หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 9 เมษายน 2569

วันที่ 10 เมษายน 2569 เวลา 05:42 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 9 เมษายน 2569


>> รถกระบะเสียหลักชนต้นไม้ข้างทาง คนขับบาดเจ็บ ส่วนผู้โดยสารเสียชีวิตติดค้างในซากรถ จ.สุโขทัย

06.00 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิร่วมกตัญญู จ.สุโขทัย มีอุบัติเหตุ รถกระบะพลิกคว่ำลงข้างทาง และมีผู้บาดเจ็บติดค้างอยู่ภายในยานพาหนะ บริเวณใกล้เคียงแยกนาทุ่ง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า สีเทา ลักษณะชนต้นไม้แล้วพุ่งลงข้างทาง พบว่ามีผู้บาดเจ็บติดอยู่ในยานพาหนะ 2 ราย ทางอาสาสมัครเร่งดำเนินการใช้เครื่องมือตัดถ่างงัดรถ และร่างผู้บาดเจ็บออกมา 1 ราย เป็นคนขับ ผู้หญิง อายุ 62 ปี มีแผลบริเวณขาด้านซ้ายติดรูปและศีรษะแตก ก่อนส่งต่อให้ทางรถกู้ชีพ ดำเนินการนำส่งโรงพยาบาลสวรรคโลก ส่วนอีก 1 รายนั้น พบว่าได้เสียชีวิตแล้ว เป็นผู้โดยสาร ผู้ชาย อายุ 70 ปี ในส่วนของสาเหตุที่อยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สวรรคโลก


>> "นายกฯ อนุทิน" เข้าแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

10.22 น. การประชุมรัฐสภา วาระการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาเป็นประธาน โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยเน้นย้ำถึงหลักการบริหารราชการแผ่นดินและนโยบายสำคัญ ของรัฐบาลโดยจะยึดหลักการสำคัญ 3 ประการ คือ

พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์, ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และ ยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน

สำหรับนโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภานำโดยพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล ประกอบด้วย นโยบาย 5 ด้าน ได้แก่ นโยบายด้านเศรษฐกิจ นโยบายด้านการต่างประเทศและความมั่นคง นโยบายด้านสังคม นโยบายด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม นโยบายด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย

ทั้งนี้ การแถลงนโยบาย กำหนด 2 วัน คือวันที่ 9 และ 10 เมษายน จะใช้เวลาทั้งหมด 31 ชั่วโมง แบ่งเป็นฝ่ายรัฐบาล 5 ชั่วโมง 30 นาที ของฝ่ายค้าน 14 ชั่วโมง 30 นาที และ สว. 4 ชั่วโมง ซึ่งก็มีแนวโน้มว่า ฝ่ายค้านจะเตรียมถก และซ้อมซักฟอกรัฐบาล ท่ามกลางวิกฤตพลังงาน และฝุ่นที่ไทยกำลังเผชิญ


>> ป.ป.ส. ลุยหมอชิต ตรวจเข้มคนขับรถโดยสาร รณรงค์ “สงกรานต์ปลอดภัย ใส่ใจครอบครัว ล้อมรั้วต้านยาเสพติด”

11.42 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (หมอชิต) เขตจตุจักร นางสาวสุวรรณา ว่องวาณิช ผู้อำนวยการส่วนประสานพื้นที่ เป็นประธาน เปิดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์ปลอดภัย ใส่ใจครอบครัว ล้อมรั้วต้านยาเสพติด” โดยมี นายอนุรัตน์ เครือชะเอม ผู้ช่วยผู้อํานวยการเขตจตุจักร และนางสาวสุภาสุรี วงศ์วานิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบริหารการเดินรถ บริษัทขนส่งจํากัด ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานภาคีเข้าร่วมปฏิบัติการ

