐานที่กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพไว้ได้ จึงเข้าประชิดตัวโดยที่เจ้าตัวไม่ทันระวัง แล้วแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าควบคุมตัว ซึ่งเจ้าตัวให้การยอมรับสารภาพว่าเป็นบุคคล ที่ปรากฏตามกล้องวงจรปิด และยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง จึงควบคุมตัวมาสอบสวนยัง สภ.เมืองพัทยา

สอบถาม นายสอ ยอมรับว่าตนเองเป็นผู้ก่อเหตุจริง แต่เป็นผู้ลงมือเพียงครั้งเดียวเท่านั่น ส่วนสาเหตุที่ทำลงไปนั้น เพราะไม่มีงานทำ ไม่มีเงินใช้ คิดอะไรไม่ออก จึงตัดสินใจก่อเหตุลักทรัพย์เพื่อหาเงินมาประทังชีวิต เสพยาเสพติด และเล่นการพนันออนไลน์บ้างเป็นบางครั้ง

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของนายสมใจ จันทร์สุทร เมื่อตรวจสอบประวัติพบว่าเคยถูกจับกุม ในข้อหาลักทรัพย์ และเสพยาเสพติด รวมถึง 5 ครั้ง ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางเป็นชุดที่ใส่ในการก่อเหตุ ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม