หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 8 เมษายน 2569

วันที่ 9 เมษายน 2569 เวลา 05:33 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 8 เมษายน 2569


>> คนร้ายลอบยิงชาวบ้านหาของป่า เสียชีวิตที่บ้านบูงยง จ.นราธิวาส

09.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธรจะแนะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีชาวบ้านถูกยิงเสียชีวิตในพื้นที่ บ.บูงยง บ้านย่อย บ้านไอซ์ซือเระ ม.3 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส

ที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบต่อมา เป็นชายไทย อายุ 55 ปี เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบเป็น ชาวบ้านที่หาของป่า ขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ ถูกยิงด้วยอาวุธปืน จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต

โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลจะแนะ เพื่อชันสูตรพลิกศพ ก่อนมอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนา ขณะเดียวกันในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อรวบรวมหลักฐาน


>> เครื่องดัดเหล็ก ดึงร่างคนงานเข้าไป ทำให้เสียชีวิต จ.สุพรรณบุรี

10.01 น. มูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรีได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุ มีบุคคลถูกเครื่องดัดเหล็กดึงเข้าไป บริเวณโรงงานผลิตเหล็กแห่งหนึ่งใน อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี 
ในที่เกิดเหตุ ตรวจสอบเบื้องต้น พบร่างผู้ชาย วัย 53 ปี ถูกเครื่องดัดเหล็กดูดดึงขยี้ร่าง ทำให้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ จึงประสานพนักงานสอบสวน สภ.บางปลาม้า แพทย์เวรโรงพยาบาลบางปลาม้า สำนักงานพิสูจหลักฐาน(สพฐ) ฝ่ายความมั่นคงอำเภอบางปลาม้า เข้าร่วมในที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริงของการเกิดเหตุในครั้งนี้

จากการสอบถามคนแรกที่เห็นเหตุการณ์ ในวันที่เกิดเหตุผู้เสียชีวิตทำงานเพียงลำพัง ช่วงที่เกิดเหตุไม่มีคนพบว่าเกิดเหตุได้อย่างไร มาเจออีกทีคือผู้เสียชีวิตโดนเครื่องดัดเหล็กดึงเข้าไปแล้ว ตนจึงรีบวิ่งไปสับคัตเอ๊าท์ลงเพื่อให้เครื่องหยุดทำงาน และตนจึงรีบวิ่งไปตามผู้จักการโรงงาน และจึงโทรแจ้งกู้ภัยมาตรวจสอบ

ต่อมาเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรีเขตบางปลาม้าใช้อุปกรณ์ตัดถ่าง(อบจ.สุพรรณบุรี) ประจำอำเภอบางปลาม้า ดำเนินการถ่างเครื่องจักรดัดเหล็กและนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากเครื่องจักร

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปลาม้า พร้อมแพทย์เวรร่วมตรวจสอบ ก่อนมอบให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครฯ นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น ที่นิติเวชโรงพยาบาลบางปลาม้าต่อไป


>> นายกฯ เปิดงานวันผู้สูงอายุฯ - วันครอบครัว ชวน “ก้ม กราบ กอด” เติมรักให้บ้าน สร้างครอบครัวเข้มแข็ง

11.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันแห่งครอบครัว ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “ก้ม กราบ กอดผู้สูงวัย สร้างครอบครัวไทยเข้มแข็ง” ณ อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี โดยย้ำว่า “ครอบครัว” คือรากฐานสำคัญของประเทศ หากครอบครัวเข้มแข็ง ประเทศก็จะเข้มแข็งตามไปด้วย

นายกฯ ระบุว่า การจัดงานในปีนี้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมสวัสดิการและพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อครอบครัวและผู้สูงอายุในทุกมิติ เพื่อให้ผู้สูงอายุยังคงเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมผลักดันให้สังคมเห็นความสำคัญของสถาบันครอบครัว และเชิญชวนให้ทุกคนกลับไปเติมความรักให้กันในช่วงวันครอบครัวและเทศกาลปีใหม่ไทยที่กำลังจะมาถึง


>> ทอ. แจง เครื่องบินรบสหรัฐ ขึ้น-ลง สนามบินกระบี่ ไม่เกี่ยวสู้รบ เป็นการสับเปลี่ยนกำลัง-ส่งตัวผู้ป่วยรักษา

11.06 น. พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ ชี้แจงกรณี เครื่องบินทหารของประเทศสหรัฐอเมริกา เช่น C-130, MV-22 Ospery, H-60 Seahawk ใช้ท่าอากาศยานกระบี่ บินขึ้นลงทั้งกลางวันและกลางคืน วันละหลาย 10 เที่ยวบิน ท่ามกลางการตั้งข้อสงสัยของคนในพื้นที่ว่า มีการมาสำรวจหาที่ตั้งฐานทัพของสหรัฐอเมริกาในฝั่งอันดามันของไทยหรือไม่ หรือเป็นการนำทหารสหรัฐอเมริกามาผ่อนคลายหลังจากเข้าร่วมทำสงครามที่ตะวันออกกลางว่า

กองทัพอากาศกําลังจะออกเป็นเอกสารชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว ซึ่งเป็นกิจกรรม ที่เกิดขึ้นเป็นประจํา แต่สาเหตุที่ประชาชนตระหนกตกใจ เพราะว่าเป็นครั้งแรก ที่เครื่องบินเหล่านี้ไปลงจอดที่ท่าอากาศยานกระบี่ ก่อนหน้านั้น จะใช้ท่าอากาศยานอู่ตะเภา ท่าอากาศยานภูเก็ต หลายครั้ง แต่ในครั้งนี้คนกระบี่ตกใจ ว่าเพราะเหตุใดถึงมาลงที่ท่าอากาศยานกระบี่ 
โดยปีนี้สหรัฐขอใช้ท่าอากาศยานกระบี่ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เรียกว่าการสับเปลี่ยนกำลังพล และมีเรื่องของการส่งผู้ป่วยมารักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นกําลังพลที่ป่วยอยู่บนเรือที่ลอยลํากลางทะเล

พร้อมทั้งปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีการสู้รบตะวันออกกลาง เป็นกิจกรรมที่ทําอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว และทางสหรัฐมีการขออนุญาตทุกอย่างถูกต้องตามขั้นตอน รวมถึงกระทรวงต่างประเทศ ไม่มีลัดขั้นตอน ส่วนที่เจาะจงใช้ท่าอากาศยานกระบี่ ไม่เลือกใช้ท่าอากาศยานอื่นเหมือนที่ผ่านมานั้น เนื่องจากท่าอากาศยานอื่นมีปัญหาเรื่องปริมาณเครื่องบินที่ลงมาจอดที่ท่าอากาศยานเป็นจํานวนมาก

“การนำเครื่องบินขอลงจอดในประเทศไทยผ่านกระบวนการกระทรวงต่างประเทศทุกอย่าง และจะมีการพิจารณาถึงความเหมาะสม ซึ่งทั้งหมดไม่ได้มีการละเมิดข้อบังคับหรือข้อตกลงใด ซึ่งการลงจอดทำถูกต้องตามขั้นตอนทุกอย่าง เพียงแต่มาลงจอดที่ท่าอากาศยานกระบี่เป็นครั้งแรก คนในพื้นที่จึงตกใจ” โฆษกกองทัพอากาศ กล่าว


>> พนักงานสอบสวน บก.ปปป. ขนสำนวน 45 แฟ้ม ส่งอัยการสูงสุด กรณีกล่าวหา "บิ๊กโจ๊ก" พร้อมพวก คดีสินบนทองคำ

13.02 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นำโดย พ.ต.อ.ภานุมาศ แสงส่ง ผกก.คดีทุจริตและประพฤติมิชอบ บก.ปปป. ได้เดินทางมายังสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อส่งมอบสำนวนการสอบสวนคดีสำคัญ กรณีกล่าวหา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ "บิ๊กโจ๊ก" พร้อมกับพวก ในความผิดฐานร่วมกันให้สินบนเจ้าพนักงาน ทั้งนี้ สำหรับสำนวนการสอบสวนความ มีความละเอียดและปริมาณเอกสารจำนวนมาก โดยทางเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมมา ทั้งหมด 45 แฟ้ม บรรจุลงในกล่องกระดาษมากกว่า 23 กล่อง

คดีนี้สืบเนื่องมาจากการตรวจสอบพบพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหา ที่มีการนำ ทองคำน้ำหนักรวมกว่า 246 บาท ไปมอบให้แก่เจ้าพนักงาน เพื่อหวังผลในการช่วยเหลือหรือเอื้อประโยชน์ในทางคดี ซึ่งทางพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ได้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่องจนมีความเห็นควรสั่งฟ้อง และนำสำนวนมาส่งมอบให้อัยการพิจารณาในวันนี้ "ทางชุดสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุมที่สุด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยสำนวนทั้ง 45 แฟ้มนี้ บรรจุรายละเอียดและหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงพฤติการณ์ตามข้อกล่าวหา" ตัวแทนชุดสืบสวนระบุ

หลังจากนี้ ทางอธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต จะดำเนินการตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจพิจารณาสำนวนโดยละเอียด ว่าพยานหลักฐานมีความสมบูรณ์เพียงพอที่จะสั่งฟ้องต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางหรือไม่ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งคดีใหญ่ที่สังคมให้ความสนใจ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับข้าราชการตำรวจระดับสูงและวงเงินสินบนที่มีมูลค่ามหาศาล


>> หนุ่มวัย 27 ขับกระบะเสียหลักชนต้นไม้ ก่อนพุ่งอัดกำแพงเทศบาลเมืองเขลางค์นคร คนขับกระเด็นติดใต้ท้องรถ ส่วนคนโดยสารเจ็บเล็กน้อย

13.45 น. ศูนย์กู้ชีพจังหวัดลำปางได้รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักชนต้นไม้ ก่อนพุ่งชนกำแพงของเทศบาลเมืองเขลางค์นคร ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยกู้ชีพเข้าตรวจสอบอย่างเร่งด่วน

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ โตโยต้า สีเทา สภาพด้านหน้าพังเสียหายอย่างหนัก ใกล้กันพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย ทราบต่อมา เป็นชายไทย อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดแพร่ โดยร่างติดอยู่ใต้ท้องรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยอัมรินทร์ ร่วมกับหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลลำปาง และพลเมืองดี ช่วยกันนำร่างออกจากใต้ท้องรถ ก่อนเร่งปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาลลำปาง

จากการสอบถามผู้โดยสารชาย ที่นั่งมากับรถ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุทั้ง 2 คนเพิ่งกลับจากงานเลี้ยง โดยตนนั่งโดยสารอยู่ฝั่งข้างคนขับและเผลอหลับมาตลอดทาง กระทั่งสะดุ้งตื่นเมื่อรถพุ่งชนต้นไม้ ซึ่งตนเห็นคนขับกระเด็นออกจากตัวรถ จากนั้นรถยังพุ่งชนกำแพงเทศบาลและปีนค้างอยู่บนรั้ว ทำให้คนขับติดอยู่ใต้ท้องรถ อย่างไรก็ตามโชคดีที่ล้อรถปีนค้างกับกำแพง จึงไม่ถูกทับ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร อยู่ระหว่างตรวจสอบหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างละเอียด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป


>> "แน็ก ชาลี" เข้าพบ "บิ๊กเต่า" ยื่นหลักฐานคดีถูกยกเค้าทรัพย์สิน

14.00 น. "แน็ก ชาลี" นักแสดงชื่อดัง เดินทางมาที่กองปราบปราม เข้าพบ "บิ๊กเต่า" พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว (รอง ผบช.ก.) เพื่อร้องขอความเป็นธรรมและเร่งรัดคดีให้ถึงที่สุด หลังถูกปล้นบ้านทรัพย์สินสูญหายมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท แต่ตำรวจในพื้นที่ไม่มีความคืบหน้าคดี แม้ล่าสุดจะได้อาวุธปืนคืน 3 กระบอก แต่สภาพยับเยินจนเจ้าของใจสลาย

ล่าสุด แน๊ก ชาลี นำหลักฐานต่างๆ มอบให้กองปราบ โดยระบุว่า วันนี้ตนนำหลักฐานที่หามาได้ มอบให้ พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไปแจ้งความไว้ที่ สน.โชคชัย แต่ไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่เหตุการณ์จะครบ 1 ปีแล้ว หลังจากนี้ก็จะเป็นกระบวนการของตำรวจ เพราะที่ผ่านมา ที่ผมไปติดตามของเอง ผมเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายจะต้องรู้จักกับตำรวจแน่นอน ตลอด 9 เดือน ที่ผ่านมา ยืนยันว่า ไม่มีผู้ใหญ่คนไหนมาช่วยทำคดี

พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ กล่าวว่า ตนเองได้คุยกับผู้กำกับการ สน.โชคชัย คุยกับพนักงานสอบสวน และชุดสืบสวนของตำรวจนครบาล4 ถึงรายละเอียดเบื้องต้น แต่เมื่อผู้เสียหายยังมีความกังวลและนำหลักฐานมาร้อง ผมจะให้ตำรวจกองปราบลงไปช่วย ในการสืบสวนและติดตามของกลางกลับคืนมา ให้ได้มากที่สุด เบื้องต้นจากที่คุยกับตำรวจชุดทำคดี บอกว่า ตัวผู้ต้องหา ทั้ง 3 ทั้งหมดยังให้การภาคเสธ ยังปากแข็ง ซึ่งตำรวจจะส่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 3 ในวันที่ 25 เมษายนนี้ ยืนยันว่าคดีไม่ซับซ้อน


>> ทลายคลังเพจขายบุหรี่ไฟฟ้าเมืองชล ยึดของกลางมูลค่ากว่า 250,000 บาท

15.46 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปราม และตำรวจทางหลวง ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา 4 ราย แจ้งข้อหา “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจําหน่าย รับไว้โดยประการใดซึ่งของอันพึงรู้ว่าเป็นของที่มิได้ผ่านพิธีศุลกากร พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 246 และ ขายบุหรี่ไฟฟ้าอันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นภายในบ้านเช่าหลังหนึ่ง ใน อ.เมือง จ.ชลบุรี 
พฤติการณ์ ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ได้รับแจ้งข้อมูล จึงนำกำลังเข้าจับกุมนายพอ (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี พร้อมพวกรวม 4 คนที่บ้านเช่าหลังหนึ่งในพื้นที่ชลบุรี โดยนายพอ รับว่าเป็นบุหรี่ไฟฟ้านี้ เตรียมนำส่งให้ลูกค้าที่สั่งซื้อ โดยส่งผ่านบริการขนส่งเอกชน โดยเช่าบ้านไว้เป็นที่เก็บ

จากการตรวจสอบ พบบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า แบตเตอรี่สำหรับบุหรี่ไฟฟ้า รวมกว่า 900 ชิ้น มูลค่ากว่า 250,000 บาท วางอยู่บนชั้นวางของภายในห้องพักชั้นที่ 2 โดยแต่ละคนจะมีหน้าที่ต่างกัน ทั้งตอบรับการสั่งซื้อบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านช่องทางออนไลน์ ,คนดูเรื่องการโอนเงิน,คนบรรจุตามที่ลูกค้าสั่งใส่กล่องพัสดุและนำส่งให้กับบริการขนส่งเอกชน 
โดยผู้ถูกจับกุมทั้ง 4 ราย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า พวกตนจะได้รับค่าจ้างเป็นเงินวันละ 350 บาท ต่อวัน และจะได้รับเงินเพิ่มพิเศษ (ค่าคอมมิชชั่น) ในอัตราร้อยละ 0.02 ของยอดขายที่ขายได้ต่อวัน โดยจะรับเงินค่าจ้างและเงินเพิ่มพิเศษเป็นรายเดือน โดยพวกตนจะได้รับเงินดังกล่าวผ่านช่องทางบัญชีธนาคารของพวกตน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลาง ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> เพลิงไหม้บนห้องพัก ซอยหมู่บ้านดีเค 22 ประชาชนช่วยกันใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

16.56 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ซอยหมู่บ้านดีเค 22 แยก 3 ถนนพระยามนธาตุราชศรีพิจิตร แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคาร 4 ชั้น ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 1 ภายในห้องเลขที่ 7 เพลิงลุกไหม้เสียหายปลั๊กไฟต่อพ่วง ลุกลามชั้นวางของและฝาผนัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 1 ตารางเมตร ประชาชนใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการดับถ่านและระบายควัน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางบอน


>> “สีหศักดิ์” แจ้งข่าวเศร้า ยืนยัน 3 ลูกเรือมยุรีนารี เสียชีวิตแล้ว แสดงความเสียใจกับครอบครัว

17.26 น. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวความคืบหน้ากรณีลูกเรือไทย 3 คน บนเรือขนส่งสินค้าสัญชาติไทย “มยุรี นารี” ที่ประสบเหตุขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 69 ซึ่งก่อนหน้านี้ลูกเรือทั้ง 20 คน ได้รับความช่วยเหลือและเดินทางกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัยแล้ว

โดยล่าสุด ทางกระทรวงการต่างประเทศ ได้รับแจ้งว่า ลูกเรือทั้ง 3 คนเสียชีวิตแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง และขอแสดงความเสียใจกับทางครอบครัวของผู้เสียชีวิต


>> อุบัติเหตุหมู่ รถบรรทุก, รถกระบะ และรถพ่วงชนกัน มีผู้เสียชีวิต 1 และบาดเจ็บหลายราย จ.สุราษฎร์ธานี

18.00 น. รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถบรรทุก, รถกระบะ และรถพ่วงชนกัน มีทั้งผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต บนถนนหมายเลข 41 ฝั่งขาล่องใต้ ในพื้นที่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก อีซูซุ ป้ายทะเบียน สุราษฎร์ธานี, รถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน ป้ายทะเบียน สุราษฎร์ธานี และ รถพ่วง ป้ายทะเบียน นนทบุรี ตรวจสอบ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย เป็นผู้ชาย 3 และ ผู้หญิง 1 ราย ทางอาสาสมัครฯ ช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ท่าชนะ ส่วนจุดเกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต เป็นผู้หญิง 1 ราย ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าชนะ


>> รถกระบะเสียหลักชนเสาไฟฟ้าแรงสูง มีผู้เสียชีวิต 2 นายเป็นเจ้าหน้าที่อุทยานชุดดับไฟป่า ระหว่างเดินทางกลับฐาน จ.อุดรธานี

18.00 น. รับแจ้งจากอาสาสมัครกู้ภัยส่งเสริมธรรม จุดบริการอำเภอกุดจับ ว่ามีอุบัติเหตุรถกระบะเสียหลักชนเสาไฟฟ้า และมีผู้บาดเจ็บสาหัสหลายราย ริมถนนสายบ้านคำบอน - บ้านคำบอล ช่วงโค้งบ้านตาลเลียน ในพื้นที่ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. อยู่ข้างทาง สภาพหน้ารถพังเสียหายยับ และใกล้กันพบเสาไฟฟ้าล้ม ตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นชาย 4 ราย ทางอาสาสมัครฯ ช่วยเหลือและนำผู้บาดเจ็บส่ง โรงพยาบาลบ้านผือ 2 ราย และ โรงพยาบาลกุดจับ 2 ราย ส่วนในจุดเกิดเหตุ พบว่ามีผู้เสียชีวิต เป็นผู้ชายไทย 2 ราย เป็นเจ้าหน้าที่อุทยานชุดดับไฟป่า  

ข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า ทั้งคนขับและผู้โดยสาร เป็นเจ้าหน้าที่ ที่ก่อนเกิดเหตุได้รับแจ้งว่ามีเหตุไฟไหม้ป่าบริเวณบ้านคำบอนเวียงชัย จากนั้นจึงระดมเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานออกตรวจสอบและดับไฟ หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ ขณะเดินทางกลับฐาน มาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นลักษณะทางโค้งหักศอก

คาดว่ารถของเจ้าหน้าที่ได้เสียหลักลงข้างทางแล้วชนกับเสาไฟฟ้าแรงสูง จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ 2 นายเสียชีวิต และเจ็บอีก 4 นายนำส่งโรงพยาบาล คาดว่าอาจเกิดจากความอ่อนเพลียจากการดับไฟป่า ในส่วนสาเหตุที่แท้จริงนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กุดจับ จะได้ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง


>> รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ หมอชิต 2 ตรวจความพร้อม รับปชช.กลับบ้านสงกรานต์ พบปชช.ทยอยเดินทางกลับต่อเนื่อง

18.28 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางให้กับประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยมี นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) คณะผู้บริหาร บขส. ให้การต้อนรับ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2

นายสิริพงศ์ เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสูงสุดในการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ที่มีวันหยุดยาว 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 – 15 เมษายน 2569 ดังนั้น จึงได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมก่อนวันหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ บริเวณโถงอาคารผู้โดยสาร ชานชาลาปล่อยรถโดยสาร ช่องจำหน่ายตั๋วโดยสาร และตรวจรถโดยสารที่ให้บริการ ณ บริเวณชานชาลา 2 รวมทั้งสอบถามประชาชนที่มาใช้บริการที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 และทดลองใช้เครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ดี ได้กำชับให้ บขส. บริหารจัดการรถโดยสารให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง และมอบหมายให้ บขส. ร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนแผนการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยตั้งเป้าหมายลดอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ บนโครงข่ายถนนของกระทรวงคมนาคม รวมทั้งกำกับผู้ประกอบการรถโดยสารให้กำหนดอัตราค่าโดยสารให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) จัดเตรียมสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง และการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ โดยเฉพาะในแนวเส้นทางที่รถโดยสาร บขส. และรถร่วมบริการวิ่งให้บริการ ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทางและปลายทาง เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้อย่างสะดวก ปลอดภัยและต่อเนื่องตลอดช่วงเทศกาล

สำหรับบรรยากาศการเดินทางพบว่า ประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้ บขส. คาดการณ์ว่าจะมีประชาชนเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะในเที่ยวไปจากกรุงเทพฯ ไปต่างจังหวัด ประมาณ 110,000 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส. และรถร่วมฯ) กว่า 6,300 เที่ยว


>> ไฟไหม้โรงงานผลิตโฟม ย่านบางพลี เจ้าหน้าที่พร้อมรถดับเพลิง เร่งระดมฉีดน้ำสกัด

19.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงภายในโรงงานแห่งหนึ่ง ริมถนนเทพรัตน (บางนาตราด) ช่วงหลัก กม.13 ในพื้นที่ ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

ที่เกิดเหตุเป็นโกดังผลิตเกี่ยวกับโฟมขนาดใหญ่ บนเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ เป็นลักษณะโกดังชั้นเดียว ปลูกติดกันสองโกดัง โดยต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในโกดังของโรงงาน จากนั้นลุกลามอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีเม็ดโฟมกล่องโฟมจำนวนมากด้านใน เจ้าหน้าที่ต้องระดมรถดับเพลิง และหน่วยบรรเทาสาธารณภัยจำนวนมาก เข้าระงับเหตุ

ล่าสุดเพลิงได้ลุกลามเข้าไหม้โกดังที่สองอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางควันสีดำโพยพุ่งสู่ท้องฟ้ามองเห็นได้แต่ไกล ขณะที่เส้นทางบินซึ่งอยู่ไม่ห่างจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยังไม่มีรายงานผลกระทบสายการบินและยังคงมีเครื่องบินบินผ่านแนวที่เกิดเหตุตามปกติ 
สอบถามทางด้านคนงานเบื้องต้นบอกว่า มีคนงานทำงานอยู่ประมาณเกือบ 60 คน ไฟลุกจากห้องอบโฟมก้อน ข้างในโกดังมีโฟมค่อนข้างเยอะ ทั้งสองโกดัง ตอนที่โฟมกำลังติดไฟและลุกลามพนักงานได้ช่วยกันเอาถังดับเพลิงไปดับ ตนไม่แน่ใจว่าเกิดไฟไหม้ได้อย่างไรเพราะต้นทำงานอยู่คนละฝั่ง แต่โซนตรงนั้นเป็นห้องอบ

เจ้าหน้าที่คืบหน้า เวลา 20.29 น. สามารถควบคุมและเพลิงสงบ เบื้องต้น มีผู้บาดเจ็บชาย 1 ราย เป็นพนักงานของโกดัง อาสากู้ภัยช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลบางนา 2 ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแก้ว


>> เหตุแก๊สรถยนต์รั่วไหล ซอยใกล้เคียงบางกระดี่ 27 จนท.ระบายแก๊สและปิดวาล์วถังเป็นที่เรียบร้อย

21.23 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุแก๊สรถยนต์รั่วไหล สถานที่เกิดเหตุ ใกล้เคียงซอยบางกระดี่ 27 ถนนบางกระดี่ แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีบเทา หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สแอลพีจีเป็นเชื้อเพลิง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายแก๊สและปิดวาล์วถังเป็นที่เรียบร้อย

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเกิดจากวาล์วแก๊สชำรุด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนเทียน 
 

>> ชายวัย 43 ปีขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก เสียชีวิตกลางซอยโพธิ์แก้ว

01.20 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถบรรทุกชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต บริเวณซอยโพธิ์แก้ว 3 แยก 19 ในพื้นที่ เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร

ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนกับ รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 43 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลาดพร้าว

 

ข่าวยอดนิยม