นางสาวสุวรรณา กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับหน่วยงานภาคี ได้ดำเนินการตรวจปัสสาวะผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะ เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้โดยสาร หากตรวจพบสารเสพติด จะดำเนินการตามหลักการ “ผู้เสพ คือผู้ป่วย” โดยสอบถามความสมัครใจเพื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาในสถานพยาบาลใกล้บ้าน ซึ่งหากบำบัดครบถ้วนตามขั้นตอนจะถือว่าไม่มีความผิดทางอาญา นอกจากนี้ ยังมีการเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์ภายในอาคารผู้โดยสาร เพื่อเตือนภัยประชาชนให้ระมัดระวังสัมภาระ ไม่รับฝากสิ่งของจากคนแปลกหน้า เพราะอาจตกเป็นเครื่องมือขนส่งยาเสพติดโดยไม่รู้ตัว รวมถึงเตือนภัยเรื่องการรับจ้างเปิดบัญชีม้า ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำหรับการตรวจปัสสาวะพนักงานขับรถโดยสารมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน เพื่อสร้างความมั่นใจในการเดินทาง โดยผลการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบสารเสพติดในกลุ่มพนักงานขับรถโดยสาร


>> รถบรรทุกพลิกคว่ำลงข้างทาง ริมถนนสายหนองปล้อง - ไทรงาม บาดเจ็บ 1 และเสียชีวิต 1 ราย จ.นครราชสีมา

12.37 น. รับแจ้งจาก อาสากู้ภัย ฮุก 31 จุดไทยสามัคคี มีอุบัติเหตุ รถบรรทุกเสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง และมีผู้บาดเจ็บสาหัสติดค้างในยานพาหนะ ริมถนนสายหนองปล้อง - ไทรงาม ในพื้นที่ บ้านไทรงาม ต.ระเริง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก 6 ล้อ อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน บุรีรัมย์ ลักษณะพลิกคว่ำลงข้างทาง ตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บ 2 ราย ทางอาสาสมัครดำเนินการใช้เครื่องมืองัดรถ และนำร่างผู้บาดเจ็บออกมา ตรวจสอบ เป็นชายไทย อายุ 50 ปี มีอาการปวดหัวไหล่ แผลถลอกตามร่างกาย ดำเนินการนำส่ง รพ.วังน้ำเขียว ส่วนอีก 1 รายนั้น ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา เป็นชายไทย อายุ 24 ปี ชาว อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังน้ำเขียว


>> นายกฯ นำแถลงยึดทรัพย์สแกมเมอร์ข้ามชาติ 2 หมื่นล้านบาท ย้ำเป็นวาระแห่งชาติ สั่งเข้ม "ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม"

13.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงข่าวยึดและอายัดทรัพย์สินเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ รายคดี นางสาวแตงไทยฯ กรณี MR.LEAK YIM นางวิรินยาฯ MR.SMITH BEN และนางสาวแคทรียาฯ กับพวก โดยรัฐบาลกำหนดให้การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็น “วาระแห่งชาติ” สอดคล้องกับการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาที่มุ่งยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงิน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนานาชาติ

นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่บูรณาการทำงาน จนสามารถขยายผลเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้ต้องหา นำไปสู่การยึดและอายัดทรัพย์สิน รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 2 หมื่นล้านบาท จากการยึดทรัพย์ 2 ครั้ง โดยครั้งแรกจำนวน 68 รายการ มูลค่าทั้งสิ้น 1.2 หมื่นล้านบาท และครั้งที่ 2 เพิ่มเติม 34 รายการ มูลค่ารวม 8.2 พันล้านบาท โดยนายกรัฐมนตรีในฐานะกำกับดูแลสำนักงาน ปปง. ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานกำหนดมาตรการ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ยึดแนวทาง “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” โดยขอให้สำนักงาน ปปง. และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไปนี้

1. คุ้มครองสิทธิผู้เสียหายในคดีดังกล่าว ตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อนำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืนให้กับผู้เสียหายตามสัดส่วนความเสียหาย แทนการสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน 2. บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อสืบสวน สอบสวนขยายผลโดยมุ่งเน้นไปยังทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด ของกลุ่มผู้ต้องหา และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการกับทรัพย์สิน ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด 3. พิจารณาดำเนินการกล่าวโทษกับผู้ที่กระทำความผิดอาญาฐานฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ต่อไป


>> เพลิงไหม้บนโรงแรม ซอยสุขุมวิท 7/1 เสียหายวอดทั้งห้องและลุกลามห้องข้างเคียง

13.42 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ โรงแรมแห่งหนึ่ง ซอยสุขุมวิท 7/1 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคาร 6 ชั้น ประกอ บกิจการโรงแรมและร้านขายอาหาร ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 5 ภายในห้องพัก พบว่าเพลิงได้ลุกไหม้ห้องต้นเพลิงเสียหายทั้งหมด ลุกลามห้องข้างเคียง เสียหายฝ้าเพดานและฝาผนังเล็กน้อย พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 14 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก การจุดธูปเทียนทิ้งไว้ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพญาไท


>> เพลิงไหม้บ้านในสวนยางพารา เสียหายทั้งหลัง จ.หนองคาย

14.30 น. รับแจ้งว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ที่ปลูกไว้กลางสวนยางพารา เยื้องทางเข้าบ้านสามัคคีชัย ต.พระบาทนาสิงห์ อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย

ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านชั้นเดียวยกพื้นสูง บนเนื้อที่ประมาณ 52 ตรม. เพลิงได้ลุกไหม้รุนแรง สร้างความเสียหายทั้งหลัง ระหว่างเกิดเหตุไม่มีใครอยู่บ้าน โดยมีพลเมืองดีพบกลุ่มควันลอยออกมาจากตัวบ้าน จึงได้โทรแจ้งไปที่ อบต.รัตนวาปี

ทางเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิง รุดเข้าใช้หัวฉีดน้ำระงับเหตุ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมและเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา เบื้องต้นบ้านเสียหายหมดทั้งหลัง ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนวาปี


>> หนุ่มจีนเมาตกคอนโดย่านพระราม 3 เสียชีวิต ตรวจค้นบนห้องพัก พบผงขาวหลายจุดในห้อง - ขวดเบียร์ คาดโยงยาเสพติด

14.34 น. พ.ต.อ.สมสิทธิ์ สันทัสนะโชค เปิดเผยว่า จากการเข้าตรวจสอบภายในห้องพัก พบวัตถุต้องสงสัยเป็นผงสีขาวหลายจุด ทั้งที่บรรจุในถุงซิปและบางส่วนถูกเทวางบนจาน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานส่งตรวจโดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เพื่อยืนยันว่าเป็นสารเสพติดหรือสารชนิดใด นอกจากนี้ ภายในห้องยังพบขวดเบียร์ เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อสันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับการดื่มสุราหรือเสพสารบางชนิด อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลตรวจพิสูจน์และผลชันสูตรจากแพทย์นิติเวชอย่างละเอียดอีกครั้ง ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด จนถึงก่อนเกิดเหตุ ไม่พบว่ามีบุคคลเข้าออกห้องดังกล่าว

พยานที่พักอาศัยใกล้เคียงให้ข้อมูลว่า ได้ยินเสียงผู้เสียชีวิตตะโกน ก่อนจะมีเสียงวัตถุตกกระแทกพื้นดังลงมาจากอาคาร โดยก่อนหน้านี้นิติบุคคลและเพื่อนบ้านเคยเข้าไปตักเตือน เนื่องจากผู้เสียชีวิตมีอาการคล้ายมึนเมาและพฤติกรรมผิดปกติ แต่หลังพูดคุยก็กลับเข้าห้องตามปกติ เบื้องต้นทราบว่าผู้เสียชีวิตเป็นชายชาวจีน อายุ 42 ปี เพิ่งเข้าพักเมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา และพักเพียงลำพัง อีกทั้งยังมีประวัติเดินทางเข้า - ออก สปป.ลาว ผ่าน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย หลายครั้ง ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถติดต่อญาติได้แล้ว อยู่ระหว่างประสานเดินทางมารับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป


>> "น้ำตาลทราย" เตรียมขึ้นราคา เหตุต้นทุนการผลิตสูงขึ้น คาดเริ่มเดือนพฤษภาคมนี้

14.47 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย แจ้งว่า ขณะนี้อุตสาหกรรมอยู่ระหว่างการพิจารณาทบทวนโครงสร้างราคาขายปลีก ให้สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น

โดยเฉพาะราคาเม็ดพลาสติกสำหรับบรรจุภัณฑ์ และราคาน้ำมันที่ส่งผลต่อค่าขนส่ง โดยคาดจะเริ่มมีผลในช่วงเดือนพ.ค.นี้เป็นต้นไป

