วันที่ 9 เมษายน 2569 เวลา 12:48 น.
9 เม.ย.69 ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ร่วมกับ กรมศุลกากร, ป.ป.ส. ร่วมลงพื้นที่ตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหา ทั้งสิ้น 7 ราย ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร , จ.อุดรธานี , จ.ร้อยเอ็ด และ จ.นครศรีธรรมราช โดยตรวจค้นสถานที่ 3 จุด ได้แก่
1.ร้านซ่อมจักรยานยนต์ เขตบางกะปิ กทม.
2.อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง อ.เมือง จ.อุดรธานี
3.บ้านพักแห่งหนึ่ง ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นสถานที่เก็บสินค้า อ.เมือง จ.อุดรธานี
ตรวจยึดของกลาง
1.หัวพอตบุหรี่ไฟฟ้า ผสมเอโทมิเดต จำนวน 920 ชิ้น7.อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก
2.หัวพอตเปล่า สำหรับทำพอตเค จำนวน 200 ชิ้น8.เครื่องกระสุนปืน ขนาด .38 มม. จำนวน 3 นัด
3.น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาแต่งกลิ่น จำนวน 17 แกลลอน9.ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์) 1.3 กรัม
4.สารเอโทมิเดต บรรจุในถุงพลาสติกใส มีน้ำหนัก 952 กรัม10.สารให้ความหวาน น้ำหนัก 1,400 กรัม
5.เครื่องชั่งน้ำหนักแบบดิจิตอล จำนวน 5 เครื่อง11.สารแต่งกลิ่นผลไม้ต่างๆ จำนวน 58 ชิ้น
6.อุปกรณ์ภาชนะสำหรับที่ผสมสาร จำนวน 20 ชิ้น
ซึ่งการแถลงข่าวในวันนี้ ได้นำของกลางเป็นตัวอย่างน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่ผสมสารเอโทมิเดต ซึ่งมีการแต่งกลิ่นต่าง ๆ เช่น กลิ่นผลไม้จำพวกมะม่วง ลิ้นจี่ สับปะรด ไปจนถึงกลิ่นลูกอมและกลิ่นข้าวเหนียวมะม่วง รวมทั้งผงสารเอโทมิเดต สารเคมี ตัวทำละลาย น้ำยา กลิ่น และอุปกรณ์สำหรับชั่งตวงและผสมทางเคมี มาจัดแสดงประกอบการแถลงข่าวด้วย
สืบเนื่องจากทางตำรวจ บก.ปอศ. ได้รับการประสานข้อมูลจากแหล่งข่าวในต่างประเทศว่า มีกลุ่มคนร้ายลักลอบนำเข้าสารเสพติดประเภทเอโทมิเดต เข้ามาในประเทศไทย โดนสำแดงเป็นสารผสมเครื่องสำอาง ซึ่งนิยมนำมาใช้ผสมกับบุหรี่ไฟฟ้าและกำลังเป็นที่แพร่หลายในหมู่วัยรุ่นและนักท่องเที่ยวราตรี
ต่อมาได้มีการประสานข้อมูลกับกรมศุลกากร ซึ่งสามารถอายัดพัสดุที่นำเข้ามาในประเทศต้องสงสัยได้ 8 กล่อง เมื่อนำไปตรวจสอบพบว่าวัสดุต้องสงสัยคือสารเอโทมิเดต มีน้ำหนักรวมกว่า 28 กิโลกรัม ซึ่งสารดังกล่าวเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2
จากการขยายผลสืบทราบว่า กลุ่มคนร้ายติดต่อสั่งซื้อสารเหล่านี้จากประเทศอินเดียและขนส่งเข้ามาในประเทศไทย ด้วยการสำแดงเป็นสารผสมเครื่องสำอาง โดยอาศัยกลุ่มบัญชีม้าเพื่ออำพรางตัวตนของตัวการแท้จริงในกระบวนการนำเข้าและรับเงิน รวมถึงว่าจ้างตัวแทนออกของหรือชิปปิ้งมาเคลื่อนย้ายสินค้าออกจากคลังสินค้าขาเข้าของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ซึ่งกล่องพัสดุเหล่านี้จะมีการปกปิดชื่อผู้สั่งนำเข้าที่แท้จริง โดยใช้ชื่อบัญชีม้าแทน เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการตรวจจับ ตรวจพัสดุเรานี้จะถูกนำส่งไปที่โกดังใน จ.อุดรธานี เป็นเพื่อผลิตผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าและกระจายจำหน่ายในภูมิภาคอีสานและประเทศลาว บางส่วนถูกนำมาส่งที่กรุงเทพเพื่อผลิตผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าและจำหน่ายในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายตลาดเป็นกลุ่มวัยรุ่น นักท่องราตรี ผู้มีฐานะ ไม่ว่าจะเป็นทั้งคนไทยและคนต่างชาติ จนเป็นที่มาของการจับกุมในครั้งนี้ โดยในชั้นจับกุมและสอบสวน ผู้ต้องหาบางรายให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และบางรายให้การปฏิเสธ




9 เมษายน 2569
9 เมษายน 2569