ช่วงนี้ผู้ประกอบการจะตรึงราคาขายปลีกน้ำตาลทราย ตลอดเดือนเมษายน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ก่อนจะเริ่มใช้โครงสร้างราคาใหม่ในเดือนพฤษภาคม 
การปรับราคาครั้งนี้จะปรับเฉพาะราคาขายปลีก สำหรับภาคครัวเรือนเท่านั้น ขณะที่ราคาจำหน่ายให้ภาคอุตสาหกรรมจะยังไม่มีการปรับในรอบนี้ โดยแนวทางดังกล่าวมีเป้าหมาย เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อเนื่องไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ ต้องปรับตัวสูงขึ้นตาม ซึ่งจะส่งผลกระทบกับประชชนในทางอ้อม


>> รวบเครือข่ายค้า ‘เสือดำ’ ข้ามชาติ กลางห้าง อ.แม่สอด พบต้นทางจากกัมพูชา เตรียมส่งเมียนมา

14.55 น. กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ร่วมกับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แถลงจับกุมขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ หลังวางแผนล่อจับ ขณะส่งมอบลูกเสือดำเพศเมีย มูลค่าประเมินกว่า 500,000 บาท

สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสมีการว่าจ้างขนส่ง "แมวดำ" โดยผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นแมวตัวใหญ่ จากชายแดนกัมพูชาผ่านไทยไปยัง อ.แม่สอด จ.ตาก แต่พฤติกรรมสัตว์ดุร้ายผิดปกติและไม่กินอาหารแมว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ และยืนยันว่าเป็น “ลูกเสือดำ” ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองและอยู่ในบัญชีหมายเลข 1 ของอนุสัญญาไซเตส

บก.ปทส. จึงติดตามจนถึง อ.แม่สอด พบผู้ต้องหาสัญชาติเมียนมา 2 ราย ขับรถมารับกรงเสือบริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในอ.แม่สอด จึงแสดงตัวเข้าจับกุม 
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ อ้างว่ารับคำสั่งจากหญิงรายหนึ่ง ให้มารับสัตว์ไปส่งยังพื้นที่ชเวก๊กโก ประเทศเมียนมา พร้อมยึดของกลางลูกเสือดำ เพศเมีย อายุประมาณ 6- 7 เดือน จำนวน 1 ตัว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เร่งขยายผลไปถึงเครือข่ายซึ่งพบความเชื่อมโยงทั้งในเวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา พร้อมเตือนอย่าหลงเชื่อร่วมขบวนการลักลอบขนส่งสัตว์ป่า เพราะมีโทษหนักและเป็นภัยต่อความมั่นคงทางทรัพยากร


>> นายกฯ อนุทิน ร่วมงานวันกองทัพอากาศ มอบกำลังใจ หนุนพัฒนาขีดความสามารถรับภัยคุกคามทุกมิติ

18.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวันกองทัพอากาศ ประจำปี 2569 ณ อาคารรณนภากาศ อุทยานการบินกองทัพอากาศ เขตสายไหม กรุงเทพฯ

นายกฯ กล่าวชื่นชมกองทัพอากาศที่มุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ จนเป็นสถาบันที่ประชาชนไว้วางใจ พร้อมเชื่อมั่นว่า กองทัพอากาศจะพัฒนาศักยภาพอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อยกระดับขีดความสามารถ รับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงในทุกรูปแบบ และเสริมสร้างความร่วมมือกับมิตรประเทศ เพื่อสร้างเสถียรภาพที่มั่นคงให้แก่ภูมิภาคและประเทศชาติ 
พร้อมกันนี้ยังได้กล่าวคำอวยพรให้กำลังพลและครอบครัวมีความสุข สุขภาพแข็งแรง ประสบความสำเร็จในหน้าที่ เพื่อความมั่นคงและความเจริญของประเทศ


>> “เอกนิติ” แจงปมไม่ลดภาษีน้ำมัน หวั่นกระทบรักษาพยาบาล

19.20 น. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ชี้แจงว่า ปัญหาพลังงานครั้งนี้เป็นวิกฤติโลก สงครามตะวันออกกลางไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อไร อาจกระทบไปถึงสินค้าอื่นๆ ต้องเตรียมพร้อม เรื่องเงินเฟ้อและเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก รัฐบาลต้องเร่งลดผลกระทบระยะสั้นต่อประชาชน สิ่งแรกที่รัฐบาลทำคือ ใช้กองทุนพยุงราคาน้ำมัน ส่วนการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อลดราคาน้ำมันไม่ต่างจากการใช้กองทุนน้ำมันพยุงราคาน้ำมัน แต่ภาษีสรรพสามิตใช้ดูแลค่ารักษาพยาบาลต่างๆ การลดภาษีสรรพสามิตจึงอาจไปกระทบการรักษาพยาบาลด้วย ในวันที่ 11 เม.ย. จะประชุม ครม. เพื่อดูแลกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มขนส่ง กลุ่มเปราะบางที่มีรายได้น้อย กลุ่มประมง กลุ่มเกษตรกร ต้องช่วยให้ตรงกลุ่มตามทรัพยากรที่มีจำกัด

ขณะเดียวกันต้องเตรียมเงินดูแลส่วนอื่นๆ หากสงครามยังยืดเยื้อ ถ้าไปใช้เงินทุกบาทช่วยกลุ่มใดโดยเฉพาะอาจเจอวิกฤติซ้อนวิกฤติ นำไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจ เหมือนปี 2540 ที่ต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก วิกฤติพลังงานครั้งนี้เปลี่ยนมิติโลกในหลายเรื่อง อาทิ

วิกฤติความมั่นคงด้านอาหาร ยา เราต้องเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส เพราะไทยเป็นฐานผลิตอาหาร ยารักษาโรค และ วิกฤติพลังงาน จะไม่มีราคาน้ำมันถูกในอีก 1-2 ปี หลังจากโครงสร้างพื้นฐานโรงงานผลิตน้ำมันถูกทำลาย

ทั้งนี้ จึงต้องเตรียมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเรื่องพลังงานมาทดแทนมากขึ้น เราต้องเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส ระยะสั้นต้องช่วยคนเดือดร้อนให้ผ่านวิกฤติและเติบโตหลังวิกฤติ ให้คนกลุ่มนี้หารายได้ดีขึ้น เชื่อว่า เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกันได้


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

21.00 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 3.2 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 390 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย


>> หนุ่มไรเดอร์ แพ้เสียงแตร เปิดฉากประเคนหมัด - เท้าใส่คู่กรณีกลางถนน จ.ชลบุรี

21.19 น. นายออ (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี ได้เดินทาง เข้าแจ้งความกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมเอาเอาหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดมอบให้ตำรวจเพื่อใช้ในการดำเนินคดี กับหนุ่มไรเดอร์คู่กรณีจอดรถก่อนลงมาเปิดฉากชกต่อยเตะ จนกระจกหมวกกันน็อคแตก สาเหตุแค่เข้าใจผิดว่าตนเองไปบีบแตรรถใส่คู่กรณี

นายออ ผู้เสียหาย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ซึ่งเป็นช่วงเช้าของวันเดียวกัน ขณะที่กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพัก เมื่อมาถึงบริเวณซอยหนองเกตุใหญ่ รถจยย.คันหลังที่ขับตามมาบีบแตรเตือนว่ามีถุงพลาสติกเกี่ยวติดอยู่ข้างล้อ ทำให้หนุ่มไรเดอร์คู่กรณี ที่ขับอยู่ข้างหน้าตนเอง เข้าใจผิด คิดว่าตนเองเป็นคนบีบแตรใส่ ขับตามมาดักหน้า โดยตนเองพยายามอธิบายว่าตนเองไม่บีบแตรใส่

แต่ทางคู่กรณีไม่พอใจ พูดสวนขึ้นมาว่า “มึงบีบแตรใส่กูเหรอ” ซึ่งคู่กรณีไม่ยอมฟังความใดๆ เปิดฉากระดมหมัดเท้าใส่เข้าที่ศีรษะจนกระจกบังแดดของหมวกกันน็อคแตก ก่อนจะมีพลเมืองดีเข้ามาห้ามปราม พาจอดรถแอบไปคุยกันริมถนน แต่ตกลงกันไม่ได้ สุดท้ายหนุ่มไรเดอร์ได้ขับรถออกไปจากจุดเกิดเหตุ หลังเกิดเหตุเมื่อกลับมาบ้านรู้สึกเนื้อตัวฟกช้ำและปวดหัวมาก เกรงว่าจะได้รับอันตราย จึงเดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจไว้ก่อน

อย่างไรก็ดี หากหนุ่มไรเดอร์ ได้ดูข่าวนี้อยู่อยากจะฝากเตือนสติว่า การใช้รถใช้ถนนอย่าอารมณ์ร้อน เพราะทุกวันนี้เราใช้ถนนร่วมกัน เหตุเกิดครั้งนี้ยังดีที่เป็นผมที่ไม่ตอบโต้กลับ หากเป็นคนอื่นที่เขาไม่ยอมและสู้คนเรื่องมันจะบานปลายกันได้

เบื้องต้น ตำรวจจึงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก่อนส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เพื่อใช้ใบรับรองแพทย์ประกอบการดำเนินคดีหนุ่มไรเดอร์หัวร้อนแพ้เสียงแตรในลำดับต่อไป


>> ไฟไหม้ภายในชุมชมคลองส้มป่อย ถนนพระรามที่ 6 เพิงพักไม้เสียหายวอดทั้งหลัง

21.52 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ชุมชมคลองส้มป่อย ไม่มีเลขที่ ถนนพระรามที่ 6 แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพิงพักไม้ชั้นเดียวหลังคาสังกะสี ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่กองวัสดุบริเวณใกล้เพิงพักและลุกลามเพิงพัก เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 20 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพญาไท


>> ‘ศุภจี’ เตรียมโครงการช่วยเหลือประชาชนเตรียมนำเสนอที่ประชุม ครม. 11เม.ย. จัดธงฟ้าลดราคาชุดนักเรียนในสถานศึกษากว่าพันแห่งทั่วประเทศ

22.23 น. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อภิปราย การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตอนหนึ่งว่า การดูแลค่าครองชีพประชาชนในวิกฤตตะวันออกกลาง นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุม ครม. ทันทีในวันเสาร์ที่ 11 เมษายน 69 โดยมีโครงการไทยช่วยไทย มีการออกสินค้าจำเป็น ซึ่งได้รับการสนับสนุนการร่วมมือจากผู้ประกอบการรายใหญ่ผู้ผลิตรายใหญ่ และส่งต่อไปให้ผู้ผลิตและผู้ประกอบการรายเล็ก ร้านค้าปลีกค้าส่งตามจังหวัดต่าง ๆ มากกว่า 300 ร้าน ให้เข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคมากกว่า 3,000 รายการ ลดราคาสูงสุดถึง 58%

โครงการธงฟ้าส่งตรงไป 518 จุด หากประชาชนที่อยู่ห่างไกลมีรถพุ่มพวง ที่จะไปถึงชุมชน ให้มากที่สุดในงบประมาณที่จำกัด และเป็นประโยชน์สูงสุด มีบัตรเติมน้ำมัน สินค้าราคาพิเศษ ให้ประชาชนที่อยากมีรถ อย่างไรก็ตาม เข้าใจความจำเป็นเร่งด่วนของผู้ปกครองได้จัดโครงการธงฟ้าช่วยเหลือไปยังสถานศึกษากว่า 1,000แห่งจัดชุดนักเรียนในราคาพิเศษด้วย


>> หนุ่มน้อยวัย 17 ปีขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก เสียชีวิตริมถนนเลียบทางพิเศษกาญจนาภิเษก

23.55 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนเลียบทางพิเศษกาญจนาภิเษก มาจากแยกคุณกะลา ใกล้เคียงโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี ในพื้นที่ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำสภาพรถเสียหาย ห่างออกไปพบรถบรรทุก อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. จอดอยู่เลนซ้าย ตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายไทยอายุ 17 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าข้าม

 

>> แผ่นดินไหว ขนาด 4.0 ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา

04.40 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.0 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ประมาณ 160 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย  

